ประโยชน์ | ปริมาณและวิธีการใช้ |
| 1. บำรุงสุขภาพ | น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่นดื่มหลังตื่นนอนทุกวัน |
| 2. อดนอน | น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือผสมน้ำผลไม้ เพิ่มความสดชื่น |
| 3. ยาอายุวัฒนะ | น้ำผึ้ง½ -1 ช้อนโต๊ะ ดื่มทุกวัน เช้า / ก่อนนอน |
| 4. นอนไม่หลับ | น้ำผึ้ง 1ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอุ่น ดื่ม เวลาอาหารเย็นหรือก่อนนอน |
| 5. ไอ หลอดลมอักเสบมีเสมหะ | กระเทียม 1-2 กลีบ (ตำให้ละเอียด) น้ำมะนาว ½ เกลือเล็กน้อย พิมเสนหรือการบูร 2-3 เกล็ด น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ |
| 6. ท้องอืด ท้องเฟ้อ | น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะน้ำขิงเข้มข้น ½ ถ้วย เกลือเล็กน้อยดื่มวันล่ะ 3 เวลาหลังอาหาร |
| 7. ท้องผูก | น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มก่อนนอน |
| 8. เด็กปัสสาวะรดที่นอน | น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา (ไม่ผสมน้ำ) ดื่มก่อนนอน |
| 9. ท้องเสียรุนแรง | น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือ ½ ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1แก้ว |
| 10. เด็กหวะนม | น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ผสมนมให้เด็กดื่ม |
| 11. กล้ามเนื้อเป็นตะคริว | น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มทุกเมื่ออาหาร |
| 12. ล้างแผล แผล ฝี หนอง แผลเรื่อรัง | น้ำผึ้ง 1 ส่วน ผสมน้ำ 9 ส่วนชะล้างแผล หัวหอมแดง 2 หัวตำให้ละเอียด+น้ำผึ้งพอกฝี น้ำสุกที่ เย็นแล้วล้างแผลให้สะอาด ใช้สำลีหรือผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดบริเวณแผล |
| 13. แผลไฟไหมน้ำร้อนลวก ถูกท่อไอเสีย | ใช้ผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดแผลไว้แล้วเปลี่ยนผ้าพันแผลทุก 12 ชั่วโมง |
| 14. โรคกระเพาะ | ดื่มน้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะขณะปวด และ 3 ช้อนโต๊ะก่อนนอน |
| 15. ผู้ป่วยด้วยโรคพิษสุรา(ตับแข็ง/โรคตับ) | น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ ½ ถ้วยแก้ว ดื่มวันละ3 ครั้งเป็นประจำ คอเหล้าดื่มน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนนอน |
| 16. ผู้ป่วยริดสีดวงทวาร | น้ำผึ้งผสมกระเทียมโทน บริโภควันละ 3 ครั้งหลังอาหาร |
| 17. เด็กโตช้า และโลหิตจาง | น้ำผึ้งผสมนมดื่มเป็นประจำ |
| 18. เสียน้ำหรือเสียเลือด(10-20%) | น้ำ 1 ถ้วยแก้วผสมเกลือ ¼ ช้อนชา น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ |
| 19. โรคเด็ก (ทางเดินอาหารผิดปกติ) | น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1ถ้วย |
16 เมษายน 2553
ประโยชน์ของน้าผึ้งในการสร้างเสริมสุขภาพ
น้ำผึ้ง คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากรังผึ้ง มีสรรพคุณใช้เป็นยามาแต่ก่อนสมัยพุทธกาล ใช้เป็นยาบำรุงรักษาโรคทั้งภายในและภายนอกได้ ในปัจจุบัน น้ำผึ้งยังเป็นยาธรรมชาติที่หามียาสมัยใหม่เทียบเท่าได้
สนใจสั่งซื้อ น้ำผึ้งดอกไม้ป่า
หนังสือจุดประกายฝัน
หนังสือจุดประกายฝัน
โดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์
ถ้า เกษตรกร ไม่ใช้สารเคมีต่าง ๆ ในการกำจัดศัตรูพืช โดยการเปลี่ยนขยะที่ใคร ๆ ไม่ต้องการ มาเป็น
- น้ำเอนไซม์ที่สามารถผลิตก๊าซโอโซนที่เป็นประโยชน์
- ปุ๋ยหมักชีวภาพที่มีแร่ธาตุ N P K และ แร่ธาตุรองสำหรับพืช
- ปุ๋ยดินหมักชีวภาพ
- เอนไซม์สมุนไพรไล่แมลง
- เอนไซม์ฮอร์โมนธรรมชาติ
- เอนไซม์สำหรับทำความสะอาด
หนังสือจุดประกายฝัน จึงเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การหมักขยะสำหรับการเกษตร และใช้ในครัวเรือน เพื่อให้เข้าใกล้ความฝันนั้น จึงได้ตั้งชื่อหนังสือนี้ว่า จุดประกายฝันนั้นเอง
14 เมษายน 2553
น้ำหมักชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาสำคัญควบคู่กับกับการพัฒนาบ้านเมือง การกำจัดขยะ กากของเสีย และสารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก และก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อร่างกายมนุุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนำเวศ สภาวะสมดุลทางธรรมชาติ ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาหลักและสำคัญต่อโลกของเรา ต้องอาศัยความร่วมมือในการแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง
การนำแนวความคิดเรื่องการหมักขยะ ให้กลายเป็นน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการอุปโภคในครัวเรือน ลดการทิ้งขยะ และการใช้สารเคมี จึงนับว่าเป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ และควรได้รับการสนับสนุนให้นำมาใช้กันภายในครัวเรือน
น้ำหมักขยะ หรือน้ำหมักชีวภาพ เพื่อใช้ในครัวเรือน หรือใช้เป็นปุ่ยชีวภาพ ช่วยลดการใช้สารเคมี และการเพิ่มปริมาณขยะสดได้อย่างดี
การหมักขยะ หรือการทำน้ำหมักชีวภาพที่ได้จากเศษพืช ผัก ผลไม้ วัชพืช หรือเศษอาหาร ที่ยังไม่บูดเน่า นำมาสับหรือหันเป็นชิ้นเล้ก ๆ ใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด เช่น ถังพลาสติก หรือ โอ่ง เติมน้ำตาลทรายแดง และน้ำ หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 – 6 เดือน ขึ้นกับสภาพอุณหภูมิและสภาพของถังหมัก ซึ่งจะนำมาใช้ได้ให้สังเกตุ ดังนี้
1. สังเกตุลักษณะปรากฏ - เป็นของเหลวข้น สีน้ำตาล
2. ดมกลิ่น - มีกลิ่นหอม ออกเปรี้ยว ฉุนกลิ่นน้ำส้ม
3. ตรวจทางเคมีเบื้องต้น – มี pH ต่ำกว่า 4
วิธีการเริ่มต้นหมักขยะ หรือทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในครัวเรือน
1. ล้างทำความสะอาดภาชนะที่จะใช้หมัก เช่น ถังพลาสติกและฝา (ขนาด 50 ลิตร) แล้วตากทิ้งไว้ให้แห้ง
2. เก็บรวบรวมเศษพืช ผัก ผลไม้ วัชพืช (12 กิโลกรัม) ที่ยังไม่เน่า ทำความสะอาด ล้างและสะเด็ดให้แห้ง หรือถ้ามีเวลาให้แช่ในน้ำผสมเอนไซม์แช่ล้ัางผัก 30 นาที ก่อนนำมาสะเด็ดทิ้งไว
3. เติมน้ำกรองใส่ลงไปในถังพลาสติก (20 ลิตร) ถ้าเป็นน้ำประปา ให้ใส่ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อให้คลอรีนระเหยไป
4. เติมน้ำตาลทรายแดง 5 กิโลกรัม ลงไป คนให้ละลายกับน้ำ จนละลายหมด
5. เติมเศษขยะที่ล้างทำความสะอาดแล้วลงไป (ประมาณ 12 – 15 กิโลกรัม) หรือค่อย ๆ เติมใส่ทุกวันจนเกือบเต็มถัง ปิดฝาให้สนิท หรือใช้ของหนักทับไว้บนฝาถัง
6. เมื่อเต็มแล้ว ให้เขียนฉลากแปะไว้ที่ข้างถัง วันสุดท้ายที่เติมขยะลงไป แล้วรอให้ครบ 3 – 6 เดือน แล้วจึงนำมาใช้
ข้อควรระวังในการผลิต
1. ควรเลือกใช้เศษผัก ผลไม้ หรืออาหารที่ยังไม่บูดเน่า
2. ควรเลือกภาชนะพลาสติกที่ทนต่อกรดได้ดี
3. ในระหว่างการหมักจะเกิดก๊าซต่าง ๆ ขึ้น เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ทำให้เกิดแรงดันภายในตัวถัง ควรระบายก๊าซออกบ้าง เพื่อป้องกันถังหมักแตก
4. ในระหว่างการหมัก หากพบว่าน้ำหมักมีสีดำ หรือมีกลิ่นบูด เหม็นเน่า ให้เติมน้ำตาลเพิ่มลงไป และเติมน้ำจนท่วมเศษพืชผัก หรือกดให้เศษขยะเหล่านั้นจมน้ำให้มิด
น้ำหมักขยะ หรือน้ำหมักชีวภาพ ที่หมักได้จากพืชจนครบอายุนี้ จะประกอบด้วย สารคาร์โบไฮเดรท โปรตีน กรดอะมิโน ฮอร์โมน เอนไซม์ วิตามิน และอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ สามารนำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้
การประยุกต์นำน้ำหมักชีวภาพไปใช้
1. ใช้ดับกลิ่นห้องน้ำ ทำความสะอาดห้องน้ำ โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 500 ส่วน ราดพื้นห้องน้ำ โถสุขภัณฑ์ ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วขัดล้างออก
2. ใช้ไล่แมลงบริเวณท่อทิ้งขยะ ท่อน้ำต่าง ๆ โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 200 ส่วน เทลงในท่อระบายน้ำ หรือท่อน้ำต่าง ๆ ทิ้งไว้
3. ใช้รดน้ำต้นไม้ หรือ สนามหญ้า โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 1000 ส่วน ใช้รดต้นไม้ หรือรดน้ำสนามหญ้า จะทำให้ต้นไม้เขียวสด ต้านทานแมลงได้ดี
4. ใช้ล้างรถ น้ำมันเครื่อง โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 100 ส่วน ล้างทำความสะอาดรถ ล้างคราบน้ำมันเครื่องต่าง ๆ
5. ใช้ถูพื้น ทำความสะอาดพื้นปูน พื้นไม้ พื้นกระเบื้องโดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 500 ส่วน เช็ดถู พื้นบ้าน พื้นไม้ พื้นกระเบื้อง ทำให้สะอาดเป็นเงา แวววาว ไม่ลื่น
ข้อควรระวัง น้ำหมักชีวภาพจากขยะ ที่ผลิตตามวิธีนี้ ห้ามนำไปรับประทานโดยเด็ดขาด (วิธีการผลิตเพื่อการบริโภค มีขั้นตอนที่ต้องควบคุม และมีมาตรฐานการตรวจสอบมากกว่านี้)
การนำแนวความคิดเรื่องการหมักขยะ ให้กลายเป็นน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการอุปโภคในครัวเรือน ลดการทิ้งขยะ และการใช้สารเคมี จึงนับว่าเป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ และควรได้รับการสนับสนุนให้นำมาใช้กันภายในครัวเรือน
น้ำหมักขยะ หรือน้ำหมักชีวภาพ เพื่อใช้ในครัวเรือน หรือใช้เป็นปุ่ยชีวภาพ ช่วยลดการใช้สารเคมี และการเพิ่มปริมาณขยะสดได้อย่างดี
การหมักขยะ หรือการทำน้ำหมักชีวภาพที่ได้จากเศษพืช ผัก ผลไม้ วัชพืช หรือเศษอาหาร ที่ยังไม่บูดเน่า นำมาสับหรือหันเป็นชิ้นเล้ก ๆ ใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด เช่น ถังพลาสติก หรือ โอ่ง เติมน้ำตาลทรายแดง และน้ำ หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 – 6 เดือน ขึ้นกับสภาพอุณหภูมิและสภาพของถังหมัก ซึ่งจะนำมาใช้ได้ให้สังเกตุ ดังนี้
1. สังเกตุลักษณะปรากฏ - เป็นของเหลวข้น สีน้ำตาล
2. ดมกลิ่น - มีกลิ่นหอม ออกเปรี้ยว ฉุนกลิ่นน้ำส้ม
3. ตรวจทางเคมีเบื้องต้น – มี pH ต่ำกว่า 4
วิธีการเริ่มต้นหมักขยะ หรือทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในครัวเรือน
1. ล้างทำความสะอาดภาชนะที่จะใช้หมัก เช่น ถังพลาสติกและฝา (ขนาด 50 ลิตร) แล้วตากทิ้งไว้ให้แห้ง
2. เก็บรวบรวมเศษพืช ผัก ผลไม้ วัชพืช (12 กิโลกรัม) ที่ยังไม่เน่า ทำความสะอาด ล้างและสะเด็ดให้แห้ง หรือถ้ามีเวลาให้แช่ในน้ำผสมเอนไซม์แช่ล้ัางผัก 30 นาที ก่อนนำมาสะเด็ดทิ้งไว
3. เติมน้ำกรองใส่ลงไปในถังพลาสติก (20 ลิตร) ถ้าเป็นน้ำประปา ให้ใส่ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อให้คลอรีนระเหยไป
4. เติมน้ำตาลทรายแดง 5 กิโลกรัม ลงไป คนให้ละลายกับน้ำ จนละลายหมด
5. เติมเศษขยะที่ล้างทำความสะอาดแล้วลงไป (ประมาณ 12 – 15 กิโลกรัม) หรือค่อย ๆ เติมใส่ทุกวันจนเกือบเต็มถัง ปิดฝาให้สนิท หรือใช้ของหนักทับไว้บนฝาถัง
6. เมื่อเต็มแล้ว ให้เขียนฉลากแปะไว้ที่ข้างถัง วันสุดท้ายที่เติมขยะลงไป แล้วรอให้ครบ 3 – 6 เดือน แล้วจึงนำมาใช้
ข้อควรระวังในการผลิต
1. ควรเลือกใช้เศษผัก ผลไม้ หรืออาหารที่ยังไม่บูดเน่า
2. ควรเลือกภาชนะพลาสติกที่ทนต่อกรดได้ดี
3. ในระหว่างการหมักจะเกิดก๊าซต่าง ๆ ขึ้น เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ทำให้เกิดแรงดันภายในตัวถัง ควรระบายก๊าซออกบ้าง เพื่อป้องกันถังหมักแตก
4. ในระหว่างการหมัก หากพบว่าน้ำหมักมีสีดำ หรือมีกลิ่นบูด เหม็นเน่า ให้เติมน้ำตาลเพิ่มลงไป และเติมน้ำจนท่วมเศษพืชผัก หรือกดให้เศษขยะเหล่านั้นจมน้ำให้มิด
น้ำหมักขยะ หรือน้ำหมักชีวภาพ ที่หมักได้จากพืชจนครบอายุนี้ จะประกอบด้วย สารคาร์โบไฮเดรท โปรตีน กรดอะมิโน ฮอร์โมน เอนไซม์ วิตามิน และอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ สามารนำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้
การประยุกต์นำน้ำหมักชีวภาพไปใช้
1. ใช้ดับกลิ่นห้องน้ำ ทำความสะอาดห้องน้ำ โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 500 ส่วน ราดพื้นห้องน้ำ โถสุขภัณฑ์ ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วขัดล้างออก
2. ใช้ไล่แมลงบริเวณท่อทิ้งขยะ ท่อน้ำต่าง ๆ โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 200 ส่วน เทลงในท่อระบายน้ำ หรือท่อน้ำต่าง ๆ ทิ้งไว้
3. ใช้รดน้ำต้นไม้ หรือ สนามหญ้า โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 1000 ส่วน ใช้รดต้นไม้ หรือรดน้ำสนามหญ้า จะทำให้ต้นไม้เขียวสด ต้านทานแมลงได้ดี
4. ใช้ล้างรถ น้ำมันเครื่อง โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 100 ส่วน ล้างทำความสะอาดรถ ล้างคราบน้ำมันเครื่องต่าง ๆ
5. ใช้ถูพื้น ทำความสะอาดพื้นปูน พื้นไม้ พื้นกระเบื้องโดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 500 ส่วน เช็ดถู พื้นบ้าน พื้นไม้ พื้นกระเบื้อง ทำให้สะอาดเป็นเงา แวววาว ไม่ลื่น
ข้อควรระวัง น้ำหมักชีวภาพจากขยะ ที่ผลิตตามวิธีนี้ ห้ามนำไปรับประทานโดยเด็ดขาด (วิธีการผลิตเพื่อการบริโภค มีขั้นตอนที่ต้องควบคุม และมีมาตรฐานการตรวจสอบมากกว่านี้)
1 เมษายน 2553
รายการผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อสุขภาพ และความงาม
กลุ่ม 1 ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด จากผลไม้รวม สูตร ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ แห่งชมรมบ้านสุขภาพ 3 สูตร สำหรับดื่มเพื่อสุขภาพ มิใช่ยารักษาโรค
กลุ่ม 1 ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด จากผลไม้รวม สูตร ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ แห่งชมรมบ้านสุขภาพ 3 สูตร สำหรับดื่มเพื่อสุขภาพ มิใช่ยารักษาโรค
สูตร 1 น้ำพลังเอนไซม์บำบัด (Multi Fruit Enzyme) เป็นสูตรที่หมักจากผลไม้มากกว่า 20 ชนิด นานกว่า 6 ปี จนได้คุณภาพ เหมาะสำหรับ ผู้ต้องการดูแลรักษาสุขภาพทุกเพศทุกวัย และผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคท้องผูก โรคเก๊าต์ โรคเบาหวาน เป็นต้น (ดื่ม 1 - 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 300 ml. ก่อนอาหารทุกมื้อ ยกเว้นเบาหวานให้ทานเจือจาง 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร)
ขนาด 750 ml ราคา 450 บาท สั่งซื้อขั้นต่ำ 6 ขวด จัดส่งทางขนส่ง
สูตร 2 น้ำพลังเอนไซม์เอ็นสองพัน (N-2000) ขนาด 650 ml. เป็นสูตรที่หมักจากผลไม้และสมุนไพร มะขามป้อม ลูกยอ นานกว่า 10 ปี จนได้โอสถสารในการฟื้นฟูบำบัดโรคเหมาะสำหรับผู้ต้องการฟื้นฟูสุขภาพและบำบัดโรค เช่น โรคมะเร็ง โรคเรื้อน โรคสะเก็ดเงิน โรคอัมพฤก อัมพาต เป็นต้น (ดื่ม 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 300 - 500 ml. ก่อนอาหารทุกมื้อ ยกเว้นมะเร็งให้ทานทั้งก่อนและหลังอาหารทุกมื้อ)
ขนาด 650 ml ราคา 500 บาท สั่งซื้อขั้นต่ำ 6 ขวด จัดส่งทางขนส่ง
สูตร 3 น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น (Premium Fruit Enzyme) ขนาด 187 ml. เป็นสูตรเข้มข้น 5 เท่าที่หมักจากผลไม้และลูกยอป่า นานกว่า 10 ปี จนได้โอสถสารในการกระตุ้นการขับของเสีย และฟื้นฟูสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้ต้องการล้างพิษ และใช้เป็นหัวเชื้อในการหมักเอนไซม์ได้ (ดื่ม 1หยด/ช้อนชา ผสมกับน้ำ 1000 - 1500 ml. ก่อนอาหารทุกมื้อ)
ขนาด 187 ml ราคา 500 บาท จัดส่งทั้งทางขนส่งเมื่อสั่งซื้อ 4 ขวดขึ้นไปค่ะ
กลุ่ม 2 ผลิตภัณฑ์น้ำหมักเอนไซม์สำหรับใช้ภายนอก แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
1. เพื่อทำความสะอาด
- เอนไซม์สระผมอาบน้ำสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ใช้ได้ทุกสภาพผิวและผม
ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 200 บาท
ขนาด 500 มิลลิลิตร ราคา 350 บาท
ขนาด 5 ลิตร ราคา 2,500 บาท (รายละเอียด)
- เอนไซม์อะเซ็ทไทล์ แช่ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ข้าวสาร ไข่ไก่
ขนาด 750 มิลลิลิตร ราคา 200 บาท
ขนาด 5 ลิตร ราคา 850 บาท (รายละเอียด)
ขนาด 5 ลิตร ราคา 850 บาท (รายละเอียด)
- เอนไซม์หยอดล้างตา ขนาด 10 ml ราคา 100 บาท (รายละเอียด)
- เอนไซม์ป้วนปาก ขนาด 500 ml ราคา 200 บาท
- สเปร์ยปรับสมดุลย์ผิวหน้า ขนาด 120 ml ราคา 250 บาท (รายละเอียด)
กลุ่ม 3 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ
- น้ำผึ้งดอกไม้ป่าแท้ มาตรฐานโรงงานความชื้นต่ำ 18% ขนาด 1.2 kg ราคา 250 บาท ขนาด 7.0 kg ราคา 1800 บาท
หมายเหตุ สินค้าทุกชิ้น ไม่รวมค่าจัดส่ง เป็นราคาปกติ ให้ดูรายละเอียด หรือโปรโมชัน ว่ามีหรือเปล่า เพื่อตรวจสอบราคาอีกครั้งค่ะ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง
กลุ่มที่ 5 หนังสือเพื่อการเรียนรู้ โดยชมรมบ้านสุขภาพ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์
หากสนใจติดต่อสั่งซื้อ มี 3 วิธี
1. โทรศัพท์สั่งซื้อได้ที่ คุณตู๋ 085-7100612
2. ส่ง Fax สั่งซื้อ ได้ที่ คุณตู๋ Fax: 02-9715571 (แจ้งชื่อ นามสกุล เบอร์ติดต่อ ที่อยู่จัดส่ง พร้อมรายการสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อ)
3. ส่ง Email สั่งซื้อได้ที่ คุณตู๋ tusora@gmail.com (แจ้งชื่อ นามสกุล เบอร์ติดต่อ อีเมล์ ที่อยู่จัดส่ง พร้อมรายการสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อ)
พร้อมรอการติดต่อกลับค่ะ
กลุ่มที่ 5 หนังสือเพื่อการเรียนรู้ โดยชมรมบ้านสุขภาพ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์
- หนังสือแพทย์ทางเลือกเล่ม 1 (พื้นฐานการดูแลสุขภาพแนวธรรมชาติบำบัด) ราคา 40 บาท
- หนังสือแพทย์ทางเลือกเล่ม 2 (ประสบการณ์การรักษาแบบธรรมชาติบำบัด) ราคา 150 บาท
- หนังสือจุดประกายฝัน (วิธีการทำเอนไซม์เพื่อการเกษตร) ราคา 40 บาท
- หนังสือเอนไซม์เพื่อการพอเพียง (ปกขาว) (วิธีการผลิตเอนไซม์เพื่อบริโภค) ราคา 40 บาท
- หนังสือน้ำผักปั่น (ปกขาว) (วิธีการดูแลสุขภาพตามหลักโภชนาการบำบัด) ราคา 40 บาท
- หนังสือกาลครั้งหนึ่งเมื่อฉันหัดเดิน (ประสบการณ์การรักษามะเร็งด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด) ราคา 300 บาท
- DVD Enzyme (ความรู้เกี่ยวกับเอนไซม์และการหมักเอนไซม์) แผ่นละ 150 บาท
หากสนใจติดต่อสั่งซื้อ มี 3 วิธี
1. โทรศัพท์สั่งซื้อได้ที่ คุณตู๋ 085-7100612
2. ส่ง Fax สั่งซื้อ ได้ที่ คุณตู๋ Fax: 02-9715571 (แจ้งชื่อ นามสกุล เบอร์ติดต่อ ที่อยู่จัดส่ง พร้อมรายการสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อ)
3. ส่ง Email สั่งซื้อได้ที่ คุณตู๋ tusora@gmail.com (แจ้งชื่อ นามสกุล เบอร์ติดต่อ อีเมล์ ที่อยู่จัดส่ง พร้อมรายการสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อ)
พร้อมรอการติดต่อกลับค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

