การรับประทานเอนไซม์ต้องรับประทานขณะท้องว่าง....
การรับประทาน เอนไซม์ หรือ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เพื่อสุขภาพนั้น ต้องรับประทานขณะท้องว่าง เพื่อช่วยในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน หรือช่วยในการทำลายโมเลกุลโปรตีนที่แปลกปลอมออกจากกระแสเลือด หรือร่างกาย การรับประทาน เอนไซม์ ควร ทานขณะท้องว่าง 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ก่อนอาหาร หรือ ประมาณ 1 - 2 ชั่วโมงหลังอาหาร เพื่อให้ เอนไซม์ ที่รับประทานเข้าไปนั้น ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ผ่านระบบการย่อยสลายอาหารในกระเพาะ เพราะหากรับประทาน เอนไซม์ ในขณะมีอาหารในกระเพาะ เอนไซม์ จะเข้าไปทำหน้าที่ในการย่อยอาหารเสียก่อน จนไม่เหลือเข้ากระแสเลือดตามต้องการ
ดังนั้น สำหรับ คนที่เป็นโรค มะเร็ง การรับประทานเอนไซม์ที่ถูกต้อง คือ ทานตอนท้องว่าง ทั้งก่อน และ หลัง อาหาร เพื่อให้ เอนไซม์ ทำหน้าที่ในการขจัดสิ่งแปลกปลอม เซลล์มะเร็ง โปรตีนแปลกปลอม ออกจากกระแสเลือดให้ได้เร็วที่้สุด
ซึ่ง เอนไซม์ ในน้ำพลังเอนไซม์บำบัด นั้น มีหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ เอนไซม์ พวกโปรติเอส ที่เมื่อรับประทาน เอนไซม์ ขณะท้องว่างลงไปแล้ว ร่างกายจะสามารถดูดซีม เอนไซม์ นั้น เข้าสู่กระแสเลือดได้ภายใน 5 นาที เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว จะทำหน้าที่ไปย่อยสลาย หรือขจัด โปรตีนแปลกปลอม ออกจากเลือด เรียกว่า เป็นการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายแข็งแรงขึ้น ได้ผลอย่างดี
แต่การรับประทาน เอนไซม์ หรือ น้ำพลังเอนไซม์บำบัดนั้น มีวิธีการรับประทานหลายวิธี ซึ่งแล้วแต่จุดประสงค์ของผู้บริโภค
การรับประทานเอนไซม์ หรือน้ำพลังเอนไซม์บำบัด จะรับประทานขนาดเท่าไร....จะรับประทานตอนไหน เรามาดูกันว่า เราจะสามารถรรับประทานน้ำพลังเอนไซม์บำบัด ได้อย่างไรบ้างกันนะค่ะ
ขนาดการบริโภคที่แนะนำ ของ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด มีดังนี้
1. น้ำพลังเอนไซม์บำบัด Multi Fruit Enzyme และน้ำเอนไซม์ สูตร N-2000 คือ 1 -2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 แก้ว (250 cc) สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป หากเด็กอายุไม่ถึง 1 ขวบ ก็ปรับขนาดลงเหลือ 1 ช้อนชาต่อนม 1 ขวด หรือเด็กอายุต่ำว่า 12 ปี ก็รับประทานเพียง 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 แก้ว จะเป็นน้ำผลไม้ หรือนม ก็ได้ ส่วนบางท่านน้ำหนักตัวมาก ตัวใหญ่ อาจรับประทาน 2-4 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 300 cc ก็ได้ตามสะดวก โดยปรับปริมาณตามขนาดร่างกาย และความต้องการของร่างกาย สามารถเพิ่มหรือลดได้ตามสภาวะของความรู้สึกของร่างกายท่าน
2. น้ำพลังเอนไซม์บำบัด Premier Fruit Enzyme แนะนำให้รับประทาน ดังนี้ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ขวดลิตร หรือ 1 หยดต่อ 1 แก้ว 250 cc จะเพิ่มลดตามขนาดน้ำหนักตัว และอายุได้ ดังข้างต้น
ส่วนเวลาของการบริโภค เอนไซม์ หรือ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด นั้น ควรบริโภคแต่เฉพาะช่วงท้องว่างอย่างเดียวหรือไม่ หรือทานตอนไหนได้บ้าง เราแนะนำให้รับประทานเอนไซม์เสริม ตามแต่จุดประสงค์ความต้องการของผู้บริโภค ดังนี้
1. หากต้องการรับประทานเอนไซม์ หรือน้ำพลังเอนไซม์บำบัด เพื่อให้การย่อยดีขึ้น มีปัญหาเรื่องท้องอืด อาหารไม่ย่อย มีกรดในกระเพาะ จะแนะนำให้รับประทานทันทีก่อนอาหาร เพื่อช่วยในการย่อย และปรับสมดุลกรดด่างในกระเพาะอาหาร
2. หากรู้สึกมีอาการกรดไหลย้อน หรือท้องอืด สามารถรับประทานหรือดื่มน้ำเอนไซม์ได้ทันที เพื่อปรับสมดุลของภาวะกรดด่างในกระเพาะอาหาร เพราะน้ำเอนไซม์ ถึงจะมีสภาวะเป็นกรด แต่เป็นกรดอ่อน เรียกว่า เป็น กรดสะเทิน เมื่อรับประทานเข้าไปในร่างกายจะไปแตกตัว ปรับสมดุลของร่างกายให้เป็นด่าง ช่วยลดภาวะท้องอืด และ กรดไหลย้อนได้ดีค่ะ
3. หากต้องการให้ภาวะอาการป่วยที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันลดลง หรือ มีของเสียในกระแสเลือด เช่น โรคหวัด โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็ง โรคผิวหนัง แนะนำให้รับประทาน เอนไซม์ ช่วงเวลาที่ท้องว่าง หรือในกระเพาะอาหารไม่มีอาหารค่ะ ซึ่งเมื่อรับประทานเอนไซม์อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้เองว่า อาการต่าง ๆ จะดีขึ้น
4. หากต้องการรับประทาน เอนไซม์ เพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก หรือย่อยสลายไขมันส่วนเกิน แนะนำให้ รับประทานเอนไซม์เพิ่มเติมจากมื้ออาหาร โดยการรับประทานเอนไซม์ช่วงท้องว่าง ก่อนเข้านอน เพื่อให้เอนไซม์เข้าตรงสู่กระแสเลือด และไปทำความสะอาดขณะไขมันในหลอดเลือดค่ะ
แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับ การรับประทานเอนไซม์นั้น จำเป็นต้อง ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำแร่ ตามให้เพียงพอ อย่างน้อย 2 ลิตร เพื่อให้น้ำเป็นตัวช่วยในการนำพาเอนไซม์เข้ากระแสเลือด ช่วย เอนไซม์ ในการทำปฏิกิริยาเคมีในการย่อยสลายสิ่งแปลกปลอม ช่วย เอนไซม์ ในการขจัดของเสียออกจากร่างกาย เป็นต้น ดังนั้น การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากด้วยค่ะ
หมายเหตุ สำหรับผู้ที่มีปัญหาแผลในกระเพาะ หรือเป็นโรคแผลในกระเพาะอยู่ อย่าเพิ่งรับประทานเอนไซม์ ในช่วงท้องว่าง ให้ทานพร้อมอาหารไปก่อน เพื่อให้ เอนไซม์ ไปช่วยระบบการย่อย ปรับสมดุลกรดด่างในกระเพาะ และค่อย ๆ ช่วยรักษาแผลในกระเพาะค่ะ เมื่ออาการแผลในกระเพาะดีขึ้นแล้ว ก็สามารรับประทาน เอนไซม์ ในขณะท้องว่างได้ค่ะ
หากต้องการรับข้อมูลสุขภาพดี ๆ เชิญร่วมมาเป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกในการดูแลสุขภาพของคุณได้ที่ บ้านรักษ์สุขภาพ เข้ามาเป็นเพื่อนรับข่าวสารกันได้เลยที่นี้ค่ะ....https://www.facebook.com/friutenzyme กด like ที่หน้า fanpage หรือ ใส่อีเมล์คุณที่หน้าเว็บไซด์http://friutenzyme.blogspot.com/ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารสุขภาพค่ะ
