google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

23 พฤศจิกายน 2552

ขั้นตอนการทำน้ำผักปั่น

การเตรียมอุปกรณ์

1. มีด และเขียงสำหรับหั่นผลไม้
2. ผัก และผลไม้ตามสูตรน้ำผักปั่น
3. น้ำผึ้งความชื้นต่ำ (ควรต่ำประมาณ 20%)
4. น้ำดื่ม หรือน้ำกรองนำไปต้มให้สุกแล้วทิ้งไว้ให้เย็น
5. น้ำพลังเอนไซม์บำบัด
6. เอนไซม์แช่ผัก
7. เครื่องปั่นพลังแรงสูง ดังภาพ




 

วิธีทำ

1. ใส่ผักจำพวกใบลงไปในโถปั่น และเติมน้ำเล็กน้อย ปั่นไปสักครู่ ค่อยเติมผักผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่หั่นแล้วลงไป ปั่นจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
2. ผสมน้ำลงไปแล้วปั่นให้เข้ากัน (หากชอบเข้มข้นก็ใส่น้ำน้อย ชอบเจือจางก็ใส่น้ำเยอะ ๆ ได้เลย)
3. เทลงในแก้ว พร้อมเสริฟ

 

หา VDO ที่ถ่ายไว้ไม่เจอะ ขออภัยที่มิอาจเสนอวิธีการทำให้ดูได้อ่ะ เอาแบบคราว ๆ ไปก่อนแล้วกันนะค่ะ

21 พฤศจิกายน 2552

โรคสะเก็ดเงิน โรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โรคสะเก็ดเงินหรือเรื้อนกวางเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันมีความบกพร่อง 

รูปแสดงผิวหนังที่หนาตัว Plaque

ทำให้เซลล์ผิวหนังกำพร้าแบ่งตัวเร็ว ทำให้ผิวหนาตัวขึ้นและเป็นขุย  และเชื่อว่าพันธุกรรมก็มีส่วนทำให้เกิดโรคโดยจะต้องมีปัจจัยกระตุ้นซึ่งได้แก่ ความเครียด ผิวหนังที่มีแผล  รวมทั้งการติดเชื้อและจากยาบางชนิด มักเป็นมากในระยะวัยรุ่น และพบมากในวัยกลางคนไม่ติดต่อโดยการสัมผัส โรคมีหลายรูปแบบความรุนแรงก็มีหลายระดับ รูปแบบที่พบบ่อยคือ Plaque psoriasis ผู้ป่วยร้อยละ 80ที่เป็นเรื้อนกวางจะเป็นชนิดนี้ ตำแหน่งที่พบได้คือบริเวณผิวหนังทุกแห่ง เช่น เข่า ศอก หนังศีรษะ ลำตัว เล็บ

อาการ 
อาการมักจะค่อยๆ เกิด และเป็นๆ หายๆ ปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบได้แก่ การได้รับบาดเจ็บของผิวหนัง เช่นการเกา ผิวไหม้จากแดด การติดเชื้อไวรัส แพ้ยา
  • ผิวหนัง เริ่มเป็นผื่นเล็กๆสีแดง มีขอบชัดเจน รูปร่างอาจจะทรงกลมหรือรูปไข่ และมีขุยหรือสะเก็ดสีขาวเงิน ซึ่งค่อนข้างติดแน่น เมื่อแกะขุยจะมีเลือดออกเล็กๆ ผื่นอาจจะขยายวงกว้างออกไปรูปร่างของผื่นมีได้หลายรูปแบบ เช่น ผื่นลักษณะคล้ายก้นหอย Rupoid psoriasis  หรือคล้ายหยดน้ำ guttate psoriasis  
  • เล็บ ลักษณะเล็บจะเป็นหลุมเรียก pitted nail หรือมีการหนาตัวอยู่ใต้เล็บ subungal keratosis ถ้าเป็นมากผุทั้งเล็บ ข้อ มีอาการปวดข้อภายหลังจากมีอาการทางผิวหนัง 
  • ข้อที่ปวดมักเป็นข้อเล็กๆเริ่มที่ปลายนิ้วมือ เท้า มักเป็นสองข้าง บางครั้งอาจเป็นข้อใหญ่
สาเหตุของโรค

สะเก็ดเงินเป็นโรคที่พบได้บ่อยประมาณร้อยละ 2 ของประชากรที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ สาเหตุที่แท้จริงยัง ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ผลที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง คือมีการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังเร็วขึ้นกว่าปกติ และทำให้ ผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นมีความหนากว่าผิวหนังปกติ สาเหตุ Psoriasis Cause หนึ่งที่เชื่อว่าทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน คือการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอย่างผิดปกติต่อองค์ประกอบบางอย่างของผิวหนัง แต่สาเหตุที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดและอยู่ในระหว่างการศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวาง
  • ปัจจัยทางพันธุกรรมก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากพบว่ามีเพียงสมาชิกในบางครอบครัวเท่านั้นที่ป่วย เป็นโรคนี้ และพบ และพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน จะมีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งคนในเครือญาติที่ป่วยเป็นโรคนี้เช่นเดียวกัน
  • การเกิดผื่นมักเริ่มจากมีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้น ได้แก่ อารมณ์เครียด การบาดเจ็บของผิวหนัง (รอย ฉีกขาด รอยแกะ รอยเกา เป็นต้น) อาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อสเตร็ปโตคอคคัส การเปลี่ยนแปลงระดับ ฮอร์โมน (ผื่นมักเริ่มเกิดในช่วงแตกเนื้อหนุ่มหรือเป็นสาว) และยาบางชนิด (พบได้น้อย) ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน จึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเท่าที่จะสามารถทำได้ อย่างไรก็ดีน่าจะมีปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือ จากที่กล่าวมาแต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน (ข้อมูลจาก นพ.พีระพัชร์ นิ่มกุลรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิว)
จากการศึกษาพบว่า ซลส์ผิวหนังตรงบริเวณที่เป็นโรค จะมีการแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ และเคลื่อนตัวจากชั้นใต้ผิวหนังมาที่ผิวนอกในเวลาประมาณ 4 วัน ( ในคนปกติจะใช้เวลาประมาณ 26 วัน) ทำให้ผิวหนังเกิดการหนาตัวขึ้นเป็นปื้น ในขณะเดียวกันเซลส์ผิวหนังขาดแรงยึดเหนี่ยวตามปกติ ทำให้สารเคราติน (Keratin) บนชั้นนอกสุดของผิวหนังหลุดลอกออกเป็นแผ่นๆได้ง่าย

นอกจากนี้ยังพบว่าความผิดปกติอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับเซลส์ผิวหนังของผู้ป่วย เช่น
  • ความผิดปกติในเมตาโบลิซึมของ กรดอาราชิโดนิก (arachidonic acid) 
  • ความผิดปกติในระบบภูมิคุ้มกัน (immune) ของผิวหนัง เป็นต้น 
  • มักพบมีอาการกำเริบในเวลามีภาวะเครียดทางร่างกายและจิตใจที่มากเกินไป 
  • การติดเชื้อ ( เช่นเชื้อสเตรปโตค็อกคัส) 
  • การได้รับบาดเจ็บ 
  • การขูดข่วนผิวหนัง 
  • การแพ้แดด 
  • การแพ้ยา ( เช่นยาคลอโรควิน ยาปิดกั้นเบต้า ลิเทียม ยาเม็ด คุมกำเนิด ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่     สเตียรอยด์)
 ชนิดของโรคสะเก็ดเงินเราสามารถแบ่งตามลักษณะผื่นได้ดังนี้

 

Plaque
โรคสะเก็ดเงินชนิดนี้พบบ่อยที่สุด ลักษณะจะเป็นผิวหนังที่มีผื่นแดง นูนหนามีขอบชัดเจน บนผื่นจะมีสะเก็ดขาวเหมือนเงินอยู่บนผื่น สะเก็ดนี้เป็นเซลล์ผิวหนังซึ่งตายแล้ว ผิวหนังบริเวณผื่นมักจะแห้ง คัน และเกิดเป็นแผลได้ง่ายแพทย์เรียกชนิดนี้ว่า psoriasis vulgaris

Guttate
ลักษณะผื่นจะเหมือนรูปหยดน้ำเล็กๆเป็นหยดๆ สีแดง ผื่นนี้จะพบมากบริเวณลำตัวและแขนขา ผื่นจะไม่หนาเหมือนกับชนิด plaque มักจะพบในเด็กและวัยรุ่นโดยมีการติดเชื้อของผิวหนังเป็นตัวกระตุ้น

Inverse
สะเก็ดเงินชนิดนี้มักจะพบในคนอ้วน ที่มีเหงื่อออกมาก และมีการระคายเคือง เราอาจจะเรียกว่า Inverse psoriasis, หรือ flexural psoriasis มักพบบริเวณข้อพับ เช่นขาหนีบ รักแร้ เต้านม ก้น ลักษณะผื่นจะราบเรียบ มีการอักเสบแดง ผิวแห้ง ไม่มีขุยและหนาตัวเหมือนชนิด plaque

Erythrodermic
เป็นการอักเสบของสะเก็ดเงิน เป็นชนิดที่พบน้อยที่สุดมักพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคสะเก็ดเงินที่ผื่นสะเก็ดเงินหลุดง่ายผื่นชนิดนี้จะมีลักษณะแดง กระจายไปทั่วและมักจะมีอาการบวม ปวด และคันร่วมด้วย

Generalized Pustular
ผื่นสะเก็ดเงินจะแดงทั่วไป มีอาการบวมและปวด จะมีตุ่มหนองเกิดขึ้น ตุ่มหนองนี้มิใช่เกิดจากการติดเชื้อ เมื่อแผลแห้งแล้วก็กลับมาเป็นหนองได้อีกเรียกว่า Zumbusch pustular psoriasis

Localized Pustular
เป็นตุ่มหนองที่เกิดเฉพาะบริเวณมือและเท้าจะมีลักษณะเป็นตุ่มหนองขนาดครึ่งเซนติเมตรอยู่บนผื่นที่มือและเท้า

โภชนาการบำบัดสำหรับโรคสะเก็ดเงิน

วิตามิน เอ เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการแบ่งตัวและเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุร่างกาย เช่น ผิวหนัง เยื่อบุช่องปาก จึงมีผู้นำวิตามิน เอ มารักษาโรคสะเก็ดเงิน พบว่าไม่ได้ผล ต่อมามีการค้นพบกรดของวิตามิน เอ (Retinoids) พบว่ามีฤทธิ์ในการรักษาผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงินได้ดี ปัจจุบันสารกลุ่มนี้เรียกว่า Retinoids ซึ่งรวมถึงวิตามิน เอ ด้วย

ยารับประทานกลุ่ม Retinoids ที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินมี 3 ชนิด คือ Etretinate, Acitretin และ Isotretinoin ในประเทศไทยปัจจุบันนิยมใช้ Acitretin แทน Etretinate เพราะยา Acitretin มีช่วงครึ่งชีวิตสั้นกว่า Etretinate มาก ทำให้หลีกเลี่ยงผลเสียที่จะเกิดกับเด็กในครรภ์

ขอบคุณข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยมหิดล

จากการติดตามผู้รักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด 
ของดร.รสสุคนธ์

น้ำหมักพลังเอนไซม์บำบัด เป็นการหมักเอนไซม์จากผลไม้นานาชนิด ส่งผลให้ได้โมเลกุลของสารอาหารขนาดเล็ก ที่มีทั้งกรดอะมิโน แร่ธาตุต่าง ๆ รวมทั้งวิตามินในจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี เป็นต้น โดยวิตามินเหล่านี้จะอยู่ในรูปของกรดเช่น กรดวิตามินเอ หรือ Retinoids, กรดวิตามินซี หรือ Ascobic acid เป็นต้น

นอกจากนี้น้ำเอนไซม์จากผลไม้ยังมีคุณสมบัติในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พบว่าผู้ที่ดื่มน้ำเอนไซม์จากผลไม้เป็นประจำจะมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่แข็งแรงมากกว่ากลุ่มผู้ที่ไม่ดื่ม จึงพบว่าเมื่อผู้ป่วยโรคผิวหนัง ในกลุ่มของผู้เป็นโรคสะเก็ดเงินมีอาการดีขึ้น

เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันคืนสู่ปกติและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาวะอารมณ์ของผู้ป่วย ต้องอยู่ในการควบคุมด้วยจิตสมาธิ การขจัดความเครียด กระทั่งเรื่องของโภชนาการ การหลีกเลี่ยงอาหารในกลุ่มโปรตีนที่ย่อยยาก อันเป็นแอนโทเจน ที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง หรือการอักเสบได้

สินค้าแนะนำสำหรับโรคสะเก็ดเงิน

1. เอนไซม์สระผมอาบน้ำสูตรไร้สารเคมี สำหรับอาบน้ำสระผม ลดอาการอักเสบหรือติดเชื้อ และไม่ทำให้ผิวหนังโดนสารเคมีทำลายซ้ำอีกด้วย อ่อนโยนต่อผิวพรรณสามารถใช้อาบได้ทุกวัน
2. น้ำเอนไซม์แช่ผัก สำหรับนำมาผสมกับน้ำอุ่นแช่อาบ อย่างน้อยวันละ 15 -30 นาที (อัตราส่วน 5 ฝาขวดต่อน้ำ 100 ลิตร หรือ 1 ฝาต่อน้ำ 3 - 5 ลิตร แล้วแต่ต้องการความเข้มข้นแค่ไหน)
3. โลชันพลังเอนไซม์สำหรับสะเก็ดเงิน ใช้ทาผิวบริเวณที่เป็นแผลสะเก็ดเงิน (ทาบาง ๆ เช้า และเย็น ทุกวัน หรือทุกครั้งที่มีอาการคัน)
4. น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตร N2000 หรือ น้ำเอนไซม์ผลไม้รวมสูตรเข้มข้น ดื่มผสมกับน้ำอุ่น ทุกวันก่อนอาหารวันละ 3 มื้อ
5. น้ำผักปั่น ทานทุกวันวันละ 3 - 5 ลิตร โดยทำครั้งละ 1 ลิตร ดื่มเรื่อย ๆ จนหมดภายใน 1 ชั่วโมง

18 พฤศจิกายน 2552

จำหน่ายหนังสือเอนไซม์ น้ำหมักชีวภาพเพื่อการพอเพียง

หนังสือเอนไซม์ น้ำหมักชีวภาพเพื่อการพอเพียง
โดยดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์


เอนไซม์
ช่วยดูแลสุขภาพได้อย่างไร
ช่วยป้องกันปัญหาโลกร้อนได้อย่างไร
เอนไซม์จะทดแทนการใช้ยาได้จริงหรือ
พบกับเทคนิคและวิธีการทำง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง

ราคาเล่มละ 40 บาท


ปกหนังสือ

ในหนังสือการจะมีเขียนอธิบายความเป็นมาของเอนไซม์ วิธีการหมักน้ำเอนไซม์ ขั้นตอนการผลิตน้ำเอนไซม์เพื่อบริโภค การผสมน้ำเอนไซม์ดื่ม การทำหมักน้ำเอนไซม์เพื่อช่วยโลก เป็นต้น




ตัวอย่างแบบคราว ๆ สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือได้ค่ะ ที่ tusora@gmail.com

ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพพลังเอนไซม์บำบัดจากการวิจัย

1. เอนไซม์ ช่วยเปลี่ยนอาหารคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และเส้นใยอาหารให้เป็นกรดอินทรีย์ เช่น กรดแลคติก กรดอะซิติก และกรดบิวทิริก ซึ่งมีความเป็นกรดอ่อน ๆ ทำให้เอนไซม์มีรสเปรี้ยว และช่วยทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้อย่างสะดวก กรดอินทรีย์ชนิดบิวทีริกเสริมสร้างการสร้างดีเอ็นเอ และเพิ่มจำนวนเซลล์บุผิวในลำไส้ใหญ่ให้มีมากแข็งแรงมีอายุยืนกว่าเดิม ทำหน้าที่ต้านเชื้อโรคได้ดี ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ดี

2. เอนไซม์สร้างวิตามิน บี ๑๒ วิตามิน K และวิตามิน B หลายชนิด ช่วยบำรุงเม็ดเลือด เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท และเซลล์ทั่วไป

3. ช่วยสร้างเอนไซม์แลคเตส เพื่อย่อยน้ำตาลในนม ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น ดังนั้น เด็ก ๆ ที่ยังดื่มนมสามารถดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัดผสมในนมได้

4. สร้างสารต่อต้านเชื้อโรค สารอินทรีย์นี้เรียกว่า แบคทีริโอซิน (Bactiriocins) มีหลายชนิด ได้แก่ acidolin, acidophillin, bulgarican, lactocillin และ niacin ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโทษต่อรางกายการ เช่น เชื้อที่ทำให้เจ็บคอ เชื้อที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง เชื้อที่ทำให้เกิดโรคตามผิวหนังเป็นแผลพุพองเรื้อรัง ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ เชื้อที่ทำให้ท้องร่วง และเชื้อที่ทำให้เกิดเหม็นเน่า

5. ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด เหมาะสำหรับผู้มีระดับไขมันในเลือดสูง หรือความดันสูง

6. ช่วยในการทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาการหมดประจำเดือน และบรรเทาอาการเกิดโรคกระดูกพรุนด้วย เนื่องจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน

7. ช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการฉายรังสี และเคมีบำบัดหลังการผ่าตัดมะเร็ง ลดอาการแพ้ คลื่นไส้ ผมร่วง ทำให้รับประทานอาหารได้ดีขึ้น และพบว่าทำให้ปริมาณฮีโมโกบินสูงขึ้นด้วย

8. ช่วยลดการเกิดสารก่อมะเร็งบางชนิด เช่น ไนโตรซามีน

9. ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในสัตว์ทดลอง ทั้งในระยะเริ่มต้น และระยะส่งเสริมของโรคมะเร็ง และในทางระบาดวิทยา พบว่าในคนมีความสัมพันธ์กับการลดอัตราการเสี่ยงของมะเร็งลำไส้


สรุปประโยชน์ของเอนไซม์ได้ ดังนี้

1. ช่วยปรับความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกาย

2. ทำใหระบบการย่อยและขับถ่ายดีขึ้น

3. ทำให้เซลล์ในร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุล

4. สลายสารพิษและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย (ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ)

จากหนังสือเอนไซม์ โดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ มูลนิธิภูมิปัญญาสากล

13 พฤศจิกายน 2552

การย่อยสลายเซลล์มะเร็ง

โครงสร้างการย่อยสลายเซลล์มะเร็งร้ายให้ฝ่อหายไป

โดย ดร. สิทธิพร เปล่งขำ นักวิจัยแห่งชาติ นักวิทยาศาสตร์แพทย์แบบผสมผสาน


ปัจจัยที่ 1 หยุดยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง โดยการตัดสารอาหารที่ก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย
เช่น การอดอาหารเพื่อล้างเซลล์มะเร็ง หรือ การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย โดยการ detox เช่น การดื่มน้ำเอนไซม์, การออกกำลังกายขับสารพิษ, การทำสมาธิลดความเครียด, การคิดดี อารมณ์ดีอยู่เสมอ

ปัจจัยที่ 2 สารภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
เช่น บำรุงเม็เลือดขาวด้วยอาหาร และวิตามินจากธรรมชาติ, บำรุงตับ และไต เพื่อให้ทำงานขับสารพิษได้ดี, ชำระล้างเลือดหรือสารอาหารที่ตกค้างในเลือดด้วยน้ำเอนไซม์จากผลไม้หรือผักสด, สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง และมีปริมาณที่เหมาะสมด้วยพลังจากสารอาหารธรรมชาติ

ปัจจัยที่ 3 การย่อยสลายเซลล์มะเร็ง
ด้วยการใช้โภชนาการบำบัด เช่น การกินสาหร่ายเกลียวทอง การทานวิตามินซีในปริมาณ 5,000 มก.ต่อวัน, การรับออกซิเจนด้วยการใช้ลมปราณบำบัดโรค, การทำสมาธิสลายความเครียด เป็นต้น

ปัจจัยที่ 4 การสร้างอารมณ์ขัน
เช่น มองโลกในแง่ดี, มีความหวัง, ความตั้งใจจริง, อดทน, ไม่เครียด, ลดความวิตกกังวน, เจริญสมาธิ แผ่เมตตา, พูดคุยกับผู้คนด้วยอัธยาศัยไมตรี

ปัจจัยที่ 5 สร้างบรรยากาศแวดล้อมที่ดี
เช่น การทำความสะอาดบ้านให้ปราศจากฝุ่น, ดื่มน้ำสะอาดทุกวันอย่างน้อย 3 - 5 ลิตร, อาบน้ำอุ่น หรือ อบไอน้ำเป็นประจำ, ทานอาหารปลอดสารพิษ, ชำระร่างกายให้สะอาด, ใส่เสื้อผ้าที่สะอาด, สวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำ

อาหารต้านมะเร็ง ที่ง่ายที่สุดของชมรมบ้านสุขภาพ คือ น้ำผักสดปั่นสูตรชมรมบ้านสุขภาพ และเครื่องดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัดที่ได้จากกาารหมักผลไม้นานกว่า 6 ปี ขึ้นไป อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน ช่วยกระตุ้นต่อมและฮอร์โมนต่าง ๆ ทำให้ร่างกายต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่แปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายได้ดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง ภูมิต้านทานดี มีประโยชน์ในการรักษามะเร็งได้

ดาวน์โหลด สูตรน้ำผักปั่น

มะเร็งเนื้องอกร้าย

ความหมายของมะเร็ง

นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย แพทย์ และนักธรรมชาติบำบัดได้สรุป ความรู้เกี่ยวกับความหมายของมะเร็งว่า เกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนในระหว่างเซลล์ ทำให้เซลล์ที่ถูกแย่งชิงอิเล็กตรอนถูกทำลายกลายเป็นเซลล์ที่มีจำนวน Chromosome จาก 46 เป็น 47 Chromosome ด้วยเหตุนี้กระบวนการทำงาย Nucleus จึงถูกทำลายโดยการเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมใน DNA และ RNA ทำให้เป็นเซลล์ที่ผิดปกติไปโดยปริยาย ดังนั้น เซลล์เนื้อดีจึงถูกทำลายต่อไปเป็นเซลล์มะเร็งในวงกว้าง

ส่วนนักวิจัยทางการแพทย์อีกพวก กล่าวว่า มะเร็งเกิดจากสภาพความเสื่อมของร่างกายอันเกิดจากการสะสมของสารอนุมูลอิสระ และสารก่อมะเร็ง เป็นระยะเวลายาวนาน อีกทั้งร่างกายจำเป็นต้องทำงานเผาผลาญอาหาร ร่วมกับกระบวนการนำเข้าออกซิเจนสู่เซลล์เนื้อเยื่อ แต่เพราะสารก่อมะเร็งและสารอนุมูลอิสระเมื่อเข้าสู่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายร่วมกับสารอาหารได้ แต่กลับแบ่งเซลล์เป็นเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เกิดการลดจำนวน Chromosome ลดลงครึ่งหนึ่ง ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่จำกัด ซึ่งทำให้เกิดการทำลายเซลล์เนื้อดีออกไปเป็นวงกว้างกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ขณะเดียวกัน DNA และ RNA ก็ถูกทำลายในที่สุด

สำหรับนักธรรมชาติบำบัดมีความคิดว่า มะเร็งนอกจากจะเกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนของเซลล์ข้างเคียงทำให้เกิดการแตกสลายไป ยังเกิดจากสภาพความเสื่อมสภาพของร่างกาย อันเกิดจากการรับประทานอาหารชนิดต่าง ๆ ที่ประกอบด้วยสารก่อมะเร็งและสารก่ออนุมูลอิสระ อันมีผลต่อการเผาผลาญสารอาหารที่ผิดปกติในร่างกาย ตลอดจนความเครียดอันเป็นอิทธิพลของตัวบุคคล ทำให้เป็นเซลล์แบ่งตัวผิดปกติขึ้น ก่อเป็นเนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็ง

สาเหตุของการเกิดมะเร็ง
  • เกิดจากกรรมพันธุ์
  • เกิดจากการกระทบกระแทกของร่างกาย
  • เกิดจากสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย
  • เกิดจากอากาศและน้ำดื่มสกปรก
  • เกิดจากอาหารปนเปื้อนสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
  • เกิดจากบาดแผลเรื้อรัง
  • เกิดจากสิ่งสกปรกที่อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวบุคคล
  • เกิดจากเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อไวรัส เป็นต้น

อาการของคนเป็นมะเร็งที่พบเห็นบ่อย ๆ สำรวจตนเองว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่
  1. เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดก็รักษาไม่ค่อยหาย หรือหากก็นานหลายเดือน เป็นต้น
  2. เกิดมีโลหิตไหลออกทางทวารหนัก และช่องคลอดเป็นประจำ คราวละมาก ๆ หรืออาจจะหยดกะปริดกะปรอย หรือไหลออกมาเป็นน้ำเลยก็มี
  3. เกิดเป็นก้อนเนื้ออกที่แข็ง ๆ ขึ้นตามบริเวณกล้ามเนื้อชั้นกลาง หรือบางกรณีอาจเกิดขึ้นที่ผิวหนัง และอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วค่อยขยายใหญ่โตขึ้น
  4. เกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วไม่ย่อยอยู่บ่อย ๆ ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องบวม หรือท้องผูกเป้นประจำ
  5. เกิดอาการท้องร่วงหรือท้องผูกสลับกันแทบทุกวัน
  6. เกิดปานหรือหูด แล้วเปลี่ยนสีจากแดงเป็นดำ หรือ แดงเข้มข้น
  7. มีอาการไอ เสียงแหบแห้ง เสียงไม่ค่อยออก
  8. มีอาการเคร่งเครียดทางอารมณ์บ่อย ๆ
  9. เบื่ออาหาร รับประทานอาหารไม่ค่อยอร่อย
  10. มีอาการอาเจียน จุกเสียด แน่นหน้าอก
  11. นอนไม่ค่อยหลับ มักตื่นกลางดึกบ่อย ๆ
  12. ก้อนเนื้อที่เกิดขึ้น เมื่อลูบคลำจะเคลื่อนย้ายได้เหมือนเป็น Mass หรือ Cease บางครั้งก็เป็น Tumor เป็นต้น และก้อนเนื้อก็ขยายใหญ่ขึ้น บางครั้งอาจแตกเป็นแผลที่ผิวหนังก็เคยปรากฏ
หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ ขอให้ยอมรับว่า คุณมีภาวะความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง แล้วควรทำอย่างไร
  1. ไปพบแพทย์เพื่อตรวจมะเร็งทุกปี
  2. หมั่นออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ สด งดพวกเนื้อสัตว์ อาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง หรือทำ Detox แบบอดอาหารทุกเดือน
  3. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ไม่รีบร้อน ลดปัญหาอาหารตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดของเสีย หรือสารอนุมูลอิสระ
  4. นั่งสมาธิ ปรับสมดุลของเคลื่อนพลังงานในร่างกาย และขับสารพิษจากวิญญาณ ด้วยการวิปัสสนากรรมฐาน
  5. ดื่มน้ำเอนไซม์จากธรรมชาติ เช่น น้ำผักปั่น, น้ำเอนไซม์ผลไม้, น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นต้น เพื่อช่วยในการขจัดสารพิษ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยล้างทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร และเลือด

1 พฤศจิกายน 2552

ต้นข้าวสาลีอ่อน Whe Globerry

Whe Globerry 


ต้นข้าวสาลีอ่อน ผสมรากเบอร์ดอก และใบอ่อนของหม่อน อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากธรรมชาติ 100%

อุดมไปด้วยคลอโรฟิลส์ และ Bioflavonoid ซึ่งเป็นสาร Antioxidant ชนิดพิเศษช่วยในการต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง บำรุงตับ ไต และกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง เพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น

เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย หรือผู้มีปัญหาเรื่องตับ ไต หรือกล้ามเนื้อหัวใจ


วีโกเบอร์รี่ มีทั้งชนิดแกรนูล และชนิดเม็ด

ราคาปกติ 1,400 บาท 
สนใจติดต่อสอบถามหรือสั่งซื้อได้ที่ tusora@hotmail.com