google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

13 พฤศจิกายน 2552

มะเร็งเนื้องอกร้าย

ความหมายของมะเร็ง

นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย แพทย์ และนักธรรมชาติบำบัดได้สรุป ความรู้เกี่ยวกับความหมายของมะเร็งว่า เกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนในระหว่างเซลล์ ทำให้เซลล์ที่ถูกแย่งชิงอิเล็กตรอนถูกทำลายกลายเป็นเซลล์ที่มีจำนวน Chromosome จาก 46 เป็น 47 Chromosome ด้วยเหตุนี้กระบวนการทำงาย Nucleus จึงถูกทำลายโดยการเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมใน DNA และ RNA ทำให้เป็นเซลล์ที่ผิดปกติไปโดยปริยาย ดังนั้น เซลล์เนื้อดีจึงถูกทำลายต่อไปเป็นเซลล์มะเร็งในวงกว้าง

ส่วนนักวิจัยทางการแพทย์อีกพวก กล่าวว่า มะเร็งเกิดจากสภาพความเสื่อมของร่างกายอันเกิดจากการสะสมของสารอนุมูลอิสระ และสารก่อมะเร็ง เป็นระยะเวลายาวนาน อีกทั้งร่างกายจำเป็นต้องทำงานเผาผลาญอาหาร ร่วมกับกระบวนการนำเข้าออกซิเจนสู่เซลล์เนื้อเยื่อ แต่เพราะสารก่อมะเร็งและสารอนุมูลอิสระเมื่อเข้าสู่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายร่วมกับสารอาหารได้ แต่กลับแบ่งเซลล์เป็นเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เกิดการลดจำนวน Chromosome ลดลงครึ่งหนึ่ง ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่จำกัด ซึ่งทำให้เกิดการทำลายเซลล์เนื้อดีออกไปเป็นวงกว้างกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ขณะเดียวกัน DNA และ RNA ก็ถูกทำลายในที่สุด

สำหรับนักธรรมชาติบำบัดมีความคิดว่า มะเร็งนอกจากจะเกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนของเซลล์ข้างเคียงทำให้เกิดการแตกสลายไป ยังเกิดจากสภาพความเสื่อมสภาพของร่างกาย อันเกิดจากการรับประทานอาหารชนิดต่าง ๆ ที่ประกอบด้วยสารก่อมะเร็งและสารก่ออนุมูลอิสระ อันมีผลต่อการเผาผลาญสารอาหารที่ผิดปกติในร่างกาย ตลอดจนความเครียดอันเป็นอิทธิพลของตัวบุคคล ทำให้เป็นเซลล์แบ่งตัวผิดปกติขึ้น ก่อเป็นเนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็ง

สาเหตุของการเกิดมะเร็ง
  • เกิดจากกรรมพันธุ์
  • เกิดจากการกระทบกระแทกของร่างกาย
  • เกิดจากสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย
  • เกิดจากอากาศและน้ำดื่มสกปรก
  • เกิดจากอาหารปนเปื้อนสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
  • เกิดจากบาดแผลเรื้อรัง
  • เกิดจากสิ่งสกปรกที่อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวบุคคล
  • เกิดจากเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อไวรัส เป็นต้น

อาการของคนเป็นมะเร็งที่พบเห็นบ่อย ๆ สำรวจตนเองว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่
  1. เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดก็รักษาไม่ค่อยหาย หรือหากก็นานหลายเดือน เป็นต้น
  2. เกิดมีโลหิตไหลออกทางทวารหนัก และช่องคลอดเป็นประจำ คราวละมาก ๆ หรืออาจจะหยดกะปริดกะปรอย หรือไหลออกมาเป็นน้ำเลยก็มี
  3. เกิดเป็นก้อนเนื้ออกที่แข็ง ๆ ขึ้นตามบริเวณกล้ามเนื้อชั้นกลาง หรือบางกรณีอาจเกิดขึ้นที่ผิวหนัง และอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วค่อยขยายใหญ่โตขึ้น
  4. เกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วไม่ย่อยอยู่บ่อย ๆ ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องบวม หรือท้องผูกเป้นประจำ
  5. เกิดอาการท้องร่วงหรือท้องผูกสลับกันแทบทุกวัน
  6. เกิดปานหรือหูด แล้วเปลี่ยนสีจากแดงเป็นดำ หรือ แดงเข้มข้น
  7. มีอาการไอ เสียงแหบแห้ง เสียงไม่ค่อยออก
  8. มีอาการเคร่งเครียดทางอารมณ์บ่อย ๆ
  9. เบื่ออาหาร รับประทานอาหารไม่ค่อยอร่อย
  10. มีอาการอาเจียน จุกเสียด แน่นหน้าอก
  11. นอนไม่ค่อยหลับ มักตื่นกลางดึกบ่อย ๆ
  12. ก้อนเนื้อที่เกิดขึ้น เมื่อลูบคลำจะเคลื่อนย้ายได้เหมือนเป็น Mass หรือ Cease บางครั้งก็เป็น Tumor เป็นต้น และก้อนเนื้อก็ขยายใหญ่ขึ้น บางครั้งอาจแตกเป็นแผลที่ผิวหนังก็เคยปรากฏ
หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ ขอให้ยอมรับว่า คุณมีภาวะความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง แล้วควรทำอย่างไร
  1. ไปพบแพทย์เพื่อตรวจมะเร็งทุกปี
  2. หมั่นออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ สด งดพวกเนื้อสัตว์ อาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง หรือทำ Detox แบบอดอาหารทุกเดือน
  3. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ไม่รีบร้อน ลดปัญหาอาหารตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดของเสีย หรือสารอนุมูลอิสระ
  4. นั่งสมาธิ ปรับสมดุลของเคลื่อนพลังงานในร่างกาย และขับสารพิษจากวิญญาณ ด้วยการวิปัสสนากรรมฐาน
  5. ดื่มน้ำเอนไซม์จากธรรมชาติ เช่น น้ำผักปั่น, น้ำเอนไซม์ผลไม้, น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นต้น เพื่อช่วยในการขจัดสารพิษ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยล้างทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร และเลือด