google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

14 เมษายน 2553

น้ำหมักชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาสำคัญควบคู่กับกับการพัฒนาบ้านเมือง การกำจัดขยะ กากของเสีย และสารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก และก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อร่างกายมนุุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนำเวศ สภาวะสมดุลทางธรรมชาติ ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาหลักและสำคัญต่อโลกของเรา ต้องอาศัยความร่วมมือในการแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง
การนำแนวความคิดเรื่องการหมักขยะ ให้กลายเป็นน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการอุปโภคในครัวเรือน ลดการทิ้งขยะ และการใช้สารเคมี จึงนับว่าเป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ และควรได้รับการสนับสนุนให้นำมาใช้กันภายในครัวเรือน

น้ำหมักขยะ หรือน้ำหมักชีวภาพ เพื่อใช้ในครัวเรือน
หรือใช้เป็นปุ่ยชีวภาพ ช่วยลดการใช้สารเคมี และการเพิ่มปริมาณขยะสดได้อย่างดี

การหมักขยะ หรือการทำน้ำหมักชีวภาพที่ได้จากเศษพืช ผัก ผลไม้ วัชพืช หรือเศษอาหาร
ที่ยังไม่บูดเน่า นำมาสับหรือหันเป็นชิ้นเล้ก ๆ ใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด เช่น ถังพลาสติก หรือ โอ่ง เติมน้ำตาลทรายแดง และน้ำ หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 – 6 เดือน ขึ้นกับสภาพอุณหภูมิและสภาพของถังหมัก ซึ่งจะนำมาใช้ได้ให้สังเกตุ ดังนี้
1. สังเกตุลักษณะปรากฏ  - เป็นของเหลวข้น สีน้ำตาล
2. ดมกลิ่น - มีกลิ่นหอม ออกเปรี้ยว ฉุนกลิ่นน้ำส้ม
3. ตรวจทางเคมีเบื้องต้น – มี pH ต่ำกว่า 4

วิธีการเริ่มต้นหมักขยะ หรือทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในครัวเรือน
1. ล้างทำความสะอาดภาชนะที่จะใช้หมัก เช่น ถังพลาสติกและฝา (ขนาด 50 ลิตร) แล้วตากทิ้งไว้ให้แห้ง
2. เก็บรวบรวมเศษพืช ผัก ผลไม้ วัชพืช (12 กิโลกรัม) ที่ยังไม่เน่า ทำความสะอาด ล้างและสะเด็ดให้แห้ง หรือถ้ามีเวลาให้แช่ในน้ำผสมเอนไซม์แช่ล้ัางผัก 30 นาที ก่อนนำมาสะเด็ดทิ้งไว
3. เติมน้ำกรองใส่ลงไปในถังพลาสติก (20 ลิตร) ถ้าเป็นน้ำประปา ให้ใส่ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อให้คลอรีนระเหยไป
4. เติมน้ำตาลทรายแดง 5 กิโลกรัม ลงไป คนให้ละลายกับน้ำ จนละลายหมด
5. เติมเศษขยะที่ล้างทำความสะอาดแล้วลงไป (ประมาณ 12 – 15 กิโลกรัม) หรือค่อย ๆ เติมใส่ทุกวันจนเกือบเต็มถัง ปิดฝาให้สนิท หรือใช้ของหนักทับไว้บนฝาถัง
6. เมื่อเต็มแล้ว ให้เขียนฉลากแปะไว้ที่ข้างถัง วันสุดท้ายที่เติมขยะลงไป แล้วรอให้ครบ 3 – 6 เดือน แล้วจึงนำมาใช้

ข้อควรระวังในการผลิต
1. ควรเลือกใช้เศษผัก ผลไม้ หรืออาหารที่ยังไม่บูดเน่า
2. ควรเลือกภาชนะพลาสติกที่ทนต่อกรดได้ดี
3. ในระหว่างการหมักจะเกิดก๊าซต่าง ๆ ขึ้น เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ทำให้เกิดแรงดันภายในตัวถัง ควรระบายก๊าซออกบ้าง เพื่อป้องกันถังหมักแตก
4. ในระหว่างการหมัก หากพบว่าน้ำหมักมีสีดำ หรือมีกลิ่นบูด เหม็นเน่า ให้เติมน้ำตาลเพิ่มลงไป และเติมน้ำจนท่วมเศษพืชผัก หรือกดให้เศษขยะเหล่านั้นจมน้ำให้มิด

น้ำหมักขยะ หรือน้ำหมักชีวภาพ ที่หมักได้จากพืชจนครบอายุนี้ จะประกอบด้วย สารคาร์โบไฮเดรท โปรตีน กรดอะมิโน ฮอร์โมน เอนไซม์ วิตามิน และอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ สามารนำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้

การประยุกต์นำน้ำหมักชีวภาพไปใช้
1. ใช้ดับกลิ่นห้องน้ำ ทำความสะอาดห้องน้ำ โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
            น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 500 ส่วน ราดพื้นห้องน้ำ โถสุขภัณฑ์ ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วขัดล้างออก
2. ใช้ไล่แมลงบริเวณท่อทิ้งขยะ ท่อน้ำต่าง ๆ โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
            น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 200 ส่วน เทลงในท่อระบายน้ำ หรือท่อน้ำต่าง ๆ ทิ้งไว้
3. ใช้รดน้ำต้นไม้ หรือ สนามหญ้า โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
            น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 1000 ส่วน ใช้รดต้นไม้ หรือรดน้ำสนามหญ้า จะทำให้ต้นไม้เขียวสด ต้านทานแมลงได้ดี
4. ใช้ล้างรถ น้ำมันเครื่อง โดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
            น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 100 ส่วน ล้างทำความสะอาดรถ ล้างคราบน้ำมันเครื่องต่าง ๆ
5. ใช้ถูพื้น ทำความสะอาดพื้นปูน พื้นไม้ พื้นกระเบื้องโดยนำน้ำหมักชีวภาพที่ผ่านการกรองเอากากออก มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน
            น้ำหมักชีวภาพจากขยะ 1 ส่วน ต่อ น้ำสะอาด 500 ส่วน เช็ดถู พื้นบ้าน พื้นไม้ พื้นกระเบื้อง ทำให้สะอาดเป็นเงา แวววาว ไม่ลื่น

ข้อควรระวัง
น้ำหมักชีวภาพจากขยะ ที่ผลิตตามวิธีนี้ ห้ามนำไปรับประทานโดยเด็ดขาด (วิธีการผลิตเพื่อการบริโภค มีขั้นตอนที่ต้องควบคุม และมีมาตรฐานการตรวจสอบมากกว่านี้)