ข้าพเจ้า ณัฐภาวี เคยป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นที่ 3 เมื่อปี 2541 และได้ผ่าตัดออกไปแล้ว และไม่ได้รักษากับทางโรงพยาบาลเลย หลังจากแผลผ่าตัดหายแล้ว เพราะว่าร่างกายไม่สามารถรับการฉีดคีโมได้ จึงเปลี่ยนแนวทางในการรักษาใหม่ เพราะถือว่าชีวิตนี้ต้องเลี่ยงด้วยตัวเอง ถ้าจะตายก็คงต้องตายด้วยคีโมแน่นอน เพราะเวลาฉีดแล้วทรมานมาก ๆ และ ได้รับคำแนะนำจากคุณเสาวภา ศรีเพียร ว่าน่าจะเปลี่ยนแนวทางรักษามาเป็นแบบธรรมชาติบำบัด ได้แนะนำให้ไปหา ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ พอไปหาคุณหมอ คุณหมอก็บอกว่าตัดไปแล้ว 5 ปี เป็นอีกถ้ายังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ใครก็รักษาให้ไม่ได้
หลังจากนั้นมาก็ใช้ชีวิตตาม ดร. สอน เริ่มจากงดเนื้อสัตว์ทุกชนิด เน้นผักทุกมื้ออาหาร กินน้ำผักปั่นทุกวันวันละ 2 - 3 ลิตร และน้ำเอ็นไซม์ทุกมื้อก่อนอาหาร ทำติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน ก็จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตแบบนี้เรื่อย ๆ มาจนร่างกายเป็นปกติ แต่ก็ยังไปตรวจเลือดเช็กมะเร็งทุก 3 เดือน จนคุณหมอและพยาบาลที่โรงพยาบาล พากันแปลกใจมาก ก็บอกเขาว่าใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ หลายคนไม่เชื่อ แต่หลายคนเริ่มหันมาทำตามเพื่อป้องกันไว้ก่อน
การเป็นโรคต่าง ๆ ที่เกิดกับร่างกายนั้น ส่วนใหญ่น่าจะเป็นจากอาหารที่เรากินเข้าไป เพราะทุกอย่างมีการปนเปื้อนด้วยสารเคมีเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ จึงถือว่าน้ำผักและเอ็นไซม์มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อร่างกายเรา โดยเฉพาะผู้ต้องการฟื้นฟูร่างกายและสุขภาพของตนเอง
สนใจหนังสือ กาลครั้งหนึ่งเมื่อฉันหัดเดิน (หนังสือที่ผู้ป่วยมะเร็งและผู้ดูแลควรอ่าน)
สั่งซื้อ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด กดตรงนี้
