น้ำพลังเอนไซม์บำบัดดับพิษแมงกะพรุนไฟ.....
เหตุการณ์หน้าร้อนในปี 49 ที่ดิฉันไม่เคยลืม ดิฉัน สามี และลูก ๆ อีก 2 คน ครอบครัวเราพากันไปเที่ยวภูเก็ต และไปเที่ยวเกาะ ในวันนั้นอากาศไม่ร้อน ลมพัดเย็นสบายดี ลูก ๆ 2 คนเล่นน้ำอยู่ในทะเล ขณะที่ดิฉันและสามีนั่งดูอยู่ที่ชายหาด
เหตุการณ์หน้าร้อนในปี 49 ที่ดิฉันไม่เคยลืม ดิฉัน สามี และลูก ๆ อีก 2 คน ครอบครัวเราพากันไปเที่ยวภูเก็ต และไปเที่ยวเกาะ ในวันนั้นอากาศไม่ร้อน ลมพัดเย็นสบายดี ลูก ๆ 2 คนเล่นน้ำอยู่ในทะเล ขณะที่ดิฉันและสามีนั่งดูอยู่ที่ชายหาด
ทันใดนั้น ดิฉันได้ยินเสียงลูกร้อง และสามีวิ่งไปดูลูก ดิฉันลุกมองไปยังสามี ที่ก้มตัวอุ้มลูกขึ้นมา และวิ่งกลับมายังที่ดิฉัน เสียงร้องไห้ของลูกยังดังขึ้น ๆ จนดิฉันใจไม่ดี ร้องถามสามีไปว่าเกิดอะไรขึ้น สามีดิฉันตอบว่า "ลูกถูกแมงกะพรุนไฟ" เมื่อสามีดิฉันอุ้มลูกมาวางที่เตียงชายหาด ดิฉันเห็นลูกร้องไห้ น้ำตาเต็มหน้า และเห็นผิวหนังที่บวมพองแดง น่ากลัวบริเวณขาของลูก ดิฉันตกใจมาก ลูกสาวอีกคนก็วิ่งเข้ามากอดดิฉันและร้องไห้ สามีดิฉันเปิดเอาน้ำดื่มที่เตรียมมาราดลงบริเวณนั้น และร้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนบริเวณนั้น
มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามา และพูดอะไรกับสามีดิฉันไม่ทราบ เขาเอาถังน้ำ และร้องเรียกให้สามีดิฉันเอาน้ำเทใส่เข้าไปให้เต็ม และเทน้ำใส ๆ สีน้ำตาล จากขวดที่เอามาใส่เข้าไปในถัง แล้วจับขาลูกชายดิฉันใส่ลงไปแช่ในถังน้ำนั้น ลูกดิฉันยังร้องไห้ไม่หยุด พี่ผู้หญิงก็เอาน้ำจากกระติกที่ติดตัวมาเทให้ลูกชายดิฉันดื่ม และบังคับให้ดื่มไปเรื่อย ๆ ตอนแรกดิฉันก็ตกใจ แต่ก็บอกให้ลูกดื่ม
คุณพี่ผู้หญิงลุกขึ้นไปคุยกับสามีดิฉัน ขณะที่ดิฉันยังป้อนน้ำในกระติกให้ลูกดื่มอยู่ ซึ่งหลังจากนั้นลูกดิฉันก็หยุดร้องไห้ ดิฉันก็ถามลูกว่ายังปวดอยู่ไหม ลูกชายก็สั่นหน้าตอนนี้ลูกดิฉันหยุดร้องไห้แล้ว เมื่อมองดูที่แผลก็ดูไม่ค่อยแดงบวมน่ากลัวแล้ว ดิฉันจึงบอกให้ลูกสาวอยู่เป็นเพื่อนน้อง
แล้วดิฉันจึงเดินเข้าไปขอบคุณ คุณพี่ผู้หญิงคนนั้น ซึ่งคุณพี่ก็เล่าให้ฟังว่า ลูกชายดิฉันคงโดนแมงกะพรุนไฟ ซึ่งพิษของแมงกระพรุนไฟจะส่งผลให้เกิดการไหม้และอักเสบของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการปวดบวมอักเสบ ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังไหม้ และเป็นไข้ อาจถึงตายได้
วิธีการที่พี่ใช้รักษาก็คือ พี่ใช้น้ำหมักเอนไซม์ของดร.รสสุคนธ์ บ้านสุขภาพ มาผสมน้ำให้เด็กกินเพื่อลดความร้อน และลดอาการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งแนะนำให้ลูกชายทานไปเรื่อย ๆ ก่อนสัก 2 - 3 วัน ส่วนที่แช่เท้า พี่ใช้น้ำเอนไซม์สำหรับแช่ผัก มาผสมน้ำแช่เท้า เพื่อให้ดูดซึมเข้าทางผิวหนัง และลดอาการอักเสบ ปวดร้อน ซึ่งถ้ามีอาการบวมปวดร้อนอีกก็ให้ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วเขาก็ส่งขวดเอนไซม์ให้กับสามีและดิฉันทั้ง 2 ขวด บอกว่าพี่ให้ อย่าลืมให้ลูกกิน และแช่เท้าแบบนี้ไปสัก 2 - 3 วันนะ หรือจะใช้ชุบกับสำลีและปิดไปที่แผลก็ได้ หลังจากนั้นพี่ผู้หญิงก็เล่่าถึงประโยชน์ของน้ำเอนไซม์อีกมากมาย
วิธีการที่พี่ใช้รักษาก็คือ พี่ใช้น้ำหมักเอนไซม์ของดร.รสสุคนธ์ บ้านสุขภาพ มาผสมน้ำให้เด็กกินเพื่อลดความร้อน และลดอาการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งแนะนำให้ลูกชายทานไปเรื่อย ๆ ก่อนสัก 2 - 3 วัน ส่วนที่แช่เท้า พี่ใช้น้ำเอนไซม์สำหรับแช่ผัก มาผสมน้ำแช่เท้า เพื่อให้ดูดซึมเข้าทางผิวหนัง และลดอาการอักเสบ ปวดร้อน ซึ่งถ้ามีอาการบวมปวดร้อนอีกก็ให้ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วเขาก็ส่งขวดเอนไซม์ให้กับสามีและดิฉันทั้ง 2 ขวด บอกว่าพี่ให้ อย่าลืมให้ลูกกิน และแช่เท้าแบบนี้ไปสัก 2 - 3 วันนะ หรือจะใช้ชุบกับสำลีและปิดไปที่แผลก็ได้ หลังจากนั้นพี่ผู้หญิงก็เล่่าถึงประโยชน์ของน้ำเอนไซม์อีกมากมาย
ดิฉันและสามีรู้สึกขอบคุณ คุณพี่เป็นอย่างมาก นอกจากจะช่วยเหลือลูกชายของดิฉันไว้แล้ว คำแนะนำนั้นยังช่วยชีวิตของสามีดิฉันที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอีกด้วย ทุกวันนี้ ดิฉัน สามี และลูกทั้งสองคน ก็ยังคงรับประทานน้ำพลังเอนไซม์บำบัด และน้ำผักปั่น ของดร.รสสุคนธ์ อย่างต่อเนื่อง ก็พบว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรง ลูกทั้งสองก็ขับถ่ายดีเป็นปกติ รับประทานอาหารผัก ผลไม้ ได้ง่ายขึ้น สามีก็สุขภาพดีขึ้น จนคุณหมอที่ดูแลยังสงสัยว่าไปทำอะไรมา ผลการตรวจค่าต่าง ๆ ดีขึ้นมาก
เหตุการณ์ครั้งนั้น นำชีวิตของครอบครัวเขาให้เขาสู่ครอบครัวตามวิถีธรรมชาติ และมีสุขภาพที่ดี
ดิฉันยังได้ใช้น้ำเอนไซม์ในการปรุงอาหาร ใช้ฉีดพ่นเป็นสเปร์ยฆ่าเชื้อโรคในห้อง ใช้ผสมน้ำสุดท้ายราดพื้นฆ่าเชื้ออีกด้วย และอีกมากมายในการประยุกต์ใช้เอนไซม์เพื่อสุขภาพ
สนใจเพิ่มเติม สามารถติดต่อพูดคุยกับเราได้ที่ tusora@gmail.com หรือ Line 085-7100612 หรือ fanpage https://www.facebook.com/friutenzyme ได้นะค่ะ
