ความหมายของมะเร็ง
นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย แพทย์ และนักธรรมชาติบำบัดได้สรุป ความรู้เกี่ยวกับความหมายของมะเร็งว่า เกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนในระหว่างเซลล์ ทำให้เซลล์ที่ถูกแย่งชิงอิเล็กตรอนถูกทำลายกลายเป็นเซลล์ที่มีจำนวน Chromosome จาก 46 เป็น 47 Chromosome ด้วยเหตุนี้กระบวนการทำงาย Nucleus จึงถูกทำลายโดยการเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมใน DNA และ RNA ทำให้เป็นเซลล์ที่ผิดปกติไปโดยปริยาย ดังนั้น เซลล์เนื้อดีจึงถูกทำลายต่อไปเป็นเซลล์มะเร็งในวงกว้าง
ส่วนนักวิจัยทางการแพทย์อีกพวก กล่าวว่า มะเร็งเกิดจากสภาพความเสื่อมของร่างกายอันเกิดจากการสะสมของสารอนุมูลอิสระ และสารก่อมะเร็ง เป็นระยะเวลายาวนาน อีกทั้งร่างกายจำเป็นต้องทำงานเผาผลาญอาหาร ร่วมกับกระบวนการนำเข้าออกซิเจนสู่เซลล์เนื้อเยื่อ แต่เพราะสารก่อมะเร็งและสารอนุมูลอิสระเมื่อเข้าสู่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายร่วมกับสารอาหารได้ แต่กลับแบ่งเซลล์เป็นเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เกิดการลดจำนวน Chromosome ลดลงครึ่งหนึ่ง ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่จำกัด ซึ่งทำให้เกิดการทำลายเซลล์เนื้อดีออกไปเป็นวงกว้างกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ขณะเดียวกัน DNA และ RNA ก็ถูกทำลายในที่สุด
สำหรับนักธรรมชาติบำบัดมีความคิดว่า มะเร็งนอกจากจะเกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนของเซลล์ข้างเคียงทำให้เกิดการแตกสลายไป ยังเกิดจากสภาพความเสื่อมสภาพของร่างกาย อันเกิดจากการรับประทานอาหารชนิดต่าง ๆ ที่ประกอบด้วยสารก่อมะเร็งและสารก่ออนุมูลอิสระ อันมีผลต่อการเผาผลาญสารอาหารที่ผิดปกติในร่างกาย ตลอดจนความเครียดอันเป็นอิทธิพลของตัวบุคคล ทำให้เป็นเซลล์แบ่งตัวผิดปกติขึ้น ก่อเป็นเนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็ง
สาเหตุของการเกิดมะเร็ง
- เกิดจากกรรมพันธุ์
- เกิดจากการกระทบกระแทกของร่างกาย
- เกิดจากสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย
- เกิดจากอากาศและน้ำดื่มสกปรก
- เกิดจากอาหารปนเปื้อนสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
- เกิดจากบาดแผลเรื้อรัง
- เกิดจากสิ่งสกปรกที่อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวบุคคล
- เกิดจากเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อไวรัส เป็นต้น
อาการของคนเป็นมะเร็งที่พบเห็นบ่อย ๆ สำรวจตนเองว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่
- เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดก็รักษาไม่ค่อยหาย หรือหากก็นานหลายเดือน เป็นต้น
- เกิดมีโลหิตไหลออกทางทวารหนัก และช่องคลอดเป็นประจำ คราวละมาก ๆ หรืออาจจะหยดกะปริดกะปรอย หรือไหลออกมาเป็นน้ำเลยก็มี
- เกิดเป็นก้อนเนื้ออกที่แข็ง ๆ ขึ้นตามบริเวณกล้ามเนื้อชั้นกลาง หรือบางกรณีอาจเกิดขึ้นที่ผิวหนัง และอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วค่อยขยายใหญ่โตขึ้น
- เกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วไม่ย่อยอยู่บ่อย ๆ ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องบวม หรือท้องผูกเป้นประจำ
- เกิดอาการท้องร่วงหรือท้องผูกสลับกันแทบทุกวัน
- เกิดปานหรือหูด แล้วเปลี่ยนสีจากแดงเป็นดำ หรือ แดงเข้มข้น
- มีอาการไอ เสียงแหบแห้ง เสียงไม่ค่อยออก
- มีอาการเคร่งเครียดทางอารมณ์บ่อย ๆ
- เบื่ออาหาร รับประทานอาหารไม่ค่อยอร่อย
- มีอาการอาเจียน จุกเสียด แน่นหน้าอก
- นอนไม่ค่อยหลับ มักตื่นกลางดึกบ่อย ๆ
- ก้อนเนื้อที่เกิดขึ้น เมื่อลูบคลำจะเคลื่อนย้ายได้เหมือนเป็น Mass หรือ Cease บางครั้งก็เป็น Tumor เป็นต้น และก้อนเนื้อก็ขยายใหญ่ขึ้น บางครั้งอาจแตกเป็นแผลที่ผิวหนังก็เคยปรากฏ
หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ ขอให้ยอมรับว่า คุณมีภาวะความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง แล้วควรทำอย่างไร
- ไปพบแพทย์เพื่อตรวจมะเร็งทุกปี
- หมั่นออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ สด งดพวกเนื้อสัตว์ อาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง หรือทำ Detox แบบอดอาหารทุกเดือน
- เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ไม่รีบร้อน ลดปัญหาอาหารตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดของเสีย หรือสารอนุมูลอิสระ
- นั่งสมาธิ ปรับสมดุลของเคลื่อนพลังงานในร่างกาย และขับสารพิษจากวิญญาณ ด้วยการวิปัสสนากรรมฐาน
- ดื่มน้ำเอนไซม์จากธรรมชาติ เช่น น้ำผักปั่น, น้ำเอนไซม์ผลไม้, น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นต้น เพื่อช่วยในการขจัดสารพิษ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยล้างทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร และเลือด