28 สิงหาคม 2554
Herbal Enzyme Mouth Wash (เอนไซม์ป้วนปาก)
ส่วนประกอบสำคัญ เอนไซม์ป้วนปาก (Herbal Enzyme Mouth Wash) ผลิตมาจากเอนไซม์จากผลไม้เมืองร้อน และสมุนไพร เช่น ส้ม มะเฟือง ขมิ้น ใบฝรั่ง กานพลู การบูร มินต์ ที่ผ่านกระบวนการหมักแบบ IONIC CHARCH เพื่อให้ได้เอนไซม์และสารอาหารที่มีขนาดเล็กเพื่อช่วยในการปรับสมดุลในช่องปาก
วิธีใช้ อมเอนไซม์บ้วนปากนาน 30 วินาที ทุกเช้า ก่อนแปรงฟัน หรือหลังอาหารทุกมื้อ ช่วยทำให้ลมหายใจสดชื่น ลดการเกิดคราบหินปูน อาการเสียวฟัน และลดการเกิดฟันผุ (หากรู้สึกว่าเข้มข้นเกินไปให้ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 แล้วจึงอมไว้ในปากนาน 30 - 60 วินาที จึงบ้วนทิ้ง)
ขนาดบรรจุ 500 มิลลิลิตร
ราคา 200 บาท
เอนไซม์ป้วนปาก มีกลิ่นหอมจากสมุนไพร ลดอาการอักเสบ ดับกลิ่นปาก และผลิตจากธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง
สนใจติดต่อสั่งซื้อได้ที่ไลน์ tu-bgood หรือ อีเมล์ tusora@hotmail.com
20 สิงหาคม 2554
ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (Hypothyroidism)
Hypothyroidism หรือ ไฮโปไทรอยดีส์ซึม หรือ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ เป็นชื่อเรียกของโรคที่ก่อนให้เกิดอาการหลากหลาย และกว้างมาก เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ง่วงซึม พังผืดยึด นิ้วล็อก เจ็บส้นเท้า ไม่ค่อยอยากทำอะไร ซึมเศร้า อ้วน ไขมัน คอเลสเตอรอลสูง มีไข้ต่ำ ๆ มือเย็นเท้าเย็น ปวดข้อ ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมามาก หนาวง่าย สะเก็ดเงิน สิว ผิวแห้ง ผิวลอกเป็นขุย ๆ ความจำไม่ดี ไม่สามารถจดจ่อทำอะไรได้นาน หวาดระแวง ไมเกรน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ท้องผูก หายใจไม่สะดวก ตอบสนองช้า โลหิตจาง รู้สึกแสบ ๆ เจ็บ ๆ เหมือนถูกหนามตำ เสียงแหบ เล็บเปราะ เป็นต้น
ซึ่งจะเป็นว่า ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ นี้ มีอาการที่หลากหลาย และกว้างมาก แต่อาการเหล่านี้ หากเกิดเป็นประจำก็ทำให้สงสัยได้ว่าเราเป็นภาวะไทรอยด์ต่ำหรือเปล่า …… สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคือ มักมีอาการบวมน้ำที่ใบหน้า
ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ นอกจากจะก่อให้เกิดอาการข้างต้นแล้ว ยังส่งผลอะไรได้อีกกับสุขภาพเราหรือเปล่า เรามาเรียนรู้ทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันนะค่ะ
ต่อมไทรอยด์ อยู่บริเวณลำคอ เป็นต่อมที่สร้าง “ไทรอยด์ฮอร์โมน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญพลังงาน หรือเมตาบอลิซึม และช่วยเปลี่ยนไขมันคอเลอเตอรอลไปเป็นฮอร์โมนที่ต้านความเสื่อมของร่างกาย (Anti-aging hormoner) เช่น โปรเจสเตอโรน (progesterone), เอสโตรเจน (estrogen), เทสโตสเตอโรน (testosterone), คอติโซน (cortisol) เป็นต้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีหน้าที่ในการต้านความแก้ ความเสื่อมของร่างกาย ช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคข้อเสื่อม เป็นต้น ดังนั้น ผู้ที่มี ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้มากกว่าคนปกติ
การวินิจฉัยว่าเรามีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ หรือไม่ ทำได้อย่างง่าย ๆ ด้วยการวัดปรอทในตอนเช้าก่อนลุกจากเตียงนอนติดต่อกัน 5 วัน โดยการอมไว้ใต้ลิ้น 2 นาที แล้วอ่านค่าปรอทจดไว้ติดต่อกัน 5 วัน แล้วแปลผล ดังนี้
- สำหรับผู้หญิง ถ้าวัดได้ต่ำว่า 97.6 องศาฟาเรนไฮต์ และมีอาการต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ก็น่าบ่งบอกได้ว่า เป็นภาวะไทรอยด์ต่ำ (ไม่ควรวัดในช่วงมีประจำเดือน)
- สำหรับผู้ชาย ถ้าวัดได้ 97.4 องศาฟาเรนไฮด์ ร่วมกันอาการหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้น ก็บ่งบอกได้ว่าเป็น ภาวะไทรอยด์ต่ำ
สาเหตุของการเกิด ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (Hypothyroidism)
สาเหตุหลัก ตามรายงานของ ดร.ลิต้า ลี คือ คลื่นรังสี ที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะจาก โทรศัทพ์มือถือ คอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เป็นต้น
สาเหตุรองลงมา เช่น
- การรับประทานผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองมากเกินไป พบในกลุ่มของพวกทานมังสวิรัติ ที่มีการทานผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะในถั่วเหลืองจะมีสารต้านไทรอยด์อยู่
- กลุ่มผู้ที่ชอบทานหวานมากเกินไป ทำให้ต่อไทรอยด์ทำงานหนัก จนเสื่อม ทำงานได้น้อยลง
- กลุ่มผู้ที่กินไขมันมากเกินไป เพราะไขมันจะต้านการทำงานของไทรอยด์
- ผู้ที่ร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนเอสโตนเจนมากเกินไป ทำให้ไปต้านการทำงานของไทรอยด์
- ออกกำลังกายมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง จนต่อมไทรอยด์ทำงานลดลง
เป็นต้น
การดูแลตัวเองของผู้ที่มี ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (Hypothyroidism)
- งดอาหารหวาน ไขมัน กะหล่ำปลี บล็อกโคลี่ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองทุกชนิด
- หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ เป็นระยะเวลานาน ๆ หรือ ไม่ใช้เลยก็จะเป็นการดีมาก
- ทานอาหารจำพวก ข้าวไม่ขัดสี ข้าวกล้อง และอาหารจากธรรมชาติ ผักสีเขียว น้ำผักปั่น อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
- ทานอาหารจำพวก ปลา สาหร่าย ถั่วแดง ถั่วเหลือง เพราะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมาก
- ดื่มน้ำสมุนไพรเป็นประจำ แทนกาแฟ เช่น น้ำสมุนไพรตะไคร้ น้ำโหระพา เป็นต้น
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรหักโหมจนเกินไป
- นั่งสมาธิทุกวันอย่างน้อยวันละ 15 – 30 นาที ช่วยในการปรับสมดุลย์ของฮอร์โมนได้
สำหรับ บ้านรักษ์สุขภาพ มีผู้ดื่ม น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น Premier Fruit Enzyme 187 ml ในการดูแลสุขภาพเกี่ยวกับภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ไทรอยด์อักเสบ ซึ่งช่วยลดการรักษาโดยการผ่าตัด และการรับประทานยา อย่างได้ผล ซึ่งในน้ำพลังเอนไซมบำบัดสูตรเข้มข้นนั้น พบว่า มีสารอาหาร ฮอร์โมน และแร่ธาตุอยู่ในปริมาณที่เพียงพอในการช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลของฮอร์โมนได้อย่างดีเยี่ยม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ tusora@hotmail.com
18 สิงหาคม 2554
เอนไซม์บำบัด (Enzyme Therapy)
เอนไซม์บำบัด หรือ Enzyme Therapy Systemic เป็นศาสตร์ในการดุแลสุขภาพแบบองค์รวม ของแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นการรวมศาสตร์การรักษาหลาย ๆ แขนงเข้าด้วยกัน ผู้ที่ใช้หลัก เอนไซม์บำบัด ต้องมีความรู้ ทั้งเรื่อง ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย กลไกการทำงานของ เอนไซม์ ในร่างกาย แหล่งอาหารที่มาของ เอนไซม์ เป็นต้น
แพทย์แผนปัจจุบัน ให้ความสนใจในการนำหลัก เอนไซม์บำบัด มาใช้กับผู้ป่วยในหลาย ๆ โรค เช่น โรคเบาหวาน มีการเสริม เอนไซม์อินซูลิเนส ในผู้ป่วย หรือ โรคท้องอื่ดเรื้อรัง มีการเสริมเอนไซม์ไลเปส ในการช่วยย่อย หรือ โรคบาดแผลเรื้อรัง มีการเสริม เอนไซม์ หลาย ๆ ชนิด ในการช่วยย่อยหนอง หรือทำให้แผลแห้งไว้ ไม่เป็นแผลเป็น หรือแม้กระทั่งในปัจจุบัน โรคมะเร็ง เนื้องอกบ้างชนิด แพทย์สมัยนี้ ก็มีการให้รับประทาน เอนไซม์ บางชนิด ที่ช่วยไปยับยั้ง การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง เซลล์เนื้องอกได้
--> เอนไซม์บำบัด หรือ เอนไซม์ ที่ใช้ในการรักษาบำบัด สามารถแบ่งออกเป็น เอนไซม์ตับอ่อน และเอนไซม์พืช
เอนไซม์จากตับอ่อน เป็น เอนไซม์ ที่ได้มาจากเอนไซม์ในสัตว์ต่าง ๆ ทำการสกัดมาเพื่อนำมารักษา เช่น การสกัด เอนไซม์ อินซูลิเนส จากตับอ่อนของหมู เอนไซม์ จากผึ้ง หรือในน้ำผึ้ง เอนไซม์ นี้จะทำงานเพื่อส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และระบบย่อยอาหารเพื่อสุขภาพ
เอนไซม์จากพืช หรือเป็น เอนไซม์ ที่มาจากอาหาร เช่น สับปะรด มะละกอ เอนไซม์ กลุ่มนี้ จะทำงานเพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
การดูแล ฟื้นฟู สุขภาพ ในแบบของ เอนไซม์บำบัด ตามวิถีธรรมชาติบำบัด จึงเป็นแนวทางในการเสริมภาวะการพร่อง หรือ ขาดเอนไซม์ ในการฟื้นฟู รักษา สุขภาพ ด้วยการบริโภค หรือ การกินเสริมเข้าไปนั้นเอง
ในการฟื้นฟูสุขภาพแนวนี้ ตามหลักการหลัก ๆ ก็คือ การปรับสมดุลระบบการย่อย หรือ ทางเดินอาหารให้สะอาด และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั้นเอง เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้น ระบบเลือดสะอาดขึ้น ไม่เหลือของเสียตกค้างในร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถนำเอาสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบภูมิคุ้มกันทำงานน้อยลง และแข็งแรงขึ้นเมื่อได้รับสารอาหารเต็มที นับได้ว่า เป็นขั้นตอนในการ ทำให้ร่างกาย ย่อยอาหาร และ ดูดซึม เข้าไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสมบูรณ์นั่นเอง
มาเริ่มต้นทำความรู้จัก เอนไซม์ หลัก ๆ กันก่อน ดังนี้
- อะไมเลส แป้งย่อยสลาย
- Bromelain ลดอาการอักเสบ ย่อยอาหารโปรตีน และไขมัน ได้จาก สับปะรด
- catalase ทำงานร่วมกับ SOD เพื่อลดการผลิตอนุมูลอิสระ ต่อต้านมะเร็ง
- เซลลูเลส ย่อยสลายเซลลูโลส พบมากในพวกผักต่าง ๆ
- Lactase ย่อยสลายแลคโตสหรือน้ำตาลนม (เกือบ 65% ของคนที่ขาด)
- ไลเปส ย่อยสลายไขมัน
- protease ย่อยสลายโปรตีน
สนใจสอบถามเรื่อง เอนไซม์บำบัด หรือสนใจผลิตภัณฑ์ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด Multi Fruit Enzyme เพิ่มเติมได้ที่ คุณตู๋ tusora@gmail.com
1 สิงหาคม 2554
เอนไซม์-น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้สำหรับดื่ม
การทำเอนไซม์ เป็นกระบวนการในการเปลี่ยนรูปพืชผัก, ผลไม้ ให้อยู่ในรูปของสารอาหารเพื่อให้เก็บไว้ได้นาน โดยอาศัยประสิทธิภาพของการแตกประจุไฟฟ้า ( Effective Ionic Charge ) จึงทำให้ได้สารอาหารในรูปอิออน และพลังงาน ที่พร้อมจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อนำไปใช้ได้ทันที
ดังนั้น จะพบว่าเมื่อเรารับประทานเอนไซม์แล้วจะรู้สึกสดชื่น ร่างกายมีพละกำลังแข็งแรง รอบๆ ตัวเราล้วนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เรียกว่าจุลินทรี เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้ก็ด้วยอาศัยสิ่งเหล่านี้ ในปัจจุบันมนุษย์เราทำลายสภาพแวดล้อม ทำให้เกิดอาหาร, อากาศ เป็นพิษกันมากขึ้น เมื่อร่างกายมนุษย์อ่อนแอ จุลินทรีย์ ที่เป็นประโยชน์ก็กลับกลายเป็นโทษกับตัวมนุษย์เอง
ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันจัดสรรสิ่งแวดล้อมเพื่อให้จุลินทรีย์ต่าง ๆ ทำประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอนไซม์คือตัวกลางที่ทำหน้าที่ในการกระตุ้นให้วงจรหรือระบบต่างๆในร่างกายของเราให้ทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เอนไซม์มีหน้าที่สำคัญ 2 ประการ คือ
- เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นและ
- เพื่อบำรุงส่งเสริมให้ระบบต่างๆให้ทำงานได้ดีขึ้น
การทำน้ำเอนไซม์สำหรับดื่มนั้นสามารถทำได้ 2 วิธี คือ
- ได้จากการคั้น, ปั่นด้วยเครื่องปั่น, สับ, หรือตำกับครก แล้วกรองเอากากออกด้วยผ้าขาวบาง หรือจะใช้เครื่องแยกกากก็ได้ แต่หลังทำเสร็จควรดื่มทันทีและไม่ควรทิ้งไว้นานเกินครึ่งชั่วโมง เพราะหากเก็บไว้นานจะทำให้เอนไซม์ที่มีอยู่ในตัวผักและผลไม้เสื่อมประสิทธิภาพลง
- ได้จากการนำผลไม้มาหมัก ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะกระบวนการที่ได้จากการหมักและกรรมวิธีขั้นตอนของการหมัก เพราะสามารถเก็บไว้ดื่มได้นานกว่าและให้สารโปรตีนที่ประกอบไปด้วยวิตามิน ซึ่งเมื่อทานเข้าไป จะเกิดการแลกเปลี่ยนการใช้สารอาหารได้สูงสุด ณ จุดที่ร่างกายสามารถนำของ เสียทิ้งได้ทั้งหมด และทำให้ร่างกายสร้างพลังงานในแต่ละเซลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลให้เกิดการ สร้างเซลใหม่ทดแทนเซลเก่าที่ตายในแต่ละวันได้เต็มที่
ประโยชน์ของเอนไซม์
1. ปรับความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกาย
2. ทำให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายดีขึ้น
3. ทำให้แต่ละเซลในร่างกายได้สารอาหารอย่างสมดุล
4. สลายสารพิษและสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ( ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ )
5. อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินและเกลือแร่ คือ วิตามินบีรวม, บี 1, บี 2, บี12วิตามินที่ได้ในการนำผลไม้แต่ละชนิดมาหมักผลไม้แต่ละชนิดการนำมาหมักเป็นเอนไซม์จะได้วิตามินไม่เหมือนกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ลำดับ
|
ชนิดพืชที่นำมาหมัก
|
วิตามินที่ได้
|
1
|
ผลไม้รสหวาน
|
วิตามิน เอ, ดี, อี, เค
|
2
|
ผลไม้รสเปรี้ยว
|
วิตามิน ซีและเค
|
3
|
จากข้าว
|
วิตามิน บี ซี อี
|
หมักไว้เป็นเวลา 3 เดือน – 1 ปี
หรือ นำหัวเชื้อน้ำผลไม้เข้มข้น ที่อายุนาน 10 ปี มา 1 ส่วน + น้ำผึ้ง 1 ส่วน + น้ำ 10 ส่วน หมักไว้นาน 6 เดือน จะนำไปดื่ม หรือ นำไปเป็นหัวเชื้อ ขยายต่อไปอีก ด้วยอัตราส่วน หัวเชื้อขยาย 1 ลิตร + น้ำผึ้ง 1 กิโลกรัม + น้ำ 5 ลิตร นาน 1 ปี จะได้น้ำเอนไซม์พร้อมดื่ม ที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย ย่อยอาหาร สลายสารพิษของตกค้างในเลือด ลดไขมัน อย่างได้ผลดี

