google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

30 ตุลาคม 2555

เครื่องดื่มบำรุงประสาท

สวัสดีค่ะ วันนี้ บ้านรักษ์สุขภาพ จะมาแนะนำ น้ำผักผลไม้ปั่นสูตรบำรุงประสาท กันนะค่ะ ซึ่งโดยปกติแล้ว บ้านรักษ์สุขภาพ มักจะแนะนำสูตร น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด ของดร.รสสุคนธ์ ซึ่ง เป็นสูตรปรับสมดุลย์ และฟื้นฟูระบบทั้ง 5 ของร่างกาย อันได้แก่

1. ระบบดูดซึม
2. ระบบทางเดินหายใจ
3. ระบบหมุนเวียนโลหิต
4. ระบบภูมิคุ้มกัน
5. ระบบต่อมไร้ท่อ

--> ดื่มสด ๆ เป็นประจำทุกวัน ต้านโรค เพิ่มพลัง เพื่มสมรรถภาพทางเพศ ลดไขมันส่วนเกิน ผิวสวย หน้าใส ดูอ่อนวัย ดีกับผู้ป่วยทุกโรค (สามารถดูสูตรได้ที่ น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด นี้นะค่ะ)

ส่วนน้ำผักผลไม้ปั่นสูตรบำรุงประสาท ช่วยคลายความเครียด ลดความวิตกกังวล ทำให้นอนหลับสนิท ช่วยในการขับถ่าย ต้านความชรา และป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ความจำเสื่อมก่อนวัย

น้ำผักผลไม้ปั่นสูตรบำรุงประสาท 
ส่วนประกอบ
1. ผักกาดหอม 3 ใบ
2. ต้นถั่วลันเตางอก  1 ถ้วยตวง (แกะเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออกให้หมด)
3. องุ่นแดง 6 ลูก
4. กล้วยหอม  ครึ่งผล
5. ผงสาหร่ายเกลียวทอง เล็กน้อย (หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป)
6. น้ำดื่ม 300 มิลลิลิตร

วิธีทำ
1. ล้างส่วนประกอบข้อ 1-3 ให้สะอาด ด้วยน้ำไหลผ่าน แล้วแช่ในน้ำผสมน้ำเอนไซม์แช่ล้างผัก นาน 10 นาที แล้วยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
2. หั่น ผักกาดหอม องุ่น ใส่ลงในโถปั่น เติมน้ำดื่ม และผงสาหร่าย ปั่นด้วยความเร็วสูง นาน 1 นาที 
3. แล้วเติมกล้วยหอมที่หั่นแล้ว กับต้นถั่วลันเตางอก น้ำผึ้งดอกไม้ป่า และ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด ลงไป ปั่นนาน 10 วินาที แล้วยกลงพร้อมเสริฟ
4. ดื่มให้หมดทันที เพื่อให้ได้คุณค่าสูงสุด

ดื่มได้เป็นประจำทุกวัน ช่วยบำรุงระบบประสาท ลดความเครียด ทำให้นอนหลับสบาย แนะนำให้ดื่มก่อนอาหารเย็น 1 ชั่วโมง (ไม่ควรดื่มก่อนนอน เพราะอาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง อึดอัดได้)

สูตรน้ำผักผลไม้ปั่นบำรุงประสาท สูตรนี้ เหมาะสำหรับคนที่ทำงานหนัก มีภาวะเคร่งเครียด นอนไม่หลับ มีภาวะหลอดเลือดแข็งตัว มือชา เท้าชา โรคอัลไซเมอร์ โรคพาสคินสัน เป็นต้น 

ลองไปทำดื่มดูกันนะค่ะ หากมีปัญหาสงสัยให้อีเมล์สอบถามได้ที่ tusora@hotmail.com ค่ะ

29 ตุลาคม 2555

การรักษา หวัด ภูมิแพ้อากาศ ด้วยวิธีธรรมชาติ

โรคหวัด และ โรคภูมิแพ้อากาศ เป็นโรคฮิตของคนเมือง โดยเฉพาะเด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ใส่ใจสุขภาพแบบดิฉัน ....

สมัยเด็กเมื่ออากาศเปลี่ยน โดยฝุ่น ละอองฝน หรือฝุ่นช็อก นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ก่อให้ ดิฉัน เกิดอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลทันที แต่มาด้วยอาการเจ็บคอ และมีไข้ ไปหาคุณหมอ คุณหมอจะให้ ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้แพ้ มาทาน เมื่อทานครบ พอไปเจอะกับเหตุการณ์แบบนี้อีก ก็เป็นอีกซ้ำไปซ้ำมา ทุกวัน

เมื่อดิฉันโตขึ้นมา ก็ได้อ่านและศึกษาเกี่ยวกับ ภาวะการเกิดโรคหวัด และโรคภูมิแพ้อากาศ ก็ได้ตระหนักว่า คนเราสามารถแพ้สิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่า 200 ชนิด และเจ้าเชื้อไข้หวัดก็มีมากมายหลายหลายสายพันธุ์และกระจายอยู่ทั้งในอากาศและในร่างกายของเรา รอวันที่ ร่างกายอ่อนแอ หรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็แสดงอาการโรคขึ้น เราหลีกหนีไม่ได้ แต่เราป้องกันได้ค่ะ เราสามารถปลอดจากโรคหวัด และโรคภูมิแพ้อากาศได้ง่าย ๆ ด้วยการ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรง เป็นเกราะป้องกันไม่ได้เราเป็นโรคพวกนี้ได้ค่ะ

และ ดิฉัน ยังอ่านเจอะอีกด้วยว่า การรักษาแบบธรรมชาติบำบัด นั้นเป็นการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความสมดุลของร่างกาย ทำให้ร่างกายเรารักษาและปกป้องตัวเราเองจากโรคภัยต่าง ๆ แต่ต้องใช้เวลาและความเข้าใจในเรื่องธรรมชาติของระบบร่างกาย ที่จะมีการขับของเสีย ต่อสู้กับเชื้อโรค และการทำลายสิ่งแปลกปลอมของร่างกายออกไป เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะปกติ

การกินยาในยุคปัจจุบัน เป็นการระงับการต่อสู้หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียหรือสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายได้ เช่น

การเกิดอาการไข้ ตัวร้อน เพราะระบบภูมิคุ้มกัน กำลังทำลายเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคอ่อนแอ ไม่สามารถทำงานได้ เพื่อกำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกาย แต่เรากลับ ทานยาแก้ไข เพื่อให้ความร้อนลดลง จริง ๆ แล้ว ถ้ามีอาการไข้ไม่สูง ให้ใช้วิธีการดื่มน้ำบ่อย ๆ และเช็ดตัวเอาก็ได้ ซึ่งเมื่อเกิดความร้อนขึ้น ร่างกายจะมีการระบายโดยระบบธรรมชาติคือ การเกิดเหงื่อไหล สักพักเหงื่อออกแล้ว ไข้จะลด และหายเองได้ หรือแช่ตัวในน้ำอุ่น ๆ ผสมเกลือ เพื่อระบายความร้อนออก เป็นต้น

การเกิดน้ำมูกไหล เป็นการขจัดเศษของเซลล์ และเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมออกทางระบบทางเดินหายใจ เมื่อเราทานยาแก้แพ้เข้าไป หยุดกระบวนการนี้ ทำให้สเลด หรือเศษของเชื้อโรคตกค้างในระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ เราสามารถช่วยร่างกายให้ขับของเสียออกทางน้ำมูกได้ด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น ดื่มน้ำอุ่น จิบน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง ช่วยในการขับของเสีย หรือการใช้น้ำเกลือล้างจมูก เป็นต้น

--> อาหารเพิ่มภูมิคุ้มกัน เป็นการสร้างเกราะคุ้มกันให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นหลักการแรกของ วิธีธรรมชาติบำบัด
เพื่อให้ร่างกายเราแข็งแรงก่อนเกิดโรค อาหารแนะนำในการเพิ่มภูมิคุ้มกันได้แก่

1. การดื่มน้ำผักผลไม้ปั่น เป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 - 2 แก้ว เช้า และเย็น
2. การทานเห็ดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าจะเป็น ชาเห็ดหอม ซุปเห็ด ยำเห็ด ได้ทั้งนั้น ควรทานให้ได้  4 มื้อต่อสัปดาห์
3. การเสริมวิตามินต่าง ๆ อาจใช้วิธีการดื่มน้ำส้ม วันละ 1 แก้ว หรือทานวิตามินเสริมวันละ 1 เม็ด เป็นต้น
4. การดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด ก่อนอาหารเป็นประจำทุกวัน เพื่อเสริมระบบภูมิต้านทาน เป็นต้น
5. ดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 2 - 3 ลิตรต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อการขับของเสียออกจากระบบต่าง ๆ ของร่างกายค่ะ

และอย่าลืมออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงที่อากาศไม่ดีหรืออับชื้น ไม่สูบบุหรี่ หรือดื่มของมึนเมา เพียงเท่านั้น คุณก็จะมีเกราะปกป้องและกันโรคหวัด หรือภูมิแพ้ได้อย่างง่าย ๆ เลยค่ะ

ลองเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพียงไม่นาน คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของต้นเองค่ะ

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ tusora@hotmail.com

18 ตุลาคม 2555

ทานอาหารรสจัด ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

" กินอะไรได้อย่างนั้น" คำโบราณ ท่านสอนไว้ คุณรู้ไหมว่าเป็นอย่างไร

วันนี้ บ้านรักษ์สุขภาพ จะมีไขปริศนาความหมายกัน

"กินอะไรได้อย่างนั้น"

--> หากแต่แปลอย่างตรงตัว ก็คือ เมื่อเรารับประทานอาหารอะไรเข้าไป รสชาดอย่างไรเข้าไป ก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายและสุขภาพของเรานั้นเอง

ณ วันนี้ เราจะมาเน้นกันที่ กินรสชาดแบบไหน ส่งผลต่อสุขภาพ และร่างกายเราอย่างไร เรามาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันนะค่ะ

จากตำราของแพทย์แผนโบราณไทย และแพทย์แผนจีนนั้น มีการบันทึกไว้เกี่ยวกับ การทานอาหารตามธาตุ โดยเน้นที่รสชาดของอาหารนั้น ๆ ว่า ทานอาหารรสชาดไหน บำรุงธาตุใด และก่อให้เกิดโทษต่อธาตุใดหากรับประทานมากเกินไป ซึ่งเป็นการเน้นปรับสมดุลของร่างกายให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติสมบูรณ์ด้วยการทานอาหารตามธาตุเจ้าเรือนนั้นเอง ซึ่งเราต้องทราบก่อนว่าเราเป็น ธาตุไหน และควรรับประทานอาหารรสชาดไหน เป็นต้น แต่ในวันนี้ เราจะไม่เน้นถึงเรื่องนั้น

แต่เราจะคำนึงถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยใช้ ข้อความในตำราที่บันทึกไว้ว่า

"ร่างกายของเราต้องการอาหารที่ครบทุกรสชาด แต่ต้องการแค่พอดี ซึ่งความพอดีนั้นใช้รสต่าง ๆ จากธรรมชาติ เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง จึงทำให้เกิดความพอดี และเกิดสมดุลของชีวิต"

ดังนั้น เราจะมาเรียนรู้กันว่า รสชาดอาหารส่งผลต่อร่างกายอย่างไร และโทษของการทานอาหารที่มีรสจัด ก่อผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างไร

จากตำราแพทย์แผนไทยจัดแบ่งรสชาดของอาหารไว้ ถึง 8 รสชาด ดังนี้


"ฝาดชอบทางสมาน    หวานซึบซาบไปตามเนื้อ
เมาเบื่อแก้พิษต่าง ๆ       ขมแก้ทางโลหิตและดี
รสมันบำรุงหัวใจ         เค็มซึมซาบตามผิวหนัง
เปรี้ยวแก้ทางเสมหะ            เผ็ดร้อนแก้ทางลม"


ซึ่งการทานรสชาดต่าง ๆ ทั้ง 8 แต่พอดี ก็จะช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ทำให้ไม่ก่อให้เกิดความผิดปกตของร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานอย่างสมบูรณ์ และแข็งแรงได้

แต่ละ... แต่ถ้าเราชอบทานรสชาดใด รสชาดหนึ่งเป็นประจำ และชอบทานรสจัด ๆ ด้วย เช่น ฉันชอบกินรสเค็มจัด ปรุงด้วยน้ำปลาทุกมื้อ ฉันชอบเปรี้ยวจัด ต้องทานเปรี้ยว ๆ ทุกมื้อไม่ขาด ฉันชอบเผ็ดจัดจ้าน กินได้ทุกมื้อไม่เบื่อ คนเหล่านั้นกำลังทำลายร่างกายและก่อโทษให้กับร่างกายของเขาอย่างไร

ในตำราแพทย์แผนโบราณก็ได้กล่าวไว้เช่นกัน ดังนี้

1. รสเผ็ดจัด  ก่อให้เกิด ความร้อนต่อร่างกาย ก่อความระคายเคือง กัดเซาะทำลายทางเดินอาหาร ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้ เป็นต้น

2. รสหวานจัด ก่อให้เกิด การแข็งตัวของหลอดเลือด ทำลายตับอ่อน ทำลายอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น

3. รสเค็มจัด ก่อให้เกิด ความเสื่อมของไต ทำลายหัวใจ ทำลายรหัสพันธุกรรม ทำลายภูมิต้านทาน ทำให้เกิดโรคไต โรคหัวใจ โรค SLE เป็นต้น

4. รสมันจัด ก่อให้เกิดความเสื่อมของตับ ทำลายหลอดเลือด ทำลายสมอง ทำให้เกิดโรคตับอักเสบ ไขมันพอกตับ หลอดเลือดอุดตัน ตีบ โรคเส้นเลือดในสมองแตก เป็นต้น

5. รสเปรี้ยวจัด ก่อให้เกิดการกัดเซาะ ระคายเคือง ทำลายเซลล์ ทำให้ ไฟธาตุกำเริบ ก่อให้เกิดโรคชรา แก่ก่อนไว ท้องเสีย ปวดท้อง โรคกระเพาะ นอนไม่หลับ เป็นต้น

6. รสฝาดจัด ก่อให้เกิดการติดขัดของการไหลเวียน ทำให้ฝึด คอแห้ง ทำให้เกิดโรคท้องผูก เจ็บคอ นิ่ว เป็นต้น

7. รสขมจัด ก่อให้เกิดการเสื่อมของเซลล์หัวใจ ทำลายระบบประสาท ทำให้ไฟธาตุกำเริบ หรืออาจทำให้ไฟธาตุดับ เกิดอาการตัวเย็น มือเย็น หนาวง่าย หัวใจล้มเหลว ความจำเสื่อม เป็นต้น

ส่วน รสเมาเบื่อ ไม่ได้กล่าวถึง เพราะปกติจะใช้ในทางยา รักษาโรค และยาพิษ ซึ่งไม่ได้ใช้ในอาหารในชีวิตประจำวัน นอกจากคุณจะได้รับการวางยาพิษ ก็ตายสถานเดียว หรือได้รับยาสมุนไพรที่ปรุงด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ตายเช่นกัน

เมื่อเรารู้แบบนี้แล้ว การรับประทานอาหารในครั้งต่อไป เราควรคำนึงถึงสุขภาพร่างกาย นอกจากความชอบ แลความเคยชินของปากได้แล้ว

และหวังว่า อาหารจานต่อไปของคุณ จะปรุงแต่งรสชาดแต่พอดี อย่าให้หนักรสจัดไปทางใดทางหนึ่ง เพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีของคุณ

ด้วยรักและหวังดี
จากบ้านรักษ์สุขภาพ

15 ตุลาคม 2555

เซลล์และเอนไซม์ (Enzyme & Cell)

คุณรู้ไหมว่า ร่างกายของเราประกอบด้วยหน่วยเล็ก ๆ จำนวนมากมาย กว่า 80 ล้านล้านหน่วย เราเรียกหน่วยเล็ก ๆ นั้นว่า เซลล์ กลุ่มของเซลล์มาอยู่รวมกันเรียกว่า เนื่อเยื่อ กลุ่มของเนื่อเยื่อมาอยู่รวมกัน เรียกว่า อวัยวะ และแต่ละอวัยวะมาประกอบกัน รวมเป็น ร่างกาย ดังนั้น หากร่างกายเราเกิดการเจ็บป่วย หากมองกลับไปแล้วจะพบว่า เซลล์นั้นอ่อนแอ และไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถดำเนินปฏิกิริยาทางชีวเคมีได้อย่างปกติ จึงไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้

การที่เซลล์เสื่อม หรืออ่อนแอลงนั้น เนื่องจากมีของเสีย หรือสารอาหารสะสมในร่างกายมากเกินไป ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานให้กับเซลล์ได้ ทำให้ตับ และอวัยวะต่างๆ ทำงานหนัก ก่อให้เกิดความอ่อนแอ และเกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต ฯลฯ

อีกทั้ง ของเสีย หรือ สารพิษ จุลินทรีย์ แบคทีเรีย เชื้อรา ที่ปะปนมากับอาหารต่าง ๆ รวมทั้งสารเคมีที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน และในสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการตกค้างในร่างกาย ทั้งเกิดเป็น สารอนุมูลอิสระ และโลหะหนัก ในร่างกาย ซึ่งไปขัดขวางการทำงานของเซลล์ และทำลายเซลล์ ทำให้เซลล์อายุสั้นลง และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทำให้ร่างกายเกิดการอ่อนแอ และเกิดโรคขึ้นมา

เอนไซม์ (Enzyme) คือ กลุ่มของโปรตีนที่ทำหน้าที่ เสมือนเป็น "จุดกำเนิดพลังงานของเซลล์ชีวิต" มีหน้าที่ ในการสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เอนไซม์ ช่วยย่อยอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารไปทำประโยชน์กับอวัยวะต่างๆ อีกทั้ง เอนไซม์ สามารถกำจัดของเสียในร่างกาย เป็นตัวทำให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายทำงานตามปกติ ถ้าระดับของ เอนไซม์ ในร่างกายลดต่ำลงจนถึงระดับหนึ่ง จะทำให้ระบบต่างๆทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งทางการแพทย์ทางเลือก จะเรียก โรคที่เกิดจากภาวะพร่องเอนไซม์นี้ว่า โรคเสื่อม

enzyme  
สาเหตุที่ทำให้เราเกิดภาวะพร่องเอนไซม์
๑. ขาดการออกกำลังกาย
๒. อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะเป็นพิษ
๓. มีความเครียดทั้งร่างกาย และจิตใจ
๔. ดื่มสุรา อาหาร หรือน้ำไม่สะอาด
๕. นอนดึก พักผ่อนนอน
๖. กินอาหารปรุงสำเร็จ หรืออาหารแช่แข็ง เป็นประจำ ซึ่งเอนไซม์ในอาหารถูกทำลายไปจนแทบไม่เหลือ
๗. ไม่รับประทานผัก ผลไม้ สด หรือรับประทานน้อย
๘. ขับถ่ายไม่ปกติ ไม่ขับถ่ายทุกวัน ทำให้เกิดของเสียในร่างกายมาก จนตับอ่อนแอ ไม่สามารถผลิตเอนไซม์ได้
๙. อายุ และพันธุกรรม อายุมากขึ้นการผลิตเอนไซม์ลดลง และพันธุกรรมของโรคบางอย่างทำให้ การผลิตเอนไซม์ผิดปกติ เช่น เบาหวาน ไขมันสูง

แนวการดูแลสุขภาพของแพทย์ทางเลือก เพื่อลดภาวะพร่องเอนไซม์ มีดังนี้
การเสริมเอนไซม์ในชีวิตประจำวัน โดยเอนไซม์ที่ควรจะเสริมจะมีคุณสมบัติ ดังนี้
๑. เอนไซม์ ในการย่อยอาหาร (Digestive Enzyme) และช่วยทำปฏิกิริยาเคมีในทุกเซลล์ของร่างกาย
๒. เอนไซม์ ในการช่วยย่อยสารอาหารที่ตกค้างในร่างกาย (Metabolic Enzyme)
๓. เอนไซม์ ในช่วยกำจัดของเสียหรือสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย (Toxin Killer)
๔. เอนไซม์ ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งในการเจริญเติบโตเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรค (Antibiotic)
๕. และเสริมสารอาหาร ที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เพื่อลดสาเหตุของการชำรุดของเซลล์ ทำให้กระบวนการทางชีวเคมีต่างๆในร่างกายของมนุษย์สมบูรณ์ ร่างกายจึงแข็งแรง
แพทย์ทางเลือก กล่าวว่า "เหตุผลสำคัญที่คนเราจำเป็นต้องรัปประทานเอ็นไซม์เสริมนั้น เพราะ....
  • ร่างกายผลิตเอนไซม์ได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น
  • การปรุงอาหาร ต้องใช้ความร้อนสูงเกิน 47.2 C การใช้รังสีถนอมอาหาร การใส่สารกันเสีย การบรรจุกระป๋อง ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำลายเอนไซม์ในอาหารไปได้ทั้งสิ้น
  • มีตัวยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อยู่ในอาหารตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก เช่น ยอดผัก หรือ ผลไม้ที่ยังอ่อน จะเป็นกลุ่มที่มีตัวห้ามการทำงานของเอนไซม์อยู่มาก
  • การทำงานหนัก การพักผ่อนน้อย การออกกำลังกายมากเกินไป การอดอาหารเพื่อลดความอ้วน เป็นการเร่งเอนไซม์ให้ทำปฎิกิริยาทางเคมี ทำให้เอนไซม์ที่สะสมไว้ขาดแคลน
  • มลภาวะและสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบันมีสารเคมีที่เป็นพิษมากมายในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น การเสริมเอนไซม์จึงเป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ต้องการดูแล หรือ ฟื้นฟูสุขภาพ ของท่าน อ่านเพิ่มเติม เรื่อง น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นน้ำหมักจากผลไม้และน้ำผึ้ง ไม่ใช่ยา แต่ช่วยในการเสริมสร้าง ฟื้นฟู และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ และแข็งแรง
-->

1 ตุลาคม 2555

น้ำเอนไซม์จากผลไม้สูตรเข้มข้น (หัวเชื้อ)

น้ำเอนไซม์จากผลไม้รวมสูตรเข้มข้น (หัวเชื้อ) (Premium Fruit Enzyme)

สูตรพิเศษ แห่งชมรมบ้าน(รักษ์)สุขภาพ กรุงเทพ

ความเข้มข้นเป็น 5 เท่าของสูตรปกติ Multi fruit enzyme (น้ำพลังเอนไซม์บำบัด) อายุการหมัก 10 ปีขึ้นไป


ขนาด 187 มิลลิลิตร ราคา 500 บาท ไม่รวมค่าจัดส่ง


ประโยชน์

1. สำหรับดื่มเพื่อฟื้นฟูและบำบัดสุขภาพ สูตรเข้มข้นกว่าสูตรปกติ 5 เท่า เวลาดื่มให้ทานน้ำมากขึ้น เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมเอนไซม์และสารอาหารไปใช้ได้ เหมาะสำหรับผู้อยู่ในระหว่างพักฟื้น หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย และต้องการล้างพิษในร่างกาย

2. สำหรับนำไปเป็นหัวเชื้อเพื่อการหมักน้ำผลไม้สำหรับดื่ม โดยใช้ระยะเวลาในการกระตุ้นหัวเชื้อ ด้วยการหมัก 3 เดือน โดยใช้อัตราส่วน น้ำพลังเอนไซม์สูตรเข้มข้น ต่อ น้ำผึ้ง ต่อ น้ำสะอาด เท่ากับ 1 : 1 : 5 ส่วนในปริมาณทั้งหมด 1 - 1.5 ลิตร (อ่านรายละเอียดต่อได้ที่ การหมักหัวเชื้อ)

3. สำหรับล้างพิษโดยการสวนลำไส้ สำหรับผู้ที่เคยสวนลำไส้ด้วยกาแฟ สามารถใช้น้ำพลังเอนไซม์สูตรเข้มข้นในแทนกาแฟ ด้วยอัตราส่วนของน้ำพลังเอนไซม์บำบัด 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำสะอาด 1 ลิตร ซึ่งน้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้นนี้ ไม่ไปทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในลำไส้ อีกทั้งยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์เช่นวิตามินสำหรับดูดซึมกลับไปในร่างกายได้ ทำให้เมื่อสวนลำไส้แล้วไม่อ่อนเพลีย อีกทั้งไม่เป็นอันตรายต่อไต หรือคนเป็นโรคหัวใจ (อ่านต่อ เรื่องการสวนลำไส้ด้วยน้ำพลังเอนไซม์สูตรเข้มข้น)

สนใจติดต่อถามรายละเอียดเพิ่มเติม โดยการส่งอีเมล์สอบถามมาได้ที่คุณตู๋ tusora@gmail.com หรือไลน์ tu-bgood