การหมักน้ำเอนไซม์ผลไม้ สูตร ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ แห่งชมรมบ้านสุขภาพ
การหมักน้ำเอนไซม์ผลไม้เพื่อสุขภาพ สำหรับบริโภค นั้น เป็นการทำน้ำเอนไซม์จากการหมักผลไม้ด้วยน้ำผึ้ง และน้ำ ในภาชนะที่สะอาด ปลอดภัย และใช้ระยะเวลาการหมักตามธรรมชาติ ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป
ซึ่งหากเป็นกรรมวิธีการหมักตามธรรมชาติ โดยมิได้มีการปรุงแต่ง หรือเติมหัวเชื้อใด ๆ ลงไปนั้น ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงค์ ได้มีการทำวิจัยไว้ว่า อายุการหมักน้ำเอนไซม์ตามสูตรนี้ จะให้ผลสำเร็จ ปลอดภัย เมื่ออายุต่าง ๆ ดังนี้
อายุ 1 ปี สำหรับผลไม้เนื้อขาว ไม่มีเปลือก ทั่วไป เชื้อก่อโรคสลายแล้ว ยังคงมีแอลกอฮอล์อยู่ ดื่มได้ มีรสเปรี้ยว ซ่า เพื่อช่วยในระบบการย่อยอาหาร และมีสารอาหารที่ยังต้องนำไปย่อยต่อไป (ยังไม่แนะนำให้บริโภคมากนัก แต่หากมีปัญหาเรื่องระบบย่อยก็สามารถบริโภคได้)
อายุ 4 ปี สำหรับผลไม้ทั่วไป ไม่มีเปลือกแข็ง เชื้อก่อโรคสลายแล้ว ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลงเฉลี่ยประมาณ 4 - 10 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับชนิดของผลไม้ และสภาพการหมัก มีรสเปรี้ยว ฝาด ขม ซ่าเล็กน้อย (คุณสมบัติใกล้เคียงกับไวน์เพื่อสุขภาพ สามารถบริโภคได้ แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้แพ้แอลกอฮอล์ และมีปัญหาโรคตับ แต่ช่วยกระตุ้นให้มีความยากอาหาร เมื่อบริโภคก่อนอาหาร สามารถใช้ในการรักษาแผล ทำความสะอาดแผลได้)
อายุ 6 ปี สำหรับผลไม้ทั่วไป ไม่มีเปลือกแข็ง เชื้อก่อโรคสลายแล้ว สารอาหารมีขนาดโมเลกุลเล็กเพียงพอ เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ มีปริมาณแอลกอฮอล์ลดลงเฉลี่ย 1-5 เปอร์เซ็นต์ และเป็นแอลกอฮอล์ชนิดอินทรีย์แอลกอฮอล์ ที่ร่างกายผลิตขึ้นในร่างกายและจำเป็นต่อร่างกาย ขึ้นกับชนิดของผลไม้ และสภาพการหมัก มีรสจืด เปรี้ยวเล็กน้อย อาจติดฝาด หรือขม (คุณสมบัติเหมือน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด สามารถบริโภคได้ ดื่มเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูสุขภาพ ช่วยในการย่อย ปรับสมดุลของร่างกาย)
อายุ 10 ปี สำหรับผลไม้ทั่วไป และสมุนไพร เชื้อก่อโรคสลายแล้ว มีสารอาหารปริมาณมาก มีขนาดโมเลกุลเล็กเพียงพอที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำ เฉลี่ย 0 - 4 เปอร์เซ็นต์ และปลอดภัยต่อการบริโภค เรียกว่า เป็น เอนไซม์อายุวัฒนะ เอนไซม์บำบัดโรค ช่วยในการทำความสะอาดเลือด ร่างกาย ปรับสมดุลร่างกาย และฟื้นฟูในระดับเซลล์
-->
อายุ 10 ปี ขึ้นไป สำหรับผลไม้ และสมุนไพร ทุกชนิด เชื้อก่อโรคสลายแล้ว สารอาหารขนาดโมเลกุลเล็ก ปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำมาก 0 - 2 เปอร์เซ็นต์ ปลอดภัยในการบริโภค มีรสจืด หรือติดขมเล็กน้อย ร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้ได้เต็ม ช่วยในการฟื้นฟูระดับเซลล์ ร่างกายจะสดชื่นได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่า เป็น เอนไซม์ยอดมหาบำบัด เอนไซม์สารอาหารบำรุงเซลล์ เอนไซม์ฟื้นฟูเซลล์ เป็นต้น
วิธีการทำน้ำหมักเอนไซม์ผลไม้ มีกรรมวิธี ดังนี้
1. ผลไม้ 1 ชนิด ปริมาณ 3 กิโลกรัม
2. น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ ปริมาณ 1 กิโลกรัม
3. น้ำสะอาด หรือน้ำดื่ม ปริมาณ 10 ลิตร
4. ถังสะอาด ขนาดบรรจุ 15 ลิตร
ขั้นตอนการทำ
1. นำผลไม้ไปล้างทำความสะอาด โดยน้ำไหล เพื่อขจัดเศษฝุ่น เศษผงออกให้หมด
2. นำไปปอกเปลือก ยกเว้น ผลไม้เปลือกบาง ที่ทานได้ทั้งเปลือก ไม่ต้องปอกเปลือก หั่นเอาส่วนที่เสียออก แล้วนำไปแช่ใน น้ำสะอาดผสมน้ำเอนไซม์แช่ล้างผัก เป็นเวลา 30 นาที (น้ำเอนไซม์แช่ล้างผัก คืออะไร อ่านได้ที่นี้)
3. ยกผลไม้ที่ทำความสะอาดแล้ว ออกมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
4. นำภาชนะที่จะใช้ในการหมัก ไปล้างทำความสะอาด ผึ่งให้แห้ง หรือลวกด้วยน้ำร้อน แล้วผึ่งให้แห้ง (แนะนำเป็นภาชนะจำพวกแก้ว หรือพลาสติกที่ทดกรด คือมีเครื่องหมาย PET ที่ใต้ภาชนะ)
5. เติม น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ ลงไปใน ภาชนะที่เตรียมไว้
6. นำ ผลไม้ที่ผึ่งให้สะเด็ดน้ำแล้ว ลงไป
7. เติม น้ำสะอาด หรือน้ำดื่มที่ตวงปริมาตรไว้แล้ว ลงไป ให้เหลือช่องว่างที่ปากภาชนะ ประมาณ 1 - 2 ข้อนิ้วไว้ ป้องกันการดันขึ้นของอากาศในถัง
8. ปิดฝาให้สนิท แล้วติดสติกเกอร์ แจ้งชนิดของผลไม้ วัน เวลา ที่หมัก และนำไปเก็บในที่ร่ม ไม่โดนแดด อากาศถ่ายเทได้
9. ในช่วงเดือนแรก จำเป็นต้องเปิดคลายแก๊ซที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจทุกวัน หรือวันเว้นวันก็ได้ โดยการคลายฝาปิด ให้แก๊ซระเหยออกแล้วปิดฝาใหม่ ไม่จำเป็นต้องเขย่า
สังเกตุการเปลี่ยนแปลง
1. จะเกิดแก๊ซให้คลายทุกวัน ในช่วงต้น และจะค่อย ๆ ลดลง เมื่อไม่เกิดแก๊ซแล้ว เราก็ปิดฝา ทิ้งไว้ได้เลยค่ะ
2. น้ำผึ้งที่ตกตะกอนอยู่ด้านล่าง จะค่อย ๆ หายไป (ห้ามเขย่า)
3. น้ำจะค่อย ๆ ขุ่นขึ้น และเมื่อหมักนาน ๆ ไป จะกลับมาใส และมีตะกอนตกอยู่ด้านล่าง
4. หากทำสะอาดมาก จะไม่มีรา หรือยีสต์ขึ้นที่ด้านบนเลย แต่ถ้ามีสามารถตักออก หรือทิ้งไว้ก็ได้ (แต่ถ้าทิ้งไว้ ต้องใช้ระยะเวลาในการหมักนานขึ้น)
5. บางถังอาจมีการเกิดวุ้นขึ้นได้ ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดอาหารทิพย์ ซึ่ง สามารถอ่านได้ จากบทความเรื่อง วุ้นจากน้ำหมัก)
หมักต่อไป จนกว่า น้ำผึ้งที่ด้านล่างหมด น้ำใส มองทะลุได้ เมื่อชิมดู ไม่มีรสหวาน ก็สามารถนำมาขยายต่อไป หรือจะหมักทิ้งไว้หลาย ๆ ปี ตามความต้องการ
หากทำเอง ให้เน้นเรื่องความสะอาด และเลือกผลไม้ที่เราชอบ กินได้ประจำ ไม่แพ้ มาหมัก หรือเลือกสมุนไพรที่ต้องการเน้นรักษาโรคของเรามาหมัก ทำให้สะอาด ใช้เวลาในการหมัก ไม่รีบร้อย รับรองทานได้ ไม่ต้องกังวลค่ะ
