google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

21 มิถุนายน 2553

การดูแลสุขภาพด้วยผักผลไม้

หลักการดูแลสุขภาพด้วยผักผลไม้สกัด หรือน้ำผักผลไม้ปั่น หรือน้ำผักผลไม้แยกกาก เราจะเลือกรับประทานอย่างไรก็ได้ ขึ้นกับความพร้อมของร่างกาย และความต้องการของร่างกาย เช่น ถ้าเราร่างกายอ่อนเพลีย หลังผ่าตัด หลังการรักษาโรคต่าง ๆ แนะนำให้ดื่มเป็น น้ำผักผลไม้สกัดสด เพื่อลดการที่ร่างกายจะต้องใช้พลังงานไปในการย่อยกากอาหาร และน้ำสกัดที่ได้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว และอุดมไปด้วยสารอาหารและเอนไซม์
vitamin
แต่ถ้าคุณเป็นพวกที่สุขภาพพอใช้ ต้องการดูแลสุขภาพประจำวัน แนะนำให้ทาน น้ำผักผลไม้ปั่น เพื่อให้ได้ทั้งกากใยอาหาร และสารอาหารครบถ้วน ฟื้นฟูระบบขับถ่าย และการย่อยแบบครบวงจร
ตารางแนะนำผัก ผลไม้ตามอาการโรค
อาการ ผัก และผลไม้ที่แนะนำให้นำมาใช้
โรคเก๊าต์ สับปะรด มะละกอ แอปเปิล องุ่น แอสพารากัส แครอท เซเลอรี่ ผักชีฝรั่ง ผักขม มะเขือเทศ เซเลอรี่
โรคกระเพาะปัสสาวะ บลูเบอร๊่ ลูกแพร์ แตงโม แครอท บีท แตงกวา ผักชีฝรั่ง มะเขือเทศ
โรคข้อ แตงโม เชอรี่ แอปเปิล ลูกพรุนสด แครอท แตงกวา ผักชีฝรั่ง ผักขม บีท หัวแรดิช
โรคเจ็บคอ กล่องเสียงอักเสบ สับปะรด มะกะลอ ส้ม แตงกวา แครอท ผักขม มะเขือเทศ กระเทียม บีท
โรคตับ มะละกอ ลูกแพร์ แอปเปิล ส้ม หัวบีท แครอท เซเลอรี่ ผักกาดหอม มะเขือเทศ ผักขม
โรคไต แตงโม มะละกอ สับปะรด บลูเบอรี่ องุ่น แครอท เซเลอรี่ บีท แอสพารากัส แตงกวา กะหล่ำปลี
โรคต่อมลูกหมาก เชอรี่ บลูเบอรี่ ลูกแพร์ สตรอเบอรี่ แตงโม แอสพารากัส แครอท ผักกาดหอม ผักขม ผักชีฝรั่ง บีท แตงกวา
ท้องผูก ลูกพรุนสด แตงโม มะละกอ ลูกแพร์ ลูกพีช มะนาว แอปเปิล กะหล่ำปลี เซเลอรี่ มันฝรั่ง แตงกวา
ท้องเสีย บลูเบอรี่ แครนเบอรี่ แครอท เซเลอรี่ ผักขม ผักชีฝรั่ง บีท
โรคทางเดินปัสสาวะ เกรปฟรุต แตงโม แครอท บีท แตงกวา ผักชีฝรั่ง มะเขือเทศ
โรคถุงน้ำดี เชอรี่
น้ำคั่งในร่างกาย บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ แตงโม แตงกวา เซเลอรี่
โรคผิวหนัง แตงโม องุ่น บลูเบอรี่ แตงโม ส้ม
แผลต่าง ๆ มะละกอ กะหล่ำปลี แครอท มันฝรั่ง ผักขม
ฟกช้ำ มะละกอ สับปะรด ส้ม มะนาว ส้มโอ
โรคมะเร็ง องุ่น ผลไม้กลุ่มส้ม แครอท แอสพารากัส บีท ผักชีฝรั่ง
มีไข้ บลูเบอรี่่ สตรอเบอรี่ ส้ม กะหล่ำปลี หัวหอม กระเทียม แตงกวา
โรครูมาตอยด์ แอปเปิล เชอรี่ สตอรเบอรี่ ส้ม บีท แตงกวา เซเลอรี่ แครอท
โรคเลือด ลูกพรุนสด เชอรี่ องุ่น ผลไม้กลุ่มส้ม แอสพารากัส บีท ผักกาดหอม ฝรั่ง ผักขม แครอท แห้ว
สิว มะละกอ สตอรเบอรี่ บลูเบอรี่ แครอท แตงกวา ผักขม ผักกาดหอม
โรคหอบ ส้ม แตงโม กะหล่ำปลี เซเลอรี่ มันฝรั่ง แห้ว
โรคหวัด สับปะรด มะละกอ ส้ม แครอท เซเลอรี่ บีท ขิง
อาหารไม่ย่อย มะละกอ สตรอเบอรี่ ลูกพีช สับปะรด แอปเปิล ขิง เซเลอรี่
ไอ ผลไม้กลุ่มส้ม มะละกอ หัวหอม
โรคเบาหวาน แตงโม แอปเปิล แครอท เซเลอรี่ ผักกาดหอม ผักชีฝรั่ง มะระ
หมดประจำเดือน บีท ทับทิม ผักขม ผักชีฝรั่ง
นอนไม่หลับ กล้วย เซเลอรี่ ผักกาดหอม
ผมร่วง อับฟัลฟ่า กะหล่ำปลี แตงกวา พริกไทย ผักกาดหอม แห้ว
โรคหัวใจ แตงโม แตงกวา หัวหอม เซเลอรี่ กระเทียม
การดูแลสุขภาพโดยใช้ น้ำผัก ผลไม้ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพนั่น เป็นการใช้ธรรมชาติมาบำบัดตามหลักของโภชนาการบำบัด คือ การให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากผัก ผลไม้ เพื่อนำเป็นสารอาหารและแหล่งพลังงานของเซลล์ และกระตุ้นให้เซลล์ขจัดของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้น คุณควรดื่มน้ำผัก ผลไม้ปั่นหรือสกัดอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการเสริมสุขภาพให้แข็งแรง และส่งเสริมให้การรักษาดีขึ้น
จากตารางด้านบน คุณสามารถนำผัก ผลไม้ที่เราแนะนำมาผสมเป็นสูตรตามอาการต่าง ๆ ของร่างกายคุณ หรือนำมาเพิ่มในส่วนของ น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์ ของดร.รสสุคนธ์ ก็ได้
ตัวอย่างแรก
โรคข้ออักเสบ เก๊าท์ รูมาตอยด์ ตัวเด่นคือ เซเลอรี่ ให้คุณทำน้ำผักปั่นพลังเอนไซม์ แล้วเพิ่ม เซเลอรี่ลงไป 2 ก้าน หรือ จะทำน้ำเซเลอรี่ ทานร่วมด้วย วันละ 2 แก้ว เป็นต้น
ตัวอย่างที่สอง
ผู้ป่วยมะเร็ง ในระหว่างรับการบำบัดด้วยเคมี หรือหลัง ซึ่งเซลล์จะถูกทำลายจากสารเคมี และแบคทีเรียตัวดีในร่างกายจะตายไป ต้องฟื้นฟูเซลล์ และเพิ่มแบคทีเรียตัวดีในลำไส้ ให้ฟื้นฟูโดยการ ทานโยเกิรต์สด วันละ 1 ถ้วย และดื่มน้ำแอปเปิล หรือ น้ำแตงกวา วันละ 2 แก้ว เพื่อล้างสารเคมี และฟื้นฟูเซลล์
สูตรน้ำผลไม้รับหน้าร้อน ชำระล้างเมือกมันในทางเดินอาหาร
น้ำสับปะรด      1/2 แก้ว
น้ำส้ม              1/4 แก้ว
น้ำมะละกอ       1/8 แก้ว
น้ำแครอท        1/8 แก้ว
น้ำมะนาว         เล็กน้อย
ดื่มทุกวันตอนบ่าย ถึง บ่ายสาม ช่วยล้างไต
สูตรน้ำผักผลไม้ ช่วยสร้างเม็ดเลือด
น้ำแครอท              1/2 แก้ว
น้ำผักขม                1/2 แก้ว
น้ำหัวบีท                1/2 แก้ว
น้ำต้นข้าวสาลีอ่อน  1/2 แก้ว
ดื่มวันละ 2 แก้ว ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง

ดาวน์โหลดเพิ่มเติม สูตรน้ำผักปั่นพลังเอนไซม์

15 มิถุนายน 2553

ล้างพิษ (Detox) กับ น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์

 น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด หรือ น้ำผักปั่นสูตรบ้านสุขภาพ ของ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ 
เป็นสูตร น้ำผักผลไม้ปั่น ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามิน กรดอะมิโน ไฟเบอร์ คลอโรฟิลล์ เอนไซม์ และน้ำในเซลล์พืชที่โมเลกุลขนาดเล็กที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที จึงทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ดับกระหาย กระปรี้กระเปร่า หลังดื่ม น้ำผักปั่น จึงเป็นเครื่องดื่ม ที่เรียกว่า เครื่องดื่ม ล้างพิษ (Detox) ได้เลยทีเดียว

ซึ่งจริง ๆ เราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า ผักและผลไม้นั้น มีวิตามิน  แร่ธาตุ  และเส้นใยอาหาร รวมถึง สารพฤกษเคมีสำคัญ  ซึ่งช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งเป็นการขับเอาของเสียออกจากร่างกาย จึงนิยมนำ ผัก และผลไม้ มาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อ ล้างพิษ นอกจากนี้สารอาหารต่าง ๆ ที่ได้จากผัก ผลไม้ เหล่านั้น ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ  หรือแอนติออกซิแด้นท์ (Antioxidents)   ทำหน้าที่กวาดจับและทำลายอนุมูลอิสระ (Free  Radical)  ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย  และเป็นตัวการทำให้เกิดโรคหัวใจ และ หลอดเลือด  ต้อกระจก  และมะเร็งบางชนิด  รวมทั้งความเสื่อมความชราของร่างกายได้ นับว่า เป็นการใช้ ผัก และผลไม้ มาล้างพิษ ในระดับเซลล์เลยทีเดียว
ดังนั้น เรามาลองวิเคราะห์ดูกันนะค่ะว่า สูตรน้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด ของ ดร.รสสุคนธ์ นี้ มีผัก และผลไม้กันบ้าง มีคุณค่าในการ ล้างพิษ มากน้อยแค่ไหน และเราจะได้คุณประโยชน์อะไรบ้างจากผัก ผลไม้ เหล่านั้น


เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ส่วนผสมของ น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์ มีส่วนประกอบ ดังนี้
  1. ผักกาดหอม  
  2. มะเขือเทศ (ท้อหรือสีดา)
  3. หอมใหญ่ 1/4 ลูก 
  4. เนื้อเสาวรสสดหรือน้ำมะนาว
  5. คื่นฉ่าย 2 ก้าน ลดความดันโลหิต
  6. แอปเปิ้ลเขียว หรือกล้วยน้ำว้าสุกงอม หรือ ชมพู่ องุ่น สาลี่ ส้ม ส้มโอ ลองกอง สับปะรด เชอร์รี่ อื่น ๆ คุณค่าที่ได้ก็ตามแต่ชนิดของผลไม้
  7. น้ำผึ้ง ความชื้นต่ำ (ห้ามใช้น้ำผึ้งค้ัางหลายปีหรือน้ำเชื่อม)
  8. น้ำพลังเอนไซม์บำบัด (Multi fruit Enzyme) 
  9. น้ำสะอาด (น้ำดื่ม ไม่แช่เย็น)

น้ำผักปั่น
ผักกาดหอม อุดมไปด้วย วิตามินบีสูง วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ไฟเบอร์ และคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีรสขมเย็น ช่วยบำรุงปอด เพิ่มความแข็งแรงให้กับปอด ต้านมะเร็ง ช่วยลดไข้ ขับของเสียออกทางปัสสาวะ เพิ่มกากใยในลำไส้ช่วยทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ มีคุณสมบัติในการ ล้างพิษ ออกจากร่างกายได้อย่างดี อีกทั้ง คลอโรฟิลล์ ยังเป็นสารที่ช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนและสารอาหารดีขึ้น ช่วยขับของเสียออกจากเซลล์ จึงเรียกว่า ผักกาดหอม เป็นตัวเด่น ที่ช่วย ล้างพิษ ของ น้ำผักปั่น เลยทีเดียว


มะเขือเทศ อุดมไปด้วย สารไลโคปีน วิตามินเอ วิตามินซี  วีตามินเค แคลเซียม โพแทสเซียม มีกรดมาลิก (malic acid) สารโทมาทีน (tomatine) และ กรดซิตริก (citric acid)  ช่วยลดระดับ คอเลสเตอรอล ในเลือด และในตับ ช่วยลดความดันเลือดสูงที่เกิดจากฮีสตามิน (การอักเสบ ที่จะก่อให้เกิดภาวะโรคหลอดเลือด) และกระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ลดการอักเสบ นอกจากนั้น มะเขือเทศ มีรสเปรี้ยวชุ่มเย็นเล็กน้อย จึงช่วยให้เจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ และลดภาวะเบื่ออาหาร เป็นยาระบายอ่อน ๆ เหมาะสำหับคนไข้ที่เบื่ออาหาร เยื่อตาอักเสบ มีอาการอักเสบ บาดแผล และโรคนิ่ว อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้น และบำรุงกระเพาะอาหาร ไต และลำไส้ ช่วยขับของเสียในร่างกาย และสิ่งสกปรกที่คั่งค้างตามน้ำคั่งหลั่งออกจากร่างกาย ดังนั้น มะเขือเทศ จึงเป็นผักที่ช่วยในการ ล้างพิษ ออกจากร่างกาย และลดอาการอักเสบภายในร่างกายอีกด้วย


หอมหัวใหญ่ อุดมไปด้วย แคลเซียม (ไร้มัน) แมกนีเซียม และมีสารจำพวก อัลลิลลิกไดซัลไฟด์ (allylicdisulfides) มีฤทธิ์ในช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดระดับไขมันและคอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ลดการอักเสบ เพิ่มปริมาณโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) กระตุ้นการสร้างเซลล์ที ของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ต้านมะเร็ง นอกจากนี้ยังเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับปัสสาวะ ขับพยาธิ และขับเสมหะ นอกจากนี้ หอมหัวใหญ่ มีธาตุกำมะถัน ช่วยให้เอนไซม์ตับทำงานขับสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง จึงเห็นได้ว่า หอมหัวใหญ่ ช่วยตับในการ ลัางพิษ จากร่างกาย และลดการทำงานของตับอ่อน จึงแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานทาน หอมหัวใหญ่


เสาวรส อุดมไปด้วย วิตามินเอ บำรุงสายตาและช่วยรักษาสภาพเยื่อบุผิว มี วิตามินซี ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค ลดรอยเหี่ยวย่น และช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับร่างกาย ลดอาการวิงเวียนคลื่นไส้ บรรเทาอาการจากโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ฟื้นฟูตับและไตที่อ่อนแอ อีกทั้ง เสาวรส มีกรดอะมิโน ที่ช่วยในการฟอกเลือด และกำจัดสารพิษในเลือด ลดไขมันในเลือด ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น จึงสรุปได้ว่า เสาวรส เป็นผลไม้ ที่เหมาะในการนำมา ล้างพิษ ในระบบเลือดนั้นเอง


มะนาว อุดมไปด้วย กรดซิตริก กรดมาลิค วิตามินซี วิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และกลิ่นอโรม่า ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม นอกจากนี้ยังช่วยแก้อาการปวดศีรษะ แก้อาเจียน บำรุงสายตา บำรุงผิว ปรับสมดุลของกรดด่างในร่างกาย ลดความเครียด บำรุงประสาท ลดความดันโลหิตสูง รักษาอาการโลหิตจาง รักษาโรคกระเพาะอาหาร และโรคบิดได้


คื่นฉ่าย เป็นทั้งผักและยาเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องไต เพราะมีโซเดียมน้อย ช่วยในการขับของเสียออกทางปัสสาวะ ลดความเป็นกรดในเลือด คื่นฉ่าย มีสารพิเศษที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยลดความดันได้ กินสดๆ ช่วยฟอกเลือด และมี วิตามินซี มาก ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค โดยเฉพาะเบต้า-แคโรทีน มีมาก ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจขาดเลือดแก้จุกเสียด ขับน้ำเหลืองเสีย ขับปัสสาวะ ต้น ขับระดู แก้ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ แก้อาการเมา เหล้า แก้อาเจียน ปรับประจำเดือนให้เป็นปกติ แก้อักเสบ ลดความดันเลือด ทำให้สงบ ดับร้อน แก้ไอ บำรุงกระเพาะ ขับปัสสาวะ รักษาตับอักเสบ ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และมี แคลเซียม สูง เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ป้องกันการแข็งตัวของเส้นเลือด ช่วยบำรุงครรภ์ บำรุงสมอง ช่วยความจำ อีกทั้ง คื่นฉ่าย ยังได้รับสมญานามว่าเป็น ราชาของผักในการนำมา ล้างพิษ


แอปเปิล อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่และสารอาหารที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด ทั้ง วิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 6 ไบโอติน กรดโฟลิกกรดแพนโทเธอนิค เกลือแร่ คลอไรด์ เหล็ก ทองแดง แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ซิลิคอน และยังมีกรดอินทรีย์ 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน สารอาหารเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเฉพาะวิตามินซี และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในแอปเปิล จะช่วยป้องกันโรคหัวใจในผู้ที่รับประทานเป็นประจำ นอกจากนั้นเปลือก แอปเปิล มีสาร เพกทิน ในปริมาณสูง  ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้  ช่วยกระต้นการทำงานของลำไส้ใหญ่  ลดความอยากอาหาร  และช่วยลดคอเลสเทอรอลในเลือด แอปเปิล จึงเป็นผลไม้ ที่ช่วยทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ช่วยลดการเกิด สารพิษ ในร่างกาย และกระตุ้นการขับของเสียออกทางลำไส้ใหญ่ นับว่าเป็น ตัวหลัก ในการ ล้างพิษ ของระบบทางเดินอาหารเลยทีเดียว

ดาวน์โหลด สูตรน้ำผักปั่นพลังเอนไซม์
เกร็ดความรู้


น้ำแอปเปิล
เมื่อเร็วๆ นี้มีผลงานวิจัยพบว่าน้ำแอปเปิลคั้น ช่วยรักษาสมองเสื่อม โดยนักวิจัยมหาวิทยาลัยแมสซาชูเสตต์แห่งสหรัฐฯ พบในการศึกษาว่า หนูที่เลี้ยงด้วยน้ำแอปเปิลคั้น จะเดินในทางเดินวกวนเป็นเขาวงกตได้คล่องขึ้น และสมรรถภาพร่างกายก็ไม่ค่อยเสื่อมถอยเหมือนอย่างหนูชราตัวอื่นด้วย และในวารสารทางวิชาการ "โรคสมองเสื่อม" รายงานผลการศึกษาว่า นักวิจัยได้เลี้ยงหนูด้วยน้ำแอปเปิลคั้น ลองให้กินวันละ 2 แก้ว เป็นเวลา 1 เดือน และเมื่อได้ผ่าตรวจสมองหนูออกดู พบว่ามีเศษโปรตีน ที่เรียกว่า "เบตา อไมลอยด์" ซึ่งจับสมองเป็นคราบ แบบเดียวกับที่พบตามสมองของคนที่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม เกาะจับอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สารไลโคพีนมีประสิทธิภาพเหนือว่าสารเบต้าเคโรทีน และสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์อื่นๆ ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และยังพบอีกว่าสารไลโคพีนสามารถช่วยลดโอกาสความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในต่อมลูกหมากได้มากถึงร้อยละ 20

กล้วย อุดมด้วยน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ซูโครส ฟรุคโทส และกลูโคส รวมกับไฟเบอร์ หรือกากอาหาร กล้วย จะช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายทันทีทำให้ร่างกายสดชื่น เซลล์ได้รับพลังงาน และเพิ่มกากใยในลำไส้ ช่วยทำให้ขับถ่ายดีขึ้น นอกจากนั้น กล้วย ยังอุดมไปด้วย วิตามินบี ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม และสารทริปโตเฟน (trypotophan) ซึ่งช่วยในการบำรุงระบบประสาท บำรุงเลือด ลดความดันโลหิต ลดการเกิดภาวะหลอดเลือด และสาร trypotophan เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็น serotonin เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวผ่อนคลายปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ คือทำให้เรารู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้น ลดความเครียดนั้นเอง


น้ำผึ้ง ดูรายละเอียดได้ที่ น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ
เพียงแค่นี้ จะเห็นได้ว่า น้ำผักปั่นสูตรพลังเอนไซม์บำบัด มีประโยชน์ และเป็น น้ำผักผลไม้ ที่ช่วยในการ ล้างพิษ ให้กับร่างกายอย่างแท้จริง

7 มิถุนายน 2553

เครื่องดื่มผลไม้เพื่อผิวสวย

 สวัสดีค่ะ หน้าร้อนปีนี้ นานจังเลยนะค่ะ ได้สังเกตุ ผิวพรรณ ตัวเองบ้างหรือเปล่าค่ะ ดู ผิวพรรณ เราช่างแห้ง และหมองคล้ำจากแสงแดดจังเลยค่ะ
ไม่ได้นะค่ะ ไม่ได้แล้ว ผู้ยิง… ผู้หญิง อย่างพวกเรา ต้องดูแล ผิวพรรณ กันหน่อยแล้วค่ะ
จะมาลองใช้เครื่องสำอางบำรุงผิว ยี่ห้อต่าง ๆ เพื่อปกป้อง ผิวพรรณ ภายนอกจากมลภาวะเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ แต่ก็ขาดไม่ได้นะค่ะ เราควรครีมบำรุง ผิวพรรณ ภายนอก ทุกวันขาดไม่ได้ โดยเฉพาะ โลชั่นทาผิว หรือ ครีมทาผิว ทั้ง ครีมบำรุงผิวหน้ากลางวัน หรือ ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน เพื่อความชุ่มชื้น และ ครีมกั้นแดด เพื่อปกป้อง ผิวพรรณ จากการทำลายของแสงแดด แต่ปกป้องเฉพาะภายนอกคงไม่เพียงพอ สำหรับผู้หญิงที่ต้องดูดีทั้งภายใน และภายนอก
วันนี้ทาง บ้านรักษ์สุขภาพ จึงขอแนะนำสูตร เครื่องดื่มผลไม้เพื่อผิวสวย ดื่มได้ทุกวัน วันละ 1 แก้ว ในตอนเย็น หรือ ตอนเช้า ก่อนเริ่มต้นวันใหม่ ยิ่งดื่มยิ่งสวย ยิ่งผิวใสค่ะ
เครื่องปรุง มีดังนี้
1. แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก
2. มะเขือเทศแดง (ลูกใหญ่) 1 ลูก
3. น้ำเสาวรสสด หรือ น้ำเสาวรส ตรา ดอยคำ ผลิตภัณฑ์โครงการหลวง (อันนี้ช่วยอุดหนุนกันหน่อยนะค่ะ) 200 cc
4. น้ำส้มคั้นสด 100 cc (อันนี้แนะนำคั้นเองดีที่สุด)
5. น้ำมะนาว 1/2 ลูก
6. น้ำเอนไซม์บำบัดสูตร Multi Fruit Enzyme 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำผึ้งดอกไม้ป่า (ปรุงตามชอบ ใส่ไม่ใส่ก็ได้ แต่ถ้าใช้ น้ำเสาวรสตราดอยคำแล้วไม่ต้องใส่ค่ะ เพราะน้ำเสาวรสนี้ มีฟรุกโตส หรือน้ำตาลแล้ว 8%)
หมายเหตุ สำหรับผู้ที่มีอาการท้องอืด ให้ใส่ขิงสดลงไปสักขนาด 1 หัวนิ้วโป้ง จะช่วยลดอาการแน่นท้อง และท้องอืดได้
ผิวสวย วิธีทำ
1. ล้างทำความสะอาดผลไม้ทุกชนิด เพื่อเอาฝุ่นผงออกก่อนนะค่ะ
2. แช่ผลไม้ที่ล้างแล้ว ในน้ำผสม เอนไซม์แช่ล้างผัก ไว้ 30 นาที เพื่อขจัดสารเคมีตกค้าง หรือไข่พวกแมลงต่าง ๆ
3. นำแอปเปิ้ล มะเขือเทศ มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
4. ทำการคั้นเองน้ำเสาวรส น้ำส้มคั้น และ น้ำมะนาว
5. เตรียมโถปั่น ใส่น้ำเสาวรส นั้ำส้มคั้น และน้ำมะนาวลงไป แล้วเติมผลไม้ที่หั่นแล้วลงไป ปั่นให้เข้ากันสัก 3 – 5 นาที (ถ้าเติมน้ำผึ้งก็ใส่ลงไปเลย)
6. เติม น้ำเอนไซม์บำบัดสูตร Multi Fruit Enzyme  ลงไป ปั่นให้เข้ากันเล็กน้อย แล้วเทลงแก้ว พร้อมเสริฟ
7. ดื่มให้หมดทั้งแก้วทันที
เพียงแค่นี้ คุณดื่มทุกวัน ภายใน 1 อาทิตย์ คุณก็จะเห็นความแตกต่างของ ผิวพรรณ
เครื่องดื่มผลไม้เพื่อผิวสวย สูตรนี้ ไม่เพียงเหมาะสำหรับคุณผู้หญิง ที่ต้องการดูแล ผิวพรรณ เท่านั้น แต่คุณผู้ชาย ที่ไม่อยากเป็น โรคต่อมลูกหมากโต ก็ควรรับดื่มด้วยนะค่ะ
สรุปประโยชน์ของ เครื่องดื่มผลไม้เพื่อผิวสวย มีดังนี้
1. อุดมไปด้วยเอนไซม์ ช่วยเร่งในการขจัดเซลล์ผิวเก่า และฟื้นฟูเซลล์ผิว
2. สร้างความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า กระชุ่มกระชวย
3. ปรับสมดุลของระบบขับถ่าย เพิ่มกากใยให้กับลำไส้ และกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ทำให้ขับถ่ายดีขึ้น
4. เป็น เครื่องดื่มผลไม้เพื่อผิวสวย ที่อุดมไปด้วย วิตามินซี ช่วยทำให้ผิวพรรณเนียน กระจ่างใสยิ่งขึ้น
5. ลบเลือนริ้วรอย ด่างดำบนผิว ให้ค่อย ๆ เนียน ขาว ใส ขึ้น
ปล. รับประกันความอร่อย ทำดื่มแล้วค่ะ ช่วยคลายร้อนได้ด้วยจ้า…….
หากมีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณตู๋ tusora@gmail.com

3 มิถุนายน 2553

การดูแลฟื้นฟูโรค ความดันโลหิตสูง


เมื่อเรามีภาวะ ความดันโลหิตสูง ซึ่งหากปล่อยปะละเลยไปเนิ่นนาน ก็จะเป็นอันตรายต่อร่างกายเราได้ โดยจะส่งผลต่อภาวะ หัวใจล้มเหลว (Heart Attach) หรือ โรคไต หรือ เส้นเลือดในสมองแตก เป็นต้น

จากงานวิจัยพบว่าภาวะ ความดันโลหิตสูง เรื้อรัง ส่งผลต่อความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจวาย 20 - 25% และ หัวใจล้มเหลว มากกว่า 50%

hypertension 
ระดับ ความดันโลหิตสูง แบ่งเป็น

  • ความดันโลหิต ปกติ น้อยกว่า 120/80 mmHg
  • เตรียม ความดันโลหิตสูง (Prehypertension) 120-139/80-89 mmHg
  • ความดันโลหิตสูง สูงกว่า 140/90 mmHg
  • ความดันโลหิตสูง ระดับหนึ่ง 140 - 159/90 - 99 mmHg
  • ความดันโลหิตสูง ระดับสอง 160 หรือสูงกว่า 100 mmHg

ผู้ป่วยโรค ความดันโลหิตสูง ต้องให้ความสนใจในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เป็นหลัก เช่น การกินอาหาร การเลิกสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย และ ความเครียด ในชีวิตประจำวัน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเพื่อรักษาโรค ความดันโลหิตสูง จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้คุณเองสามารถควบคุม และลดภาวะ ความดันโลหิตสูง ได้ด้วยตนเอง เพราะภาวะ ความดันโลหิตสูง มักเกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิต มิใช่การติดเชื้อ การใช้ ยาลดความดัน แต่เพียงอย่างเดียว มิทำให้คุณหายจากโรคนี้ได้ และที่สำคัญการรับประทาน ยาลดความดัน ไปในระยะเวลานาน ๆ ก็จะส่งผลต่ออวัยวะ เช่น ไต และตับ ของคุณด้วย เพราะยาลดความดัน ส่วนมากเป็นยาขับปัสสาวะเป็นหลัก ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ไตทำการขับน้ำออก ทำให้ไตทำงานหนักขึ้น และภาวะตกค้างของเสียในร่างกาย ก็จะทำให้ตับทำงานหนักขึ้นเช่นกัน

การดูแลปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยโรค ความดันโลหิตสูง จึงจำเป็นต้องเริ่มที่ตัวคุณเอง

1. หากคุณมีน้ำหนักเกิน หรืออ้วน คุณต้องเริ่มควบคุมอาหาร เพื่อการลดน้ำหนักลง เพราะภาวะน้ำหนักเกิน แสดงถึงการมีไขมันในร่างกายสูง โอกาสที่ไขมันในเลือดสูง ก็มากขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดอุดตัน หรือแข็ง ทำให้ภาวะ ความดันโลหิตสูง ขึ้น

2. หากคุณสูบบุหรี่ คุณต้องเลิกสูบบุหรี่ เพราะในบุหรี่มีสารนิโคติน ที่จะไปสะสมในกระแสเลือด และทำให้หลอดเลือดแข็ง ไม่ยืดหยุ่น ทำให้ ความดันโลหิตสูง ขึ้นได้

3. หากคุณชอบทานเค็ม ทานหวาน ทานรสจัด คุณควรหัดมาใส่ใจดูแลในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ โดยงดอาหารแห้ง อาหารหมักดอง อาหารแช่อิ่ม อาหารแช่แข็ง อาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด หากจำเป็นต้องทาน ให้เน้นทานในมื้อเช้าเท่านั้น และในแต่ละมื้อให้เพิ่มผลไม้ และผัก ทุกมื้ออาหาร โดยเน้นทานผลไม้สัก 1 จานเล็ก ก่อนทานอาหารหลัก

4. หากคุณไม่ชอบออกลังกาย คุณควรหัดมาใส่ใจ แบ่งเวลาในการเริ่มต้นที่จะออกกำลังกายสักนิด อย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือเปลี่ยนนิสัยการขึ้นลิฟท์มาเป็นเดินขึ้นออฟฟิคทุกวัน ก็จะช่วยได้ หรือในกรณีทำงานนั่งโต๊ะ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ให้คุณแบ่งเวลาจากนั่งโต๊ะนาน 1 ชั่วโมง แล้วพัก เดินไปทานน้ำ หรือเดินเปลี่ยนอิริยาบทบ้างก็เป็นการผ่อนคลาย ออกกำลังกายเล็ก ๆ ไปในตัว ดังคำกล่าวที่ว่า "ตัวขยับ ก็เป็นการออกกำลังกายแล้ว"

5. หากคุณมีความเครียด การผ่อนคลายจิตใจด้วยการนั่งสมาธิ หรือไปพักผ่อนก็จะช่วยลดภาวะ ความดันโลหิตสูง ได้ เพราะความเครียด จะก่อให้เกิดฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ไตทำงานหนัก และก่อให้ร่างกายเกิดอนุมูลอิสระ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย หรือคุณจะเล่นกับสัตว์เลี้ยงก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้คุณคลายเครียดได้อย่างดี

เคล็ดลับการออกกำลังกายเพื่อลด ความดันโลหิตสูง

1. หากิจกรรมที่คุณชอบ และตั้งเป้าหมายว่าจะทำกิจกรรมนั้นวันละ 30 นาที เช่น การเดินเล่น การวิ่ง การซักผ้า การขี่จักรยาน การเดินห้าง การพาสุนัขไปเดิน เป็นต้น โดยคุณต้องเน้นการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจนครบ 30 นาที เพียงเท่านี้คุณก็ได้ออกกำลังกายแล้วค่ะ

2. หาเพื่อนชวนกันไป Fitness เปลี่ยนจากการสังสรรค์หาข้าวกินนอกบ้าน มาเป็นชวนกันไป Fitness ออกกำลังกายหลังเลิกงานสัก 1 ชั่วโมง ได้คุยกัน และออกกำลังกายอีกด้วย

3. การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ทุกวันคุณเปลี่ยนจากการใช้ลิฟท์ขึ้นลงมาเดินขึ้นลงบันไดแทน คุณก็ได้ออกกำลังกายเผาผลาญไขมันที่ต้นขาคุณ และช่วยชาติประหยัดพลังงานอีกด้วย

4. การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด โดยการว่ายน้ำ 30 นาที จะทำให้โลหิตไหลเวียนได้ดี และผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และหลอดเลือดได้อีกด้วย

5. การปั่นจักรยาน เป็นการออกกำลังกายที่ดีในการเผาผลาญไขมัน และฝึกกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น โดยเริ่มต้นที่ครั้งละ 10 นาที ก่อน แล้วฝึกจนสามารถทำได้นานถึง 30 นาที

แนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดความดัน

1. การใช้น้ำมันมะกอก (Olive oil) ปรุงอาหาร จะช่วยลด ความดัน ได้ เนื่องจากน้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวสูง จากงานวิจัยจึงพบว่าช่วยลด ความดันโลหิต และระดับของไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้

2. การเสริมด้วยน้ำมันปลา (Fish oil) การรับประทานน้ำมันปลาทุกเช้าวันละ 1 ช้อนโต๊ะ พบว่า น้ำมันปลา มีประสิทธิภาพในการลด ความดันโลหิตสูง ได้อย่างปลอดภัย

3. การเสริมวิตามินซี (Vitamin C) วันละ 500 – 1,000 mg จากการศึกษาของนักวิจัยที่บอสตัน พบว่า วิตามินซี เป็นสารต่อต้านอนุูมูลอิสระ มีบทบาทในการลด ความดันโลหิตสูง โดยการรับประทานวิตามินซี 500 mg ต่อวัน ซึ่งในทางธรรมชาติบำบัดจะแนะนำให้ผู้ป่วยโรค ความดันโลหิตสูง ทาน น้ำเสาวรส น้ำฝรั่ง น้ำต้นข้าวสาลีอ่อน ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงเป็นประจำทุกวัน พบว่าช่วยลด ความดันโลหิตสูง ได้

4. นมเปรี้ยวช่วยลด ความดันโลหิตสูง ได้ จากการวิจัยของนักวิจัยที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พบว่า การดื่มน้ำเปรี้ยว หรือโยเกริต์สด จากธรรมชาติ วันละ 1 แก้ว เลือกชนิดที่มีปริมาณไขมันต่ำ เป็นเวลาติดต่อกันนาน 8 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยโรค ความดันโลหิตสูง มีระดับ ความดันโลหิต ลดลง

5. น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด สูตร ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ ก็มีการทดสอบกับอาสาสมัครที่มี ภาวะ ความดันโลหิตสูง โดยการดื่ม น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด ก่อนอาหารทุกมื้อ เป็นเวลา 3 เดือน พบว่า มีระดับของ ความดันโลหิต ลดลง จนสามารถหยุดรับประทานยาลดความดันได้

หากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ สามารถปรึกษา คุณตู๋ บ้านรักษ์สุขภาพ ได้ที่อีเมล์ tusora@gmail.com