google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พิการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พิการ แสดงบทความทั้งหมด

26 สิงหาคม 2552

เรื่องเล่าจากผู้ป่วย- เมื่อลูกข้าพเจ้าป่วยด้วยโรคร้ายและเรื้อรัง

เมื่อลูกข้าพเจ้าป่วยด้วยโรคร้ายและเรื้อรัง

โดยนางศิราณี  เอกัคคตาจิต จังหวัด บุรีรัมย์

   ครอบครัวเรามีลูก 4 คน  ผู้ชายล้วน  พ่อบ้านชื่อ น.พ. ศิริพงษ์  เอกัคคตาจิต  รับราชการทำงานโรงพยาบาลบุรีรัมย์  จบแพทย์จุฬาฯ รุ่น 24  ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ ซี 9  ข้าพเจ้าเป็นแม่บ้าน เต็มขั้น

และความไม่เที่ยงก็เกิดขึ้นเช้าวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2540  ตื่นเช้ามาดูลูกคนที่ 3 ชื่อ ศักดา  เอกัคคตาจิต  เขาบอกยืนได้ขาข้างเดียว  เจ็บข้อเท้าและเข่ามาก  เราก็ไม่คิดว่าเป็นอะไรมาก  เป็นจังหวะใกล้จะเปิดเทอมแรกของการเข้ามหาวิทยาลัย  เขาเรียนแพทย์ศิริราช  โดยสอบเข้าโควต้าแพทย์ศิริราช  และสอบแข่งขันวิชาเคมีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2538

ไปนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลศิริราช 2 อาทิตย์  หมอให้ยาแก้ปวด  แล้วดูอาการ  ให้ใช้ไม้เท้าไปเรียนได้ 2 อาทิตย์  ปรากฏว่าอาการกำเริบ  อาการเจ็บขยายมาที่หัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง  ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง

ครั้งนี้หมอตรวจอาการแล้วถามข้าพเจ้าว่ามีลูกกี่คน  ตอบว่ามี 4 คน  คนโตทำงานแล้ว  คนที่ 2 เรียนแพทย์ขอนแก่น  คนป่วยเป็นคนที่ 3  รู้สึกหมอที่ถามมีสีหน้าดีขึ้นเพราะเขารู้แล้วว่าโรคที่ลูกเป็นนี้เข้าข่ายปวดข้อ โรครูมาตอย  เพราะเจ็บข้อก่อนอายุ 17 ปี  ซึ่งค่อนข้างร้ายแรง  เพราะแม้แต่สถิติการรักษาต่างประเทศก็ยาก  มีให้ได้ก็ยาแก้ปวดเท่านั้น  เป็นมากหลายปีหน่อยก็จะพิการได้

หมอที่รักษาเขาก็บอกให้แม่ทำใจและให้ยาแก้ปวดมากินที่บ้าน ความรู้สึกของแม่แทบล่มสลาย  วันแล้ววันเล่าไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น  จุกปวดกระเพาะอาหารขนาดหนักเพราะกินยาแก้ปวด  กินยาเคลือบกระเพาะอาหารเต็มที่ก็ยังเจ็บท้องอยู่  นรกบนดินเป็นเช่นนี้เอง  กินยาแก้ปวดข้ออย่างแรงเช้าเย็น  แก้ได้ชั่วคราวต้องกินประจำ  แม้ปวดกระเพาะอาหารก็ต้องกิน  เจาะเลือดทำอีเอสอาร์อยู่ระหว่าง 50-90 มม./ชม.  ซึ่งค่าปกติไม่เกิน 20 มม./ชม. กินยามากจนหูอื้อ  แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น

ช่วงนี้เขาก็ไปอยู่วัดกับหลวงพ่อ 5-6 เดือน  ทำเรื่องลาเรียน 1 ปี  ระยะนี้ขาเริ่มลีบเพราะเจ็บ   ข้อเท้ามากต้องนอนกับที่  เราเป็นชาวพุทธ  ช่วงไหนที่จิตมีสมาธิก็อธิษฐานขอให้ลูกได้พบหนทางรักษาที่ถูกต้องด้วยเถิด  จะได้หยุดยาแก้ปวดนี้เสียที  ชีวิตที่เหลืออยู่นี้จะขวนขวายทำแต่ความดี

แล้วโชคก็มาถึง  วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541  ดร. พรพรรณ และคุณแฉซึ่งเป็นญาติกับอาจารย์นิศา เชนะกุล  ได้มาที่บ้านเพื่อไปกราบหลวงปู่ที่วัดเขาน้อย  เขามาเห็นลูกชายป่วย  เขาก็แนะนำให้ทานนมธัญพืช  และน้ำผักปั่น  โดยทานนมธัญพืชก่อนอาหารวันละ 1 แก้ว  และน้ำผักปั่นวันละ 4-5 แก้ว  ทานได้ 20 วัน  หมอก็ให้เจาะอีเอสอาร์ดู  ปรากฏว่าอีเอสอาร์ลดเหลือ 36 มม./ชม.  ลูกชายก็ร้องออกมาว่าเขาคงรอดตายและหายได้

จากการทานอาหารนี้ก็เริ่มมีกำลังใจ  รับประทานนมธัญพืชและน้ำผักปั่นมากขึ้น  กินนมธัญพืชและน้ำผักปั่นนอย่างละ 6-7 แก้วทุกวัน  และแช่น้ำร้อนสลับน้ำเย็นอย่างละ 3 นาที  และเริ่มไปอยู่วัดอีกเพื่อจะได้อยู่กับธรรมชาติ  นอนหัวค่ำ (3 ทุ่ม)  และรับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยที่สุด  พอทานได้ 1 เดือน ก็หยุดยาทุกชนิด  อีเอสอาร์ก็ลดลงเรื่อย ๆ เหลือ 20 มม./ชม.  ต่อมาก็เหลือ 12 ก็เท่ากับคนปกติ

เจาะอีกครั้งหนึ่งก่อนไปเรียนวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2541  ค่าอีเอสอาร์เท่ากับ 1 มม. ต่อ ชม.  เม็ดเลือดแดง จาก 33% เป็น 48%  เม็ดเลือดขาว จาก 13,500 ก็เหลือ 6,500  พอเรียนไปได้ 5-6 เดือน  เขาก็สามารถบริจาคเลือดให้กับโรงพยาบาลศิริราชได้  ญาติพี่น้องใกล้ชิดแม้นเพื่อนหมอด้วยกันก็รู้สึก เหมือนปาฏิหารย์  ใครจะคาดคิดว่าจะหายจากโรคด้วยอาหารดังกล่าวนี้


ข้าพเจ้าจึงต้องการเผยแพร่ให้ผู้ที่มีอาการปวดข้อเรื้อรังลองมาดื่มน้ำผักปั่นและนมธัญพืชอย่างละ 8-12 แก้วต่อวัน  เพื่อไม่ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากในการซื้อยาแก้ปวดข้อและยาป้องกันโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล  ซึ่งต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ  ทำให้เสียดุลการค้าระหว่างประเทศ  และให้นอนแต่หัวค่ำ 3 ทุ่ม ทำจิตใจให้เบิกบาน  นั่งสมาธิ  ถ่ายอุจจาระทุกวันโดยกินอาหารที่มีกากใย  ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติที่ไม่ผ่านขบวนการปรุงแต่ง  ได้แก่  เมล็ดธัญพืช  ผักสด  ผลไม้สด  ไข่ขาว  ไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ สัตว์ปีก  กินแต่เนื้อปลา  โดยนึ่งหรือต้ม  ไม่ควรทอด  เพราะจะมีไขมันมาก  ไม่กินอาหารกระป๋อง  เพราะต้องผ่านขบวนการปรุงแต่ง  ทำให้เสียคุณค่าอาหาร  ไม่นอนอยู่ใกล้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  โดยอย่าให้มีเครื่องทีวี  วิทยุ  เครื่องคอมพิวเตอร์  และตู้เย็นในห้องนอน  ออกกำลังกาย  ทำกายภาพบำบัด  เพื่อไม่ไห้กล้ามเนื้อลีบ  ก็อาจหายจากโรคปวดข้อเรื้อรังและไม่มีความพิการของแขนขาข้างที่ปวดข้อได้โดยปกติ