โรคลำไส้แปรปรวน อาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นเฟ้อ เดี๋ยวเรอ เหม็นเปรี้ยว เดี๋ยวถ่ายหนัก ท้องเสีย ท้องผูก แปรปรวนไปหมด ไปหาหมอก็ไม่หาย หาสาเหตุไม่พบเสียที อาการที่เกิดไม่แน่นอน ฟังดูแปลก แต่ว่าในสหรัฐอเมริกาพบว่ามีผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้ถึงร้อยละ 10 – 20 ของประเทศ และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในทางการแพทย์จึงเรียกอาการกลุ่มเหล่านี้ว่า “โรคลำ
ไส้แปรปรวน” หรือ ไอบีเอส (Irritable Bowel Syndrome) ซึ่งในประเทศไทยนั้นพบผู้ป่วยในกลุ่มนี้ประมาณร้อยละ 7 ซึ่งอาจน้อยกว่าความเป็นจริง เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้อย่างจริงจังในประเทศไทย
โรคลำไส้แปรปรวน เกิดขึ้นได้อย่างไร?
โรคลำไส้แปรปรวน เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง บางคนปวดที่ท้องน้อย บ้างคนถ่ายเหลว ท้องเสีย บ้างคนท้องผูกสลับกับท้องเสียเป็นประจำ นอกจากนี้ผู้ป่วยมักจะมีอาการอยากท้องอุจจาระบ่อย ๆ เพราะรู้สึกจะถ่ายไม่สุด รวมทั้งยังมีอาการท้องอืดร่วมด้วย เป็น ๆ หาย ๆ ติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน ซึ่งหากศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิด
โรคลำไส้แปรปรวนแล้วสรุปได้หลัก ๆ 3 ปัจจัยคือ
1. เกิดจากการบีบตัวหรือเคลื่อนตัวของลำไส้ผิดปกติ ทำให้เกิดอาการปวดวท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูก ซึ่งทางการแพทย์เชื่อว่าอาจเป็นผลจากการหลั่งของสารฮอร์โมนบางอย่างในลำไส้ผิดปกติ
2. เกิดจากระบบประสาทที่ผนังลำไส้ไวต่อสิ่งเร้าหรือตัวกระตุ้นมากผิดปกติ โดยตัวกระตุ้นหลักก็ได้แก่ อาหาร โดยเฉพาะพวกนม ช็อกโกแลต คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และอาหารที่มีไขมันสูง ที่สำคัญภาวะทางจิตใจโดยเฉพาะความเครียด และความวิตกกังวลก็คือว่าเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดโรคที่สำคัญด้วย
3. เกิดจากความผิดปกติในการควบคุมการทำงานของแกนที่เชื่อมโยงระหว่างประสาทรับความรู้สึก ระบบกล้ามเนื้อของลำไส้ และสมอง

แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการระบุถึงสาเหตุที่แน่นอนและชัดเจน ทำให้แพทย์แผนปัจจุบันส่วนใหญ่ต้องรักษาไปตามอาการ ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาระบายสำหรับท้องผูก การให้ยาแก้ท้องเสียสำหรับคนท้องเสีย หรือการให้ยาคลายกล้ามเนื้อหรือคลายการหดตัวของกล้ามเนื้อลำไส้สำหรับคนที่ปวดท้อง
ดังนั้นการฟื้นฟูดูแลบำบัด
โรคลำไส้แปรปรวนในแนวทาง
ธรรมชาติบำบัดนั้น จึงต้องปรับในเรื่องของพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เพื่อให้ลำไส้ทำงานได้เป็นปกติ
หลักการง่าย ๆ 4 อย่างแบบธรรมชาติบำบัด อาจทำยาก ถ้าขาดวินัย หรือความสม่ำเสมอ
1.
การออกกำลังกาย จากผลการวิจัยของดอกเตอร์นายแพทย์อมานตา เจ ดาเลย์และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม สหราชอาณาจักรอังกฤษ พบว่า กลุ่มผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวน เมื่อออกกำลังกาย เช่น เดินเร็วติดต่อกัน 30 นาที สัปดาห์ละ 5 ครั้ง ตลอด 20 สัปดาห์ พบว่าอาการของโรคลำไส้แปรปรวนลดลงอย่างมาก
2.
การปรับอาหาร และพฤติกรรมการบริโภค โดยเน้นทานผัก ผลไม้ หรืออาหารที่ให้กากใย งดอาหารจำพวกทอด หรือที่มีไขมันสูง ทานอาหารช้า ๆ ไม่รีบเร่ง และทานแต่พอดี ไม่อิ่มจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า งดกาแฟ ชา พบว่าช่วยปรับระบบการย่อยได้ดี
3.
การฝึกหายใจ เป็นการคลายความตึงเครียด โดยการฝึกหายใจให้ช้าลง หายใจให้ยาวและลึกขึ้น ฝึกทำทุก ๆ 15 นาที ทุกวัน จะลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ และคลายความตึงเครียดต่าง ๆ ได้อย่างดี
4.
ฝึกเทคนิกการผ่อนคลาย การปรับทัศนคติ ฝึกการมองโลกในแง่ดี จะช่วยบำบัดทั้งใจและร่างกายที่กำลังป่วยอยู่ให้ดีขึ้น
เพิ่มเติมแนวทาง
ธรรมชาติบำบัดของ
บ้านรักษ์สุขภาพเพื่อฟื้นฟูปรับสมดุลร่างกายของผู้ป่วย
โรคลำไส้แปรปรวน
5. การพักผ่อนให้เพียงพอ ตามหลักนาฬิกาชีวิต การฟื้นฟูอวัยวะ หรือปราณชีวิต จำเป็นต้องอาศัยการพักผ่อนของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุลหรือซ่อมแซมตนเอง โดยการเข้านอน 3 ทุ่ม
6.
การขับถ่าย ก่อน 7 โมงเช้าเพื่อลดของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ หรือการทำความสะอาดลำไส้ด้วยการดื่มน้ำสะอาดเมื่อตื่นนอนทุกวัน ๆ ละ 1 ลิตร หรือดื่ม
น้ำผักปั่นสูตรบ้านรักษ์สุขภาพ ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและกากใย ช่วยทำความสะอาดลำไส้ และกระตุ้นการทำงานของลำไส้
7.
การดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นประจำทุกวัน เพื่อปรับสมดุลของระบบการย่อย การขับถ่าย และลดการสะสมของของเสียในร่างกาย ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็ว และแข็งแรง โดยใช้
น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น ผสมกับน้ำอุ่นดื่มแทนน้ำเปล่าได้ตลอดทั้งวัน โดยใช้อัตราส่วน 1 ช้อนชา กับน้ำ 1 ลิตร
จาก 4 + 3 กลายเป็น 7 ข้อ ที่นำไปปฏิบัติสำหรับการฟื้นฟูพิชิตโรคลำไส้แปรปรวนมิให้มากวนใจ ง่าย ๆ แต่ทำยาก ถ้าคุณขาดความสม่ำเสมอ หรือความเพียรนั้นเอง
ข้อคิดเตือนใจ
“โรคของคุณ เกิดจากการกระทำของคุณ… ทำอย่างไร กินอย่างไร ได้อย่างนั้น…”