" กินอะไรได้อย่างนั้น" คำโบราณ ท่านสอนไว้ คุณรู้ไหมว่าเป็นอย่างไร
วันนี้
บ้านรักษ์สุขภาพ จะมีไขปริศนาความหมายกัน
"กินอะไรได้อย่างนั้น"
-->
หากแต่แปลอย่างตรงตัว ก็คือ เมื่อเรารับประทานอาหารอะไรเข้าไป
รสชาดอย่างไรเข้าไป ก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายและสุขภาพของเรานั้นเอง
ณ วันนี้ เราจะมาเน้นกันที่ กิน
รสชาดแบบไหน ส่งผลต่อสุขภาพ และร่างกายเราอย่างไร เรามาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันนะค่ะ
จากตำราของแพทย์แผนโบราณไทย และแพทย์แผนจีนนั้น มีการบันทึกไว้เกี่ยวกับ การทานอาหารตามธาตุ โดยเน้นที่รสชาดของอาหารนั้น ๆ ว่า ทานอาหารรสชาดไหน บำรุงธาตุใด และก่อให้เกิดโทษต่อธาตุใดหากรับประทานมากเกินไป ซึ่งเป็นการเน้นปรับสมดุลของร่างกายให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติสมบูรณ์ด้วยการทานอาหารตามธาตุเจ้าเรือนนั้นเอง ซึ่งเราต้องทราบก่อนว่าเราเป็น ธาตุไหน และควรรับประทานอาหารรสชาดไหน เป็นต้น แต่ในวันนี้ เราจะไม่เน้นถึงเรื่องนั้น
แต่เราจะคำนึงถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยใช้ ข้อความในตำราที่บันทึกไว้ว่า
"ร่างกายของเราต้องการอาหารที่ครบทุกรสชาด แต่ต้องการแค่พอดี ซึ่งความพอดีนั้นใช้รสต่าง ๆ จากธรรมชาติ เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง จึงทำให้เกิดความพอดี และเกิดสมดุลของชีวิต"
ดังนั้น เราจะมาเรียนรู้กันว่า รสชาดอาหารส่งผลต่อร่างกายอย่างไร และโทษของการทานอาหารที่มีรสจัด ก่อผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างไร
จากตำราแพทย์แผนไทยจัดแบ่งรสชาดของอาหารไว้ ถึง 8 รสชาด ดังนี้
"ฝาดชอบทางสมาน หวานซึบซาบไปตามเนื้อ
เมาเบื่อแก้พิษต่าง ๆ ขมแก้ทางโลหิตและดี
รสมันบำรุงหัวใจ เค็มซึมซาบตามผิวหนัง
เปรี้ยวแก้ทางเสมหะ เผ็ดร้อนแก้ทางลม"
ซึ่งการทานรสชาดต่าง ๆ ทั้ง 8 แต่พอดี ก็จะช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ทำให้ไม่ก่อให้เกิดความผิดปกตของร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานอย่างสมบูรณ์ และแข็งแรงได้
แต่ละ... แต่ถ้าเราชอบทานรสชาดใด รสชาดหนึ่งเป็นประจำ และชอบทานรสจัด ๆ ด้วย เช่น ฉันชอบกินรสเค็มจัด ปรุงด้วยน้ำปลาทุกมื้อ ฉันชอบเปรี้ยวจัด ต้องทานเปรี้ยว ๆ ทุกมื้อไม่ขาด ฉันชอบเผ็ดจัดจ้าน กินได้ทุกมื้อไม่เบื่อ คนเหล่านั้นกำลังทำลายร่างกายและก่อโทษให้กับร่างกายของเขาอย่างไร
ในตำราแพทย์แผนโบราณก็ได้กล่าวไว้เช่นกัน ดังนี้
1.
รสเผ็ดจัด ก่อให้เกิด ความร้อนต่อร่างกาย ก่อความระคายเคือง กัดเซาะทำลายทางเดินอาหาร ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้ เป็นต้น
2.
รสหวานจัด ก่อให้เกิด การแข็งตัวของหลอดเลือด ทำลายตับอ่อน ทำลายอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
3.
รสเค็มจัด ก่อให้เกิด ความเสื่อมของไต ทำลายหัวใจ ทำลายรหัสพันธุกรรม ทำลายภูมิต้านทาน ทำให้เกิดโรคไต โรคหัวใจ โรค SLE เป็นต้น
4.
รสมันจัด ก่อให้เกิดความเสื่อมของตับ ทำลายหลอดเลือด ทำลายสมอง ทำให้เกิดโรคตับอักเสบ ไขมันพอกตับ หลอดเลือดอุดตัน ตีบ โรคเส้นเลือดในสมองแตก เป็นต้น
5.
รสเปรี้ยวจัด ก่อให้เกิดการกัดเซาะ ระคายเคือง ทำลายเซลล์ ทำให้ ไฟธาตุกำเริบ ก่อให้เกิดโรคชรา แก่ก่อนไว ท้องเสีย ปวดท้อง โรคกระเพาะ นอนไม่หลับ เป็นต้น
6.
รสฝาดจัด ก่อให้เกิดการติดขัดของการไหลเวียน ทำให้ฝึด คอแห้ง ทำให้เกิดโรคท้องผูก เจ็บคอ นิ่ว เป็นต้น
7.
รสขมจัด ก่อให้เกิดการเสื่อมของเซลล์หัวใจ ทำลายระบบประสาท ทำให้ไฟธาตุกำเริบ หรืออาจทำให้ไฟธาตุดับ เกิดอาการตัวเย็น มือเย็น หนาวง่าย หัวใจล้มเหลว ความจำเสื่อม เป็นต้น
ส่วน
รสเมาเบื่อ ไม่ได้กล่าวถึง เพราะปกติจะใช้ในทางยา รักษาโรค และยาพิษ ซึ่งไม่ได้ใช้ในอาหารในชีวิตประจำวัน นอกจากคุณจะได้รับการวางยาพิษ ก็ตายสถานเดียว หรือได้รับยาสมุนไพรที่ปรุงด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ตายเช่นกัน
เมื่อเรารู้แบบนี้แล้ว การรับประทานอาหารในครั้งต่อไป เราควรคำนึงถึงสุขภาพร่างกาย นอกจากความชอบ แลความเคยชินของปากได้แล้ว
และหวังว่า อาหารจานต่อไปของคุณ จะปรุงแต่งรสชาดแต่พอดี อย่าให้หนักรสจัดไปทางใดทางหนึ่ง เพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีของคุณ
ด้วยรักและหวังดี
จากบ้านรักษ์สุขภาพ