21 กันยายน 2555
น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์กับความงาม
การน้ำน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์มาใช้กับความงาม
น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ชนิดสกัดเย็น ทำให้คงคุณค่าของวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระไว้ในน้ำมันที่ได้ ทำให้ได้น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ที่ใส เหลืองเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น และมีคุณค่าของวิตามินซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทาง บ้านรักษ์สุขภาพ ได้มีการนำน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์มาเพิ่มคุณค่า ด้วยการเติมวิตามินอีลงไป เป็น น้ำมันอัลมอนด์พลัส ที่มีคุณค่าทางความงามและสุขภาพผิว และผม ได้อย่างวิเศษ และได้มีการนำไปใช้กับผู้ทดลองใช้ 10 ท่าน ให้ผลดีทั้ง 10 ท่าน ทั้งด้าน การบำรุงผิว ลดอาการคัน อาการระคายเคือง โรคผิวหนัง และโรคนิ้วล็อก เป็นต้น
เนื่องจากน้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์ มีสรรพคุณทางด้านเภสัชวิทยา มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย สามารถดูดซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้ดี และมีคุณสมบัติที่ดีในการรักษาความชุ่มชื้น สามารถคงความอ่อนเยาว์ ลดความแห้งกร้านได้ จึงมีการนำมาใช้ในเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างแพร่หลาย ทั้งในโลชั่น ครีมทาผิว ครีมปรับสภาพผม แชมพู และเครื่องสำอางอื่นๆ อีกหลายชนิดรวมทั้งใช้ในการผลิตสบู่ด้วย
น้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์สามารถใช้ได้กับผิว ทุกลักษณะ และเนื่องจากมีกรดไขมันชนิดเดียวกับผิวหนัง และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงสามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยชะลอการแก่ก่อนวัย คือสามารถลดรอยเหี่ยวย่น และช่วยทำให้รอยดำใต้ตาลดความเข้มลงด้วย นอกจากนั้นแล้วยังมีคุณสมบัติในการลดการติดเชื้อ ต้านการอักเสบของผิวหนัง ลดอาการผื่นคัน และลดการปวดกล้ามเนื้อได้อีก
--> นอกจากนั้น น้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์ หรือน้ำมันอัลมอนด์พลัส ของ บ้านรักษ์สุขภาพ ยังช่วยเพิ่มความเงางามให้กับเส้นผมได้โดยการเพิ่มการบำรุงให้กับเส้นผม ทำให้เปลือกนอกของเส้นผม (Cuticle) นุ่มลื่น ทำให้เส้นผมมีความแข็งแรงขึ้นและหนาขึ้น และยังทำให้เส้นผมเติบโตได้โดยมีสุขภาพที่ดีและลดอาการหลุดร่วงของเส้นผมได้ด้วย
ดูรายละเอียดของน้ำมันอัลมอนด์พลัสของบ้านรักษ์สุขภาพ ได้ที่นี้ น้ำมันอัลมอนด์พลัส
สนใจติตด่อสั่งซื้อได้ที่ tusora@hotmail.com
9 กันยายน 2555
ระบบภูมิคุ้มกันคืออะไร
--> ระบบภูมิคุ้มกัน คือ กุญแจดอกสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพ โดยจะช่วยในการปกป้องเราจากโรคทุกชนิด ตั้งแต่โรคหวัดจนถึงโรคมะเร็ง นอกจากนั้น ยังสามารถช่วยต่อสู้กับของเสีย และชะบอความชรา ดังนั้น หากเราใช้ชีวิตโดยไม่คำนึงถึงสุขภาพอันเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การรับประทานอาหาร การอยู่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่บั่นทอนระบบภูมิคุ้มกันให้อ่อนแอลง และสิ่งที่ตามมาคือ ทำให้เรามีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยต่างได้ง่ายขึ้น
หากจะพูดง่าย ๆ ระบบภูมิคุ้มกันก็เหมือนกับ ทหารที่ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม หรือจะเปรียบเหมือน คนกำจัดขยะ ในร่างกายการเราก็ได้อีกเหมือนกัน ดังนั้น หากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ร่างกายก็ย่อมเกิดโรคภัยต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นโรคโน้นโรคนี่ ป่วยบ่อยๆ ร่างกายอ่อนแอนั้นเอง
ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างไร
ระบบภูมิคุ้มกัน ทำหน้าที่เสมือนกองทัพที่ช่วยปกป้องเราจากศัตรูที่จะเข้ามาทำร้ายร่างกายหรือเซลล์เรา ส่วนใหญ่จะอยู่ในระบบน้ำเหลือง และระบบเลือด โดยจะทำหน้าที่ทำลายแบคทีเรีย หรือสิ่งแปลกปลอม รวมถึงการกำจัดเนื่อเยื่อหรือเซลล์ที่ตายแล้วออกไปจากร่างกาย ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์เมื่อร่างกายมีความสมดุลของความเป็นกรดด่างในร่างกาย หรือความสมดุลของแบคทีเรียที่ดีและแบคทีเรียก่อโรค ซึ่งแบคทีเรียทั้งสองชนิดจะอยู่กันอย่างสมดุลในลำไส้ ทำให้การย่อยและการดูดซึมอาหารสมบูรณ์ แต่หากแบคทีเรียทั้งสองไม่สมดุลกันจะก่อให้เกิดปัญหาในการย่อย และเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
ศัตรูของระบบภูมิคุ้มกัน
เซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันนั้นต้องการสารอาหารบางประเภทเพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น สารอินเตอร์เฟียรอน ที่เป็นสารต้านไวรัสและมะเร็งที่ถูกขับออกมาโดยเนื้อเยื่อเมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีที่เพียงพอ
ความเครียด การสูบบุหรี หรือการขาดการออกกำลังกาย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนก่อให้เกิดความอ่อนแอของระบบภูมิคุ้มกันทั้งสิ้น
ภูมิคุ้มกันต่ำเป็นอย่างไร
ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ หรือด้อยประสิทฺธิภาพจะส่งสัญญาณให้เห็นได้ง่าย ๆ เช่น การที่คนเราป่วยเป็นหวัดบ่อย หรือมีระบบย่อยอาหารผิดปกติ มีอาการปวดเมื่อย ผิวหมองคล้ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกัน
- น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์
- น้ำพลังเอนไซม์บำบัด
- น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น
- น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตร N-2000
- น้ำนมธัญพืช
- น้ำข้าวกล้องผสมธัญพืช
- ต้นข้าวสาลีอ่อน Whe Globerry
- ดอกขี้เหล็ก
- คะน้า
- ผักหวาน
- บล็อกโคลี
- มะม่วงดิบ
- ผักโขม
- ชะอม
- ผักชี
- ดอกกะหล่ำ
- มะขามอ่อน
- ดอกแค
- ผักขึ้นฉ่าย
- วิตามิน A
- วิตามิน C
- วิตามิน D
- วิตามิน E
- ธาตุเซเลเนียม
- ธาตุแมกนีเซียม
- ธาตุสังกะสี
- ธาตุทองแดง
- ธาตุเหล็ก
7 กันยายน 2555
อ่านก่อนตัดสินใจดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด เพื่อเสริมเอนไซม์
ทำไหมเราต้องทาน เอนไซม์ เพื่อดูแลสุขภาพ
เอนไซม์ หรือ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นเสมือนอาหารเสริม เพิ่ม เอนไซม์ ให้กับร่างกาย หรือช่วยร่างกายในการย่อยสลายอาหาร และน้ำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง ลดการเกิดโรคความเสื่อมต่าง ๆ ของร่างกาย ตลอดจนฟื้นฟูร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติสุข
แล้วอาการแบบไหน ที่รู้สึกว่าเราต้องทาน เอนไซม์ เพื่อเสริมสุขภาพ
อาการที่ท่านน่าจะรู้สึกได้เอง ว่าขาด เอนไซม์ คือ อาการอ่อนเพลียเป็นประจำ ทานอาหารเสร็จแล้วรู้สึกง่วง ไม่มีแรง ท้องผูก ท้องอืด ผายลมมีกลิ่นเหม็นมาก มีกลิ่นปาก เป็นหวัดบ่อย มีอาการคัดจมูกบ่อย ปวดเมื่อยร่างกายบ่อย ๆ น้ำหนักตัวเพิ่มง่าย เป็นต้น
อาการเหล่านี้ เป็นอาการเบื้องต้นที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายมีภาวะพร่อง เอนไซม์ จำเป็นต้องทานเอนไซม์เสริมอาหาร เพื่อป้องกันการเสื่อมของร่างกาย และก่อให้เกิดภาวะโรคเรื้อรังในอนาคต
เมื่อสังเกตุแล้วว่า เรามีอาการต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น เราก็ควรตัดสินใจแล้วว่า ควรดื่ม เอนไซม์ เพื่อเสริมสุขภาพ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งเป็นแหล่งของ เอนไซม์ และสารอาหาร ได้มาจากกระบวนการหมักของผลไม้ สมุนไพร กับน้ำผึ้ง ซึ่ง การหมักเอนไซม์เพื่อการบริโภคนั้น จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาการหมักบ่มตามธรรมชาติ เป็นระยะเวลานานกว่า 6 ปี เพื่อให้ได้ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด ที่มีสรรพคุณ ที่สะอาด ปลอดภัย มีเอนไซม์ และสารอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์
แล้วเราจะเลือกทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด สูตรไหนดี สำหรับบ้านรักษ์สุขภาพ มีจำหน่ายน้ำพลังเอนไซม์บำบัด 3 สูตร ดังนี้
1. สูตร Multi Fruit Enzyme เป็นเครื่องดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด ขนาด 750 มิลลิลิตร ราคา 450 บาท สูตรที่มีผลไม้มากกว่า 20 ชนิดเป็นหลัก ราคาย่อมเยาว์ ดื่มง่าย เหมาะสำหรับผู้ต้องการดูแลสุขภาพ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน ท้องผูก โรคเก๊าต์ โรคภูมิแพ้ โรคหอบ (ไม่จัดส่งทางไปรษณีย์เนื่องจากอาจมีการแตกหักเสียหายได้ แต่จัดส่งทางขนส่ง เมื่อสั่ง 6 ขวดขึ้นไป)
2. สูตร N-2000 เป็นสูตรที่มีผัก ผลไม้ และสมุนไพร สูตรดั้งเดิมของดร.รสสุคนธ์ ชมรมบ้านสุขภาพ ระยอง ขนาด 650 มิลลิลิตร ราคา 500 บาท เหมาะสำหรับผู้ต้องการดูแล ฟื้นฟูสุขภาพโรคมะเร็ง โรคสะเก็ดเงิน โรคเรื้อน โรคอัมพาต โรค อัมพฤกต์ (ไม่จัดส่งทางไปรษณีย์เนื่องจากอาจมีการแตกหักเสียหายได้ แต่จัดส่งทางขนส่ง เมื่อสั่ง 6 ขวดขึ้นไป)
3. สูตร Premuim Fruit Enzyme เป็นเครื่องดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น 5 เท่า (และเป็นหัวเชื้อ) ขนาด 187 มิลลิลิตร ราคา 500 บาท เหมาะสำหรับผู้ป่วยทุกโรค ที่ต้องการฟื้นฟูและดูแลสุขภาพ และใช้เป็นหัวเชื้อในการหมักทำน้ำพลังเอนไซม์บำบัดรับประทานเองที่บ้าน
เมื่อเราทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด หรือเอนไซม์เสริมเข้าไปแล้ว จะเห็นผลอย่างไร สำหรับช่วงต้นเราจะรับรู้ได้ก็เพียงแต่ว่า ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้น ไม่ท้องผูก มีแรง สดชื่น นอนหลับสนิท ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เต่งตึงขึ้น สมรรถภาพทางเพศดี โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1 - 21 วัน แรก เป็นการทาน เอนไซม์ เข้าไปเพื่อให้ทำการย่อยของเสียออก เรียกว่าเป็นการทำความสะอาดสิ่งตกค้างในร่างกาย
และในช่วง 21 - 42 วันต่อมา เอนไซม์ ที่ทานเสริมเข้าไปนั้นจะเริ่มฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ให้ทำงานเป็นปกติ หลังจาก 42 - 90 วัน ของการทาน เอนไซม์ ร่างกายจะปรับสมดุลย์ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดภาวะการเกิดโรค การติดเชื้อ ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะโรค ร่างกายจะซ่อมแซมต้นเองได้เร็วขึ้น จะระบบวงจรนึ้ เราควรดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด อย่างน้อย 3 เดือน (90 วัน) เพื่อให้ครบวงจรการปรับสมดุลและฟื้นฟูร่างกาย
ยิ่งเราทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด อย่างต่อเนื่อง สภาพร่างกายและชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ระบบภูมิต้านทานโรคจะดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะโรค ร่างกาย ผิวพรรณ ใบหน้าสดใส เต่งตึง อ่อนวัย
สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไอดีไลน์ @qwd5997q
เอนไซม์ หรือ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นเสมือนอาหารเสริม เพิ่ม เอนไซม์ ให้กับร่างกาย หรือช่วยร่างกายในการย่อยสลายอาหาร และน้ำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง ลดการเกิดโรคความเสื่อมต่าง ๆ ของร่างกาย ตลอดจนฟื้นฟูร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติสุข
แล้วอาการแบบไหน ที่รู้สึกว่าเราต้องทาน เอนไซม์ เพื่อเสริมสุขภาพ
อาการที่ท่านน่าจะรู้สึกได้เอง ว่าขาด เอนไซม์ คือ อาการอ่อนเพลียเป็นประจำ ทานอาหารเสร็จแล้วรู้สึกง่วง ไม่มีแรง ท้องผูก ท้องอืด ผายลมมีกลิ่นเหม็นมาก มีกลิ่นปาก เป็นหวัดบ่อย มีอาการคัดจมูกบ่อย ปวดเมื่อยร่างกายบ่อย ๆ น้ำหนักตัวเพิ่มง่าย เป็นต้น
อาการเหล่านี้ เป็นอาการเบื้องต้นที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายมีภาวะพร่อง เอนไซม์ จำเป็นต้องทานเอนไซม์เสริมอาหาร เพื่อป้องกันการเสื่อมของร่างกาย และก่อให้เกิดภาวะโรคเรื้อรังในอนาคต
เมื่อสังเกตุแล้วว่า เรามีอาการต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น เราก็ควรตัดสินใจแล้วว่า ควรดื่ม เอนไซม์ เพื่อเสริมสุขภาพ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งเป็นแหล่งของ เอนไซม์ และสารอาหาร ได้มาจากกระบวนการหมักของผลไม้ สมุนไพร กับน้ำผึ้ง ซึ่ง การหมักเอนไซม์เพื่อการบริโภคนั้น จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาการหมักบ่มตามธรรมชาติ เป็นระยะเวลานานกว่า 6 ปี เพื่อให้ได้ น้ำพลังเอนไซม์บำบัด ที่มีสรรพคุณ ที่สะอาด ปลอดภัย มีเอนไซม์ และสารอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์
แล้วเราจะเลือกทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด สูตรไหนดี สำหรับบ้านรักษ์สุขภาพ มีจำหน่ายน้ำพลังเอนไซม์บำบัด 3 สูตร ดังนี้
1. สูตร Multi Fruit Enzyme เป็นเครื่องดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด ขนาด 750 มิลลิลิตร ราคา 450 บาท สูตรที่มีผลไม้มากกว่า 20 ชนิดเป็นหลัก ราคาย่อมเยาว์ ดื่มง่าย เหมาะสำหรับผู้ต้องการดูแลสุขภาพ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน ท้องผูก โรคเก๊าต์ โรคภูมิแพ้ โรคหอบ (ไม่จัดส่งทางไปรษณีย์เนื่องจากอาจมีการแตกหักเสียหายได้ แต่จัดส่งทางขนส่ง เมื่อสั่ง 6 ขวดขึ้นไป)
2. สูตร N-2000 เป็นสูตรที่มีผัก ผลไม้ และสมุนไพร สูตรดั้งเดิมของดร.รสสุคนธ์ ชมรมบ้านสุขภาพ ระยอง ขนาด 650 มิลลิลิตร ราคา 500 บาท เหมาะสำหรับผู้ต้องการดูแล ฟื้นฟูสุขภาพโรคมะเร็ง โรคสะเก็ดเงิน โรคเรื้อน โรคอัมพาต โรค อัมพฤกต์ (ไม่จัดส่งทางไปรษณีย์เนื่องจากอาจมีการแตกหักเสียหายได้ แต่จัดส่งทางขนส่ง เมื่อสั่ง 6 ขวดขึ้นไป)
3. สูตร Premuim Fruit Enzyme เป็นเครื่องดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น 5 เท่า (และเป็นหัวเชื้อ) ขนาด 187 มิลลิลิตร ราคา 500 บาท เหมาะสำหรับผู้ป่วยทุกโรค ที่ต้องการฟื้นฟูและดูแลสุขภาพ และใช้เป็นหัวเชื้อในการหมักทำน้ำพลังเอนไซม์บำบัดรับประทานเองที่บ้าน
เมื่อเราทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด หรือเอนไซม์เสริมเข้าไปแล้ว จะเห็นผลอย่างไร สำหรับช่วงต้นเราจะรับรู้ได้ก็เพียงแต่ว่า ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้น ไม่ท้องผูก มีแรง สดชื่น นอนหลับสนิท ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เต่งตึงขึ้น สมรรถภาพทางเพศดี โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1 - 21 วัน แรก เป็นการทาน เอนไซม์ เข้าไปเพื่อให้ทำการย่อยของเสียออก เรียกว่าเป็นการทำความสะอาดสิ่งตกค้างในร่างกาย
และในช่วง 21 - 42 วันต่อมา เอนไซม์ ที่ทานเสริมเข้าไปนั้นจะเริ่มฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ให้ทำงานเป็นปกติ หลังจาก 42 - 90 วัน ของการทาน เอนไซม์ ร่างกายจะปรับสมดุลย์ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดภาวะการเกิดโรค การติดเชื้อ ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะโรค ร่างกายจะซ่อมแซมต้นเองได้เร็วขึ้น จะระบบวงจรนึ้ เราควรดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด อย่างน้อย 3 เดือน (90 วัน) เพื่อให้ครบวงจรการปรับสมดุลและฟื้นฟูร่างกาย
ยิ่งเราทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด อย่างต่อเนื่อง สภาพร่างกายและชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ระบบภูมิต้านทานโรคจะดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะโรค ร่างกาย ผิวพรรณ ใบหน้าสดใส เต่งตึง อ่อนวัย
สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไอดีไลน์ @qwd5997q
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



