google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

29 พฤษภาคม 2556

ความปลอดภัยในการบริโภคน้ำพลังเอนไซม์บำบัด


ความปลอดภัยของการบริโภคน้ำพลังเอนไซม์บำบัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

การบริโภคน้ำพลังเอนไซม์บำบัดนการเสริมอาหารช่วยในการย่อยและปรับสมดุลของร่างกายทำให้ร่างกายสดชื่น แข็งแรง ฟื้นฟูสุขภาพ ป้องกันและรักษาอาการต่าง ๆ ได้ และเป็นที่นิยมรับประทานกันมากมายในปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะไม่มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุมแต่เราสามารถมั่นใจได้ว่าการรับประทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัดเสริมอาหารไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคุณ

น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้นานาชนิดกว่า 20 ชนิด กับน้ำผึ้งดอกไม้ป่าความชื้นต่ำ และน้ำ มีคุณสมบัติในการช่วยในการย่อยอาหาร ปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในร่างกาย และมีสารอาหารที่มีขนาดเล็กที่ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เซลล์ได้รับสารอาหารและพลังงานเพียงพอในการขจัดของเสียออกจากเซลล์ และซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ทำให้เซลล์แข็งแรง

สำหรับการบริโภค น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งโดยทั่วไปหากร่างกายมีสภาวะสมดุล แข็งแรง ร่างกายสามารถผลิตเอนไซม์เพื่อใช้ในร่างกายได้เพียงพอ และยังได้จากอาหารสดที่รับประทานเข้าไปอีกในแต่ละวัน แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายมีการผลิตเอนไซม์ลดลง และอาหารที่รับประทานเข้าไปส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารที่สูญเสียเอนไซม์หรือมีปริมาณเอนไซม์น้อยมาก

ทำให้ร่างกายมีภาวะขาดเอนไซม์ ส่งผลให้เกิดการสะสมของเสียในร่างกาย เซลล์ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และไม่สามารถขจัดของเสียออกจากเซลล์ได้หมด จึงส่งผลให้เซลล์อ่อนแอ อวัยวะทำงานลดลง และส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ขึ้น ดังนั้น การรับประทานเอนไซม์เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับปัจจุบันจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้รักสุขภาพและผู้ป่วยที่ต้องการเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย ทำให้การรักษาอาการต่าง ๆ ของโรคดีขึ้นเมื่อรักษาควบคุมไปกับแพทย์แผนปัจจุบัน

สำหรับความปลอดภัยในการเลือกรับประทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เสริมอาหาร
ควรเลือก น้ำหมักจากผลไม้ที่มีอายุการหมักนานกว่า 6 ปี มีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำหมักตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ตรวจลักษณะปรากฏ ตรวจวัดค่าความเป็นกรดด่าง ตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค และอื่น ๆ ซึ่งเป็นการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ แต่หากพูดกันในหลักของธรรมชาติบำบัดแล้ว น้ำพลังเอนไซม์บำบัด ที่ผลิตจากการหมักผลไม้ กับน้ำผึ้ง และน้ำ นาน กว่า 6 ปี ซึ่งจะได้ เอนไซม์ ที่เป็นเพียงกลุ่มโปรตีน ที่ช่วยในการย่อย และสารอาหารพวกกรดอะมิโน เกลือแร่ วิตามิน ซึ่งก็เหมือนกับอาหารที่ผ่านการย่อยสลายแล้วเมื่อเรารับประทานเข้าไป ซึ่งไม่มีอันตรายต่อร่างกาย หากรับประทานมากเกินไปร่างกายก็สามารถขับออกได้ และเอนไซม์ดังกล่าวก็ไม่มีอันตรายหรือก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายคุณอย่างแน่นอน

ยกเว้น ยกเว้น น้ำหมักชีวภาพที่มีอายุน้อย มีการปนเปื้อนของเชื้อโรค และเมทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งมักเกิดเมื่อหมักผลไม้กับน้ำตาล ดังนั้น ควรพึงคิดเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานด้วยนะค่ะ

สำหรับการรับประทาน น้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้เป็นอาหารเสริม สำหรับสหรัฐอเมริการอาหารและยาได้รับการยอมรับและการควบคุมแล้ว แต่สำหรับ อาหารและยา (อย.) ของเมืองไทย ยังไม่ยอมรับว่า น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ เป็นอาหารเสริม แต่บางองค์กร เช่น สสวท ก็ได้มีการทำวิจัยเรื่อง น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้เพื่อการบริโภค ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 10 ปี และมีการจัดประชุมเพื่อนำเสนอให้ อย. อนุมัติ แต่ในปีปัจจุบัน 2556 ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติอีกเช่นเดิม

27 พฤษภาคม 2556

เอนไซม์ช่วยรักษาโรคได้หรือไม่


ตอบคำถามค้างค้าใจ...เอนไซม์ช่วกรักษาอาการใดบ้าง...
(ผลจากงานวิจัย 5 ปี จากการสอบถามผู้ที่รับประทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด)

เอนไซม์ช่วยรักษาการนอนไม่หลับได้หรือไม่

อาการนอนไม่หลับ เกิดจากหลายสาเหตุ จะพบว่าเอนไซม์บำบัดให้ผลที่น่าพอใจหากอาการนอนไม่หลับเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในระบบต่อมไร้ท่อ นอกจากนี้การพร่องเอนไซม์กลุ่มเมตาบอลิซึม จะส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนของต่อม Pituitary ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับด้วย

ดังนั้นการกินอาหารสดใหม่ และการใช้เอนไซม์เสริมจะช่วยในการรักษาสมดุลของระบบต่อมไร้ท่อทำให้อาการนอนไม่หลับที่เกิดจากความไม่สมดุลนี้ดีขึ้นอย่างเห็นผล

บ้านรักษ์สุขภาพ แนะนำ น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรผลไม้รวม Mutli fruit Enzyme 350 บาท


เอนไซม์สามารถช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงินได้หรือไม่

โรคสะเก็ดเงิน สาเหตุหนึ่งเกิดจากขาดเอนไซม์ในการขจัดของเสียออกจากเลือด ซึ่งจากงานทางคลินิกของแพทย์ผิวหนังหลายท่านรายงานว่า สามารถใช้เอนไซม์เสริมในการบำบัดรักษาโรคนี้ได้
โดยในปี ค.ศ. 1930 นักวิจัยรักษาโดยให้ผู้ป่วยรับประทานเนยดิบจำนวนมาก ซึ่งในเนยดิบมีเอนไซม์ ไลเปส (enzyme lipase) อยู่ในปริมาณสูง และพบว่าผู้ป่วยเมื่อรับประทานเนยดิบติดต่อกันจะมีอาการดีขึ้น
ซึ่งต่อมาก็มีรายงานจากงานวิจัยพบว่า...การเสริมเอนไซม์ไลเปสในปริมาณที่สูงที่เพียงพอ สามารถช่วยรักษาอาการของโรคสะเก็ดเงินให้ดีขึ้นได้ แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ

บ้านรักษ์สุขภาพ แนะนำเบื้องต้นสำหรับโรคสะเก็ดเงิน ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น ในอัตราส่วน 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แล้ว โดยรับประทาน เช้า และเย็น ก่อนอาหารทุกมื้อ หรือผสมน้ำ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 ลิตร ดื่มแทนน้ำเปล่าตลอดทั้งวัน

เอนไซม์ช่วยรักษาอาการปวดหัวของไมเกรนได้หรือไม่

อาการปวดหัวจากไมเกรนบางครั้งมีสาเหตุจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน หรือการทำงานที่ผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เนื่องจากต่อม pituitary ที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมไร้ท่อทั้งหมด และการกินอาหารที่ไม่มีเอนไซม์เลยนั้นจะกระตุ้นต่อมพิทูอิทารีให้ทำงานหนักขึ้น ซึ่งการหลั่งฮอร์โมนในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดความไม่สมดุลของของฮอร์โมน  และสาเหตุของอาการปวดหัวจากไมเกรนอีกทางหนึ่งเป็นไปได้ว่าสารพิษที่พบในลำไส้ใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นจากกระบวน การย่อยอาหารที่บกพร่อง
ดังนั้นการกินอาหารสด หรือการทานเอนไซม์เสริมจะสามารถบรรเทาอาการปวดหัวจากไมเกรนได้

บ้านรักษ์สุขภาพ แนะนำให้ดื่ม น้ำพลังเอนไซม์บำบัตสูตรผลไม้รวม Mutli fruit enzyme 

เอนไซม์ช่วยรักษาอาการโลหิตจางได้หรือไม่

จากงานวิจัยพบว่าเอนไซม์มีบทบาทสำคัญในการสร้างเฮโมโกลบิล (Hemoglobin)ในเม็ดเลือดแดง ดังนั้นการรับประทานเอนไซม์เสริมอาหารจึงช่วยเร่งปฏิกิริยาในการผลิตเม็ดเลือดแดงได้ พบว่า การรักษาภาวะโลหิตจางโดยการรับประทานยาร่วมกับการเสริมเอนไซม์ทำให้อาการของโรคดีขึ้นอย่างได้ผล

บ้านรักษ์สุขภาพ แนะนำให้ดื่ม น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตร N-2000 ค่ะ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ tusora@gmail.com หรือ www.facebook.com/friutenzyme

21 พฤษภาคม 2556

ล้างพิษ (Detox) เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

การล้างพิษ (Detoxification) มีหลายวิธี วันนี้ที่เราจะมาคุยกันคือ การสวนล้างลำไส้ใหญ่เพื่อขจัดของเสีย และสารพิษออกจากร่างกาย

ลำไส้ใหญ่ เป็นอวัยวะที่รองรับสิ่งเหลือใช้จากร่างกายของเรา หากเรารับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย หรือเส้นใยน้อย หรือไม่มีเส้นใย จะทำให้อาหารเหนียว ย่อยยาก และเกาะติดกับผนังสำไล้ก่อให้เกิดการหมักหมม เน่าเสีย เป็นแหล่งเพาะแบคทีเรีย เกิดการเหม็น บูด เน่า และสร้างสารพิษให้กับร่างกาย เพราะฉะนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีเส้นใยจึงเป็นการช่วยทำความสะอาดร่างกายอีกทางหนึ่ง เช่น การทาน ผัก ผลไม้ ธัญพืช ก็เป็นการเสริมกากใยในอาหารได้ หรือ จะทาน น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์ สูตรบ้านรักษ์สุขภาพเป็นประจำก็ดี แล้วแต่คุณจะเลือก
เพราะการกินอาหารที่ขาดกากใย หรือเส้นใยจะทำให้สุขภาพของเราไม่ดี ทำให้เกิดอาการท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีไข้ อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย มีกลิ่นปาก มีกลิ่นตัว เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น
  • โรคทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีไข้ อาหารไม่ย่อย ลำไส้อักเสบ มีกลิ่นปาก
  • โรคภูมิต้านทานบกพร่อง เช่น ภูมิแพ้ ลมพิษ หอบหืด ปวดตามข้อ ปวดเมื่อยร่างกาย
  • เกิดความเสื่อมของร่างกาย เช่น ผิวพรรณเหี่ยวย่น แก่เร็วกว่าวัย อ่อนเพลียง่าย
  • โรคทางจิตใจ เช่น เครียด นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร
  • โรคมะเร็งลำไส้ ริดสีดวงทวาร detox
การล้างพิษ (Detox) แบบสวนลำไส้ก็เป็นการเสริมสุขภาพที่ดีทางหนึ่ง โดยส่วนมากนิยมใช้ในการรักษาโรคท้องผูก ท้องอืด ขับถ่ายยาก อัมพาต โรคภูมิแพ้ หอบหืด ผื่นคัน รูมาตอยด์ ปวดเมื่อยเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลมาจากการสะสมของเสียในร่างกายนานจนเกิดเป็นพิษ

การทำ DETOX สวนลำไส้ด้วยตนเองนั้น เป็นการล้างพิษในลำไส้ใหญ่ระบบล่างเท่านั้น เพราะปกติลำไส้มีความยาวประมาณ 150 cm ซึ่งการใช้กาแฟ น้ำสมุนไพร หรือน้ำเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น ในน้ำประมาณ 1.5 ลิตร มันเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่ก็จะได้ผลในระดับหนึ่ง ซึ่งหากต้องการทำความสะอาดลำไส้ระดับบน ต้องใช้บริการสวนล้างสำไส้ตามสถานบริการ เช่น โรงพยาบาล โดยจะมีเครื่องสวนล้างลำไส้ โดยใช้น้ำถึง 25 ลิตร

กลไกของการล้างพิษออกจากลำไส้ คือ
1. การขจัดคราบตะกรันของเศษอาหาร และของเสียที่หมักหมมในลำไส้ใหญ่ออก ซึ่งหากสวนลำไส้ด้วยตนเอง ควรทำการนวดท้อง และทนให้น้ำเอนไซม์เข้าไปละลายเอาเศษตะกรันออก โดยควรอดทนให้น้ำที่ใช้สวนลำไส้อยู่ในลำไส้ได้นานถึง 15 นาที จึงค่อยไปถ่ายออก

2. ช่วยให้สารพิษในร่างกายซึมผ่านผนังลำไส้สู่น้ำที่ใช้สวน และละลายไปกับน้ำที่ขับถ่ายออกจากร่างกาย ดังนั้น น้ำที่ใช้ผสมกับน้ำเอนไซม์เข้มข้น ควรมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อน หรือเย็นเกินไป ประมาณ 37 – 40 องศาเซลเซียส เพื่อให้ชะล้าง และละลายสารพิษออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งน้ำเอนไซม์ที่ใช้สวนยังมีคุณสมบัติในการเร่งการขับสารพิษออกมาจากลำไส้จึงทำให้เห็นผลได้ดีขึ้นหากอยู่ในลำไส้นานถึง 15 นาที

3. กระตุ้นการทำงานของเซลล์ในเยื่อบุผนังลำไส้ให้มีการแลกเปลี่ยนแร่ธาตุและขับของเสีย ทำให้การขับถ่ายครั้งต่อไปเป็นไปอย่างปกติ ซึ่งในน้ำเอนไซม์เข้มข้นที่ใช้สวนจะมีวิตามินและแร่ธาตุ พร้อมออกซิเจนที่ไปช่วยทำให้เซลล์ผนังลำไส้แข็งแรง มีความยืดหยุ่นได้ดี ปรับสมดุลของการขับถ่ายในครั้งต่อ ๆ ไป

ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่า การล้วนล้างลำไส้ หรือ DETOX นั้น จึงเป็นการนำของเสียที่ตกค้างในร่างกายออกไปจากลำไส้ใหญ่ทำให้ร่างกายแข็งแรง และสุขภาพดีขึ้น
สนใจอ่านวิธีการสวนลำไส้ด้วยน้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้นได้
หากมีข้อสงสัย ต้องการพูดคุยสอบถามมาทางอีเมล์ tusora@gmail.com หรือ ทางไลน์ ID: tu-bgood ได้ค่ะ

20 พฤษภาคม 2556

ประโยชน์ของน้ำพลังเอนไซม์บำบัด

ประโยชน์ของน้ำพลังเอนไซม์บำบัด หรือ ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพเพื่อการบริโภค หรือ ประโยชน์ของน้ำหมักผลไม้รวม 20 ชนิด

น้ำพลังเอนไซม์บำบัด ของบ้านรักษ์สุขภาพ มีด้วยกัน 3 สูตร ดังนี้
สูตรที่ 1 น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรผลไม้รวม Mutli Fruit Enzyme ขนาด 750 ml. ราคา 350 บาท
สูตรที่ 2 น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเอ็นสองพัน N-20000 ขนาด 650 ml ราคา 500 บาท
สูตรที่ 3 น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น Premier Fruit Enzyme ขนาด 187 ml ราคา 500 บาท

--> ประโยชน์ของน้ำพลังเอนไซม์บำบัด ช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย ฟื้นฟูเซลล์ โดยมีหลักการทำงาน ดังนี้

  1. ความเป็นกรดผลไม้ เมื่อหมักเป็นระยะเวลานาน ๆ กว่า 6 ปี น้ำหมักพลังเอนไซม์ที่ได้จะมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ที่ช่วยในการปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในร่างกาย เช่น เลือด ซึ่งโดยปกติร่างกายที่สะอาดเลือดจะมีภาวะความเป็นกรดด่างประมาณ 7.8 ซึ่งค่อนไปทางด่าง เกือบกลาง แต่เมื่อร่างกายมีของเสียสะสมอยู่ เลือดจะมีสภาวะเป็นกรด น้ำหมักพลังเอนไซม์จะช่วยในการฟอกเลือก ช่วยทำความสะอาดเลือด ช่วยละลายขจัดไขมันและของเสียที่ตกค้างในเลือด ทำให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับเข้าสู่สมดุลกรดด่างที่เหมาะสม จนกระทั่งร่างกายสะอาดขึ้น ทำให้สุขภาพแข็งแรง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการบีบตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อลำไส้ และช่วยปรับสมดุลของการขับถ่ายให้ดีขึ้นอีกด้วย  
  2. เอนไซม์จากผลไม้ น้ำผึ้ง และเอนไซม์ที่ได้จากจุลินทรีย์ในการหมัก จะช่วยในการย่อยอาหาร โดยเอนไซม์จะเข้าไปทำการย่อยอาหารในระบบทางเดินอาหาร และในกระแสเลือด ทำให้ร่างกายสะอาดขึ้น และทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากอาหารที่รับประทานเข้าไปได้มากขึ้น อีกทั้งเอนไซม์ยังเข้าไปช่วยกระตุ้นการผลักสารอาหารให้เข้าเซลล์ และขับของเสียออกจากเซลล์ อีกด้วย
  3. สารอาหารโมเลกุลขนาดเล็ก และวิตามินต่าง ๆ ที่ได้น้ำพลังเอนไซม์บำบัด ที่มีการหมักบ่มตามธรรมชาติเป็นเวลานาน ๆ จนผลไม้กลายเป็นสารอาหารกลายเป็นพวกกรดอะมิโน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ เป็นต้น ซึ่งมีโมเลกุลขนาดเล็ก ที่ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการย่อยอีก ทำให้เรารู้สึกสดชื่น มีแรง และช่วยฟื้นฟูสภาพของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการพักฟื้นได้อย่างดี 
  4. จำนวนประจุไอออนสูง กระบวนการหมักน้ำพลังเอนไซม์บำบัดที่ใช้ระยะเวลานาน ๆ จะทำให้เกิดกระบวนการไอออนไนสเซชั่น หรือ การแลกเปลี่ยนประจุ เพราะโมเลกุลของสารอาหารและเอนไซม์ที่เล็กลง จะสามารถผลักดันสารอาหารเข้าสู่เซลล์ และขับของเสียออกจากเซลล์ได้อย่างรวดเร็ว เหมือนเป็นพลังงาน ATP ในร่างกายนั้นเอง ทำให้เซลล์ได้รับสารอาหารอย่างรวดเร็ว  ร่างกายจึงฟื้นฟูได้ดี

ซึ่งประโยชน์ทั้ง 4 ข้อนี้ จึงทำให้เกิดทั้งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ ให้พลังงานแก่เซลล์ และขับของเสียออกจากเซลล์ และลดการทำงานของเซลล์และอวัยวะบางส่วน ทำให้เซลล์และอวัยวะนั้นได้พักผ่อน และฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงขึ้นได้อย่างเร็ววัน ตลอดจนช่วยลดการเกิดอาการของโรคต่าง ๆ ได้ เมื่อร่างกาย อวัยวะ และเซลล์ของร่างกายแข็งแรงขึ้น

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ tusora@gmail.com หรือ www.facebook.com/friutenzyme

19 พฤษภาคม 2556

เคล็ดลับวิชา-น้ำพลังเอนไซม์บำบัดดื่มเพื่ออะไร???

น้ำพลังเอนไซม์บำบัดดื่มเพื่ออะไร??? คำถามนี้ แทบทุกคนที่โทรมาจะต้องถาม ก่อนอื่น ของอธิบายให้เข้าใจเกี่ยวกับหลักทางการแพทย์ทางเลือกกันก่อนสักนิด

ศาสตร์ทางด้านเอนไซม์บำบัด ของแพทย์ทางเลือก กล่าวไว้ว่า "สาเหตุของการเสื่อมของร่างกาย และการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน มะเร็ง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ล้วนแล้วแต่เกิดจากภาวะที่ร่างกายพร่องเอนไซม์ ดังนั้นการเสิรมเอนไซม์โดยการกิน จึงเป็นวิธีหนึ่งในการบำบัดป้องกันการเกิดโรคได้อีกทางเลือกหนึ่ง ในการดูแลร่างกาย"

และก่อนที่จะตอบคำถามว่า น้ำพลังเอนไซม์บำบัดดื่มเพื่ออะไร ขอถามกลับว่า คุณรู้จักไหมว่า เอนไซม์คืออะไร และมีหน้าที่อย่างไรในร่างกาย

ซึ่งเราจะกล่าวแบบง่าย ๆ ก็คือ เอนไซม์เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่้งที่ทำหน้าที่ในการเร่งปฏิกิริยาต่าง ๆ ในร่างกายเรา ไม่ว่าจะเป็นการเร่งการย่อยอาหาร การสร้างเซลล์ การผลักอาหารเข้าเซลล์ การขับสารพิษออกจากเซลล์ การฟื้นฟูเซลล์ และปฏิกิริยาชีวเคมีต่าง ๆ ในร่างกาย พูดได้ว่าเอนไซม์มีบทบาทแถบทุกส่วนทุกเซลล์ในร่างกาย

แต่ถ้าไม่มีเอนไซม์ จะเกิดอะไรขึ้น คิดกันแบบง่าย ๆ ก็คือ อาหารที่เรารับประทานเข้าไปก็จะไม่ย่อย หรือย่อยสลายช้ามาก จนเกิดการหมักหมมเน่าเหม็น และเกิดเป็นสารพิษตกค้างในร่างกาย อีกทั้งร่างกายก็ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ขับออกก็ไม่ได้ เมื่อเซลล์ไม่ได้รับสารอาหาร มีแต่ของเสีย ร่างกายก็อ่อนแอ และเกิดโรคจนถึงตายในที่สุด

เห็นไหมว่าเอนไซม์มีบทบาทสำคัญจริง ๆ ในร่างกาย

เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าเอนไซม์มีความสำคัญและมีบทบาทอย่างไรแล้ว เราก็คงเริ่มเห็นถึงความสำคัญของมันแล้ว แต่บางท่านอาจมีคำถามเพิ่มขึ้นมาอีกว่า ร่างกายเราก็มีการสร้างเอนไซม์อยู่แล้ว แล้วเอนไซม์ที่เราเสริมเข้าไปจะใช้ได้หรือ แล้วจะเหมือนกันไหม???

ตอบแบบง่าย ๆ ว่าเอนไซม์บางชนิดร่างกายเราผลิตขึ้นเอง แต่บางชนิดก็ได้จากอาหารที่เรากินเข้าไปอยู่แล้ว และเอนไซม์ที่ร่างกายเราผลิตขึ้นเองนั้น ก็ได้มาจากกรดอะมิโนที่ย่อยสลายมาจากอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นเอง แสดงว่า.... เอนไซม์ที่ร่างกายผลิตขึ้น และเอนไซม์ที่กินเข้าไปเสริมก็มาจากแหล่งเดียวกันคืออาหารนั้นเอง การเสริมเอนไซม์จึงสามารถเสริมได้ทั้งการกินอาหารที่สดใหม่ และการกินอาหารที่มีเอนไซม์สูง ๆ หรือสารสกัดเอนไซม์นั้นเองได้เช่นกัน

ใครมีคำถามอะไรอีก ยกมือขึ้นได้นะ.... (ถ้าไม่มี) ขอกลับมาตอบคำถามที่ว่าน้ำพลังเอนไซม์บำบัดนี้ดื่มเพื่ออะไร???

น้ำพลังเอนไซม์บำบัด ดื่มเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย โดยที่น้ำพลังเอนไซม์จะมีหลักการทำงาน 4 หลักดังนี้
  1. ความเป็นกรดผลไม้ จะช่วยในการปรับสมดุลความเป็นกรดด่างของของเหลวในร่างกาย เช่น เลือด จึงช่วยในการฟอกเลือก ทำความสะอาดเลือด ช่วยละลายไขมันในเลือด ทำความสะอาดหลอดเลือด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการบีบตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อลำไส้ ช่วยปรับสมดุลของการขับถ่าย เป็นต้น
  2. เอนไซม์จากผลไม้ และเอนไซม์ที่ได้จากจุลินทรีย์ในการหมัก จะช่วยในระบบการย่อยอาหาร โดยช่วยกระตุ้นการย่อยสลายอาหารและสารที่ตกค้างในร่างกาย อีกทั้งยังสามารถดูดซึมเข้ากระแสเลือดไปกระตุ้นการผลักสารอาหารให้เข้าเซลล์ และขับของเสียออกจากเซลล์ เป็นต้น
  3. สารอาหารโมเลกุลขนาดเล็ก และวิตามินต่าง ๆ ที่ได้จากกระบวนการหมัก ทั้งพวกกรดอะมิโน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ ต่าง ๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการย่อยแล้ว ร่างกายสามารถดูดซึมเข้ากระแสเลือดและส่งผ่านไปยังเซลล์ได้ทันที ทำให้รู้สึกสดชื่น และฟื้นฟูสภาพของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการพักฟื้นได้อย่างดี 
  4. จำนวนประจุไอออนสูง ทำให้เกิดกระบวนการไอออนไนสเซชั่น หรือ การแลกเปลี่ยนประจุ ทำให้สามารถผลักดันสารอาหารเข้าสู่เซลล์ และขับของเสียออกจากเซลล์ได้อย่างรวดเร็ว เหมือนเป็นพลังงาน ATP ในร่างกายนั้นเอง ทำให้เซลล์ได้รับสารอาหารอย่างรวดเร็ว  ร่างกายจึงฟื้นฟูได้ดี
หลักการทั้ง 4 นี้ จึงทำให้เกิดทั้งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ ให้พลังงานแก่เซลล์ และขับของเสียออกจากเซลล์ และลดการทำงานของเซลล์และอวัยวะบางส่วน ทำให้เซลล์และอวัยวะนั้นได้พักผ่อน และฟื้นฟูร่างกายต่อไป

จากที่อธิบายมา ถ้ายังไม่เข้าใจ ตอบแบบง่าย ๆ อีกครั้งว่า น้ำพลังเอนไซม์บำบัดดื่มเพื่อ..... เสริมเอนไซม์และสารอาหาร ชะล้างสารพิษ และฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง 

แล้วอย่างนี้ต้องดื่มไปตลอดหรือเปล่าค่ะ??? แนะมีคนถามมาจนได้อีกคำถาม เมื่อกล้าถามก็ต้องกล้าตอบ

การกินหรือดื่มอาหารซ้ำ ๆ ไปตลอดอย่างไรก็ไม่ดี เฉกเช่นเดียวกัน การดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด ดื่มเพื่อจุดประสงค์อะไร ก่อนดื่มก่อนกินเราก็ควรต้องคิดก่อน ไม่ใช่สักแต่ว่าดื่ม เพราะเขาบอกว่าดี 

น้ำพลังเอนไซม์บำบัด จริง ๆ แล้วดื่มได้ตลอด เพราะไม่มีตกค้างในร่างกาย ร่างกายสามารถทำลายและขับออกไปได้ แต่การดื่มให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายเราจริง ๆ คือ การดื่มไปเพื่อปรับสมดุลและฟื้นฟูร่างกา ย เมื่อร่างกายแข็งแรงฟื้นฟูสภาพได้แล้ว เราจะดื่มต่อไปหรือหยุดก็ได้ ดื่มต่อไป ก็ช่วยได้ลดการทำงานของเซลล์บางอย่างของร่างกาย แต่ที่เหลือร่างกายก็ขับออก หยุดดื่มก็ได้เมื่อร่างกายกลับมาแข็งแรงเซลล์ทำงานได้เต็มที่แล้ว แต่สักพักร่างกายและเซลล์ก็จะอ่อนแออีก ก็ต้องกลับมาเสริมมาดื่มอีก

ก็ลองพิจารณาเอาเองเถอะว่าจะเอาแบบไหน มิได้มีข้อจำกัดว่าดื่มแล้วต้องดื่มตลอด อยากให้ถามตัวเอง ร่างกายของตนเอง พิจารณาเอาเองเถอะว่าตอนนี้เป็นอย่างไร แข็งแรง ทำงานเองได้ดีไหม หรือต้องการอะไรไปเสริมไปช่วย

แค่นี้พอจะตอบคำถามข้างต้นได้อย่างเข้าใจไหม....ถ้ายังไม่เข้าใจ  มีคำถามอะไรสอบถามไปที่อีเมล์ tusora @gmail.com  หรือ เข้ามาพูดคุยกับเราที่ www.facebook.com/friutenzyme ได้ค่ะ

16 พฤษภาคม 2556

การใช้เอนไซม์บำบัดโรค

เอนไซม์บำบัด หรือ Enzyme Therapy เป็นศาสตร์การใช้ เอนไซม์ในการบำบัดโรค ของแพทย์ทางเลือก เป็นการให้ผู้ป่วยรับประทานเอนไซม์เสริมอาหาร เพื่อช่วยฟื้นฟูรักษาร่างกายในการเจ็บป่วย ร่วมกับการรักษาตามอาการของแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งมีหลายโรค ที่พบว่า การใช้เอนไซม์บำบัด ช่วยให้การรักษาผู้ป่วยเห็นผลเร็วขึ้นอย่างได้ผล


อาธิเช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคภูมิแพ้ โรคอ้วน โรคกล้ามเนื้อ ไขข้อ อักเสบ โรคแผลเรื้อรัง โรคลำไส้แปรปรวน โรคมะเร็ง แผลหลังการผ่าตัด เป็นต้น

สำหรับการรับประทาน เอนไซม์เสริมอาหารนั้น ต้องเข้าใจว่า ไม่ใช้ยาตัวหลักในการรักษาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น แต่เป็นการเสริมเอนไซม์เข้าสู่ร่างกาย ให้เซลล์หรืออวัยวะในร่างกายนั้นทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่างกายฟื้นฟูตัว และปรับสมดุลของร่างกายได้เร็วขึ้น เป็นการทำให้ร่างกายมีสภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ และเอื้อต่อการรักษาทำให้การรักษาเป็นไปได้ดี และเห็นผลรวดเร็วขึ้น...

ซึ่งตามหลักมาตรฐานสากลของ การใช้เอนไซม์บำบัด เพื่อเสริมอาหาร จะแนะนำปริมาณมาตรฐานที่ควรรับประทาน คือ

1. การอักเสบทั่วไป: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 3​​ ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

2. บาดเจ็บปานกลาง และมีอาการบวม: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 3​​ ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

3. บาดเจ็บอย่างรุนแรงหรือ ก่อน หรือ หลังการผ่าตัด : ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 4 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

4. โรคลำไส้หรือการย่อยอาหารไม่ดี: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 4 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

5. มีอาการปวดข้อเรื้อรัง: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 5 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

6. โรคภูมิแพ้ต่าง ๆ : ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 3 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

ซึ่งปริมาณมาตรฐานนี้ สามารถปรับลดเพิ่มส่วนได้ ตามขนาดตัวหรือน้ำหนักของผู้ป่วย หรือสภาพร่างกายความแข็งแรง ของเสียในร่างกายผู้ป่วย...

และสำหรับบุคคลธรรมดา ที่ต้องการทาน เอนไซม์เสริมอาหาร เพื่อดูแลสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกันปกป้องร่างกายก่อนป่วย แนะนำให้รับประทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด 2 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ (กินข้าว) ก่อนอาหารเช้า และก่อนนอน ค่ะ

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ tusora@gmail.com หรือ www.facebook.com/friutenzyme

15 พฤษภาคม 2556

เอนไซม์สามารถบรรเทาโรคเบาหวานได้จริงหรือไม่

เอนไซม์สามารถบรรเทาหรือรักษาโรคเบาหวานได้จริงหรือไม่....????????

ก่อนอื่น เรามาเรียนรู้ สาเหตุ ของการเกิด โรคเบาหวาน กันก่อนนะค่ะ

สาเหตุของ โรคเบาหวาน เกิดจากการที่ ตับอ่อนผลิตอินซูลินในปริมาณมากเกินไป อินซูลินเป็นฮอร์โมนจากตับอ่อน ที่ทำหน้าที่ควบคุมการนำกลูโคสจากเลือดเข้าสู่เซลล์ เพื่อเปลี่ยนเป็นไกลโคลเจน (glycogen)  ซึ่งก็คือคาร์โบไฮเดรตไปสะสมไว้ที่เซลล์ แต่ถ้ามีปริมาณมากเกินไกลโคลเจน จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) จึงไม่แปลกที่อินซูลินทำให้เป็นโรคอ้วนก็เพราะร่างกายเปลี่ยนกลูโคสเป็นไขมันนั่นเอง

ดังนั้น เวลาคนเราทานอาหาร ผัก ผลไม้ แป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต เข้าไป ร่างกายจะย่อยสลายอาหารเหล่านี้ ให้กลายไปเป็นน้ำตาลและกลูโคสจึงเท่ากับเราบริโภค น้ำตาล เข้าไปในร่างกาย และในกรณีที่เรารับประทานหวาน หรือของหวาน หรืออาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป ตับอ่อนจะผลิตอินซูลินออกมามากเกินความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้ ร่างกายนำ น้ำตาล หรือกลูโคสจากในเลือดเข้าสู่เซลล์ได้เร็วเกินไป ผลก็คือระดับน้ำตาลในเลือดจะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

และเมื่อในที่สุด เซลล์ตับอ่อน ที่ทำงานมากในการผลิตอินซูลิน ออกมามาก ก็หมดสภาพ อ่อนแรงลง ส่งผลให้ผลิต อินซูลิน ลดลง ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดอินซูลิน (ระดับนี้จึงต้องมีการฉีดอินซูลิน) เกิดการตกค้างของกลูโคส หรือน้ำตาลในกระแสเลือดมาก ส่งผลให้ระบบการควบคุมน้ำตาลในเลือดผิดปกติ จนเกิดเป็นโรคเบาหวานเรื้อรัง ในที่สุด

การใช้เอนไซม์ในการช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน นั้น จึงเป็นการ ทานเอนไซม์เสริมอาหาร เข้าไปเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร จำพวกคาร์โบไฮเดรต แป้ง และน้ำตาล และช่วยลดการทำงานของตับ และตับอ่อนในการผลิตเอนไซม์ออกมาย่อยน้ำตาล ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุล เพราะจากการตรวจวินิจฉัย พบว่า ผู้ป่วยเบาหวานบางประเภท มีปริมาณเอนไซม์ในการย่อยน้ำตาล และแป้ง ต่ำ การทานเอนไซม์เสริมอาหาร เพื่อช่วยในการย่อยน้ำตาลและแป้งเข้าไป พบว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยไม่ใช้ต้องอินซูลิน แสดงว่าเอนไซม์ ที่ช่วยในการช่วยน้ำตาล และแป้ง มีส่วนช่วยในการสลายน้ำตาลในกระแสเลือดได้ ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานสามารถลดการใช้อินซูลินได้โดยการกินอาหารสดหรือเอนไซม์เสริมได้

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเอนไซม์  น้ำพลังเอนไซม์บำบัด Multi fruit Enzyme

รวบรวมข้อมูลโดย นักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ

-->

การใช้น้ำหมักผลไม้รวมเพื่อการย่อยสลาย และสร้างความสมบูรณ์ให้กับเซลล์


การใช้น้ำหมักผลไม้รวมเพื่อการย่อยสลาย และสร้างความสมบูรณ์ให้กับเซลล์ 100,000,000,000 เซลล์เพื่อการกระตุ้นให้ขบวนการสร้าง สเต็มเซลล์(แทนเซลล์ หายถึง Nucleus ) เพื่อการเกิดสาร Interferon ด้วยวิธีธรรมชาติ
เขียนโดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ วันที่ 3 มีนาคม 2549

เหตุผล : เนื่องจากร่างกายมีองค์ประกอบของเซลล์จำนวน 100,000,000,000 เซลล์ ในอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงเซลล์กล้ามเนื้อ, เม็ดเลือด, สมอง, ไขกระดูก, ต่อมไร้ท่อ, เส้นเอ็น, กระดูก, น้ำเหลือง ตลอดจนสารที่อยู่ในรูปของของเหลวที่เป็นตัวนำพา และกระตุ้นให้เกิดการดำรงความเป็นชีวิต โดยให้มีความทนทานต่อการถูกทำลายของเชื้อโรค แรงกระแทก, การฉีกขาด, การผ่าตัด

มันเป็นส่วนสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจกลับเซลล์ทั้งหมด 100,000,000,000 เซลล์ นี้ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้างในการดูแล และเซลล์ทำหน้าที่อะไร โดยภาพรวมดังนี้


เซลล์
  • สร้างพลังงาน
  • กระตุ้นใหเกิดภูมิคุ้มกัน
ดำรงความเป็นชีวิต การทำงาน ประสานเชื่อมโยงของทุกส่วนในร่างกายให้แข็งแรงทนทานต่อการรบกวนใน



ส่วนประกอบของเซลล์
หน้าที่
ผนังเซลล์ป้องกันอันตราย สร้างความแข็งแรง และทำให้เซลล์คงรูปอยู่ได้
เยื่อหุ้มเซลล์ควบคุมการผ่านเข้าออกของสาร
นิวเคลียสควบคุมการทำงานของเซลล์
ไซโทพลาสซึมสังเคราะห์สารและสะสมสารต่างๆ
ออแกเนลล์
เซนทริโอลใช้ในการแบ่งเซลล์ในสัตว์
กอลจิบอดีสร้างและสะสมฮอร์โมน เอนไซม์ และสารอื่น
ไลโซโซมสะสมเอนไซม์สำหรับย่อยสลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในเซลล์
ไมโทคอนเดรียทำหน้าที่ผลิตพลังงานในกระบวนการหายใจระดับเซลล์
คลอโรพลาสต์สร้างสารอาหารโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
ไรโบโซมสังเคราะห์โปรตีน
แวคิวโอลเก็บของเสียที่เกิดจากการทำงานของเซลล์ และรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์

ในทุกรูปแบบ - เช่น

1) ร่างกายอยู่ในที่ทีมีมลพิษ
2) ร่างกายได้อาหารที่เป็นพิษ
3) ร่างกายมีอารมณ์ที่เป็นพิษ
4) ร่างกายขาดน้ำจนมีความร้อนสูง
5) ร่างกายขาดการพักผ่อนจนฮอร์โมนแปรปรวน และเกิดพิษในระดับเซลล์เม็ดเลือด, กระดูก, ไขกระดูก
6) ร่างกายขาดสารอาหารจนไม่สามารถขับพิษ
7) ร่างกายได้สัดส่วนสารอาหารพิษ จนเกิดการสะสมพิษ
8) ร่างกายขาดการนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย และนำออกซิเจน เข้าร่างกายไม่ได้สัดส่วนพอดีจนเกิดพิษ

ทั้งหมดทำให้เซลล์ในร่างกาย ถูกรบกวน และค่อย ๆ อ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนเกิดอาการต่าง ๆ คือ วิงเวียน, คลื่นไส้, อาเจียร, นอนไม่หลับ, อ้วน, อารมณ์เสีย และลืมง่าย, ปวดเมื่อย จนกระทั่งเกิดอาการกระทบถึง ระบบอวัยวะ คือ ความดันโลหิตสูง (ไตเสื่อม) ไขมันและคลอเรสเตอรอลสูง (ตับเสื่อม) เบาหวาน (ตับอ่อนเสื่อม)

ฉะนั้นขบวนการพัฒนาเซลล์ ซึ่งทางการแพทย์ตะวันตกจะใช้คำว่า ขบวนการสร้างสเต็มเซลล์ แปลว่า การสร้างแกนเซลล์ คือการทำให้นิวเคลียสแข็งแรง

เนื่องจากนิวเคลียส คือ ตัวกระตุ้น ให้เกิดสารอินเตอร์ฟีรอล ซึ่งจะไม่มีผลข้างเคียง ในการสร้างด้วยขบวนการทางธรมชาติ

สารอินเตอร์ฟีรอล (Interferon = IFN) คือ สารที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับไวรัส และอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดเซลล์มะเร็ง ในขณะที่ร่างกายได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง จนทุกเซลล์ ในร่างกายสมบูรณ์ สารอินเตอฟีรอน (Interferon) ที่มีอยู่ในระดับต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้อย่างดี และร่างกายจะไม่มีโอกาสเป็นมะเร็ง

ในขณะที่ในร่างกายมีอวัยวะที่สำคัญ คือ ม้าม (Spleen) ซึ่งเป็นผู้สร้างสาร Tuftsin ซึ่งเรียกว่า leukokinin ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขบวนการสร้าง แกนเซล หรือ สเต็มเซลล์ ร่างกายมีระบบดำเนินการอยู่แล้ว จึงขอเชิญชวนทุกท่านให้โอกาสร่างกายของท่าน ได้สร้างแกนเซลล์ หรือ Stem cell สเต็มเซลล์ โดยไม่ต้องฉีดสารสังเคราะห์ อินเตอฟิรอน ซึ่งใช้ขบวนการฉีดเข้าสู่ร่างกาย เช่นเดียวกันกับการฉีดอินซูลิน หรือ ยาเบาหวาน

เนื่องจากอินเตอฟีรอน สังเคราะห์ ถ้าใช้นานเกินไป ร่างกายจะเกิดขบวนการเรียนรู้ การทดแทนจะทำให้เซลล์ปกติของร่างกายเกิดการหยุดสร้างอินเตอร์ฟีรอลของตนเอง จนเกิดการติดเชื้อเฉียบพลัน ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ อินเตอฟีรอลสังเคราะห์จะเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง น้ำท่วมปอดง่าย, ท้องอืดง่าย ๆ เป็นหวัดประจำ

แต่หากเราเปลี่ยนมาใช้น้ำหมักผลไม้รวมเพื่อช่วยเซลล์ในการกระตุ้นการสร้าง อินเตอฟีรอล ทำให้ร่างกายแข็งแรง เซลล์แข็งแรง ซึ่งสร้างพลังงานทำให้ร่างกายมีชีวิตชีวา และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายแข็งแรง เรียกว่า การรับประทานน้ำหมักผลไม้รวมตามแนววิถีไทยแต่โบราณ เป็นการสร้างความสมบูรณ์ให้กับเซลล์ในระดับ สเต็มเซลล์ หรือ DNA เลยด้วยซ้ำไป....

สนใจสั่งซื้อ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ tusora@gmail.com หรือ www.facebook.com/friutenzyme

12 พฤษภาคม 2556

ประโยชน์ของเอนไซม์บำบัด


ประโยชน์ของเอนไซม์บำบัด รวบรวมและแปลจากหนังสือ Enzyme Therapy 

Enzyme เอนไซม์  เป็นองค์ประกอบสำคัญตัวหนึ่งในการเข้าไปช่วยปฏิกิริยาชีวเคมีในเซลล์ กล่าวก็คือ เอนไซม์จะเข้าไปช่วยเซลล์ในร่างกายของเรา เพื่อให้เซลล์ได้รับสารอาหาร น้ำ และออกซิเจน ที่เพียงพอให้การเสริมสร้าง ฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ อีกทั้ง ยังเป็นตัวไปช่วยให้เซลล์เนื้อเยื่อของกล่าวเนื้อในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เรามีสุขภาพที่ดี ซึ่งจะสรุปเป็นข้อ ๆ จากรายงานการวิจัยเกี่ยวกับ เอนไซม์บำบัด มี 17 รายการ ดังนี้

  1. เอนไซม์ ช่วยในการวิเคราะห์ (หรือค้นหา) และการกำจัดของสารพิษ (หรือของเสียหรือสิ่งแปลกปลอม) ที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันเชิงลบ ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพ และเอนไซม์ยังเข้าไปช่วยในการควบคุมการไหลเวียนโลหิต เสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของตับ และช่วยควบคุมสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด 
  2. เอนไซม์ ช่วยในการขจัดสารกลุ่มเบต้า amyloid peptide (เบต้า) ที่เป็นอันตรายต่อสมอง และเสริมสร้างการทำงานของสมองและเส้นประสาทให้มีสุขภาพที่ดี 
  3. เอนไซม์ ช่วยในการควบคุมและปรับสมดุลของระบบฮอร์โมน ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งทรวงอก
  4. เอนไซม์ ช่วยในการเร่งปฎิกิริยาการเผาผลาญไขมัน และช่วยขจัดไขมันที่ตกค้างในร่างกาย ส่งเสริมสุขภาพของหัวใจ 
  5. เอนไซม์ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยควบคุมโรคหลอดเลือดหัวใจ และปรับสมดุลของความดันโลหิต
  6. เอนไซม์ ช่วยในการขจัดหินปูน หรือนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
  7. เอนไซม์ ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยปกป้องไตจากผลกระทบที่เป็นอันตรายของน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป
-->

  • เอนไซม์ ช่วยลดการอักเสบของอุ้งเชิงกราน
  • เอนไซม์ ช่วยลดระยะเวลาของการบาดเจ็บ และเร่งการรักษาเคล็ดขัดยอกและการบาดเจ็บหลังการผ่าตัดได้
  • เอนไซม์ ช่วยในการลดน้ำหนัก และความเครียดของกล้ามเนื้อได้
  • เอนไซม์ ช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพของระบบภูมิคุ้มกันและระบบการทำงานของต่อมไทรอยด์ต่ำได้
  • เอนไซม์ ช่วยปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันต่อโรคหอบหืด และโรคภูมิแพ้ ลดการเกิดอาการกำเริบได้
  • เอนไซม์ ช่วยลดความเครียดจากระบบประสาทส่วนกลางบกพร่องได้
  • เอนไซม์ ช่วยปรับสมดุลของระบบการทำงานทางเพศ และต่อมลูกหมากได้
  • เอนไซม์ ช่วยกระตุ้นระบบการสืบพันธุ์ และเสริมสร้างฮอร์โมนเพศได้
  • เอนไซม์ ช่วยชะลอความเสื่อมของกระดูก ข้อเข่า และเสริมสร้างการสร้างกระดูกอ่อนได้
  • เอนไซม์ ช่วยเร่งปฎิกิริยาการสร้างเซลล์กระดูกอ่อนได้

  • แปลและรวบรวมข้อมูลโดย บ้านรักษ์สุขภาพ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ tusora@gmail.com หรือ www.facebook.com/friutenzyme



    10 พฤษภาคม 2556

    เคล็ดไม่ลับในการแก้นิ้วล็อค Trigger Finger Solution

    นิ้วล็อค หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า  Trigger Finger เป็นอาการที่เกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นที่ใช้สำหรับงอนิ้ว ก่อให้เกิดอาการ กำมืองอนิ้วได้ แต่ยืดนิ้วแบมือออกไม่ได้ จะยืดก็ยืดไม่ออก หรือเจ็บมากเวลายืดออก อาจมีอาการนิ้วกระตุก งอ ยึด ยืด เหยียดนิ้วไม่ได้ 

    นิ้วล็อค เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และอายุที่พบบ่อยอยู่ในช่วงประมาณ 40 - 50 ปี โดยมากจะเกิดกับผู้ที่ใช้งานมือในลักษณะเกร็งนิ้วบ่อยๆ เช่น การทำงานบ้าน การบิดผ้า การหิ้วของหนัก การใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ตัดผ้า การยกของหนักต่างๆ หรือการใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น 


    อาการของโรคนิ้วล็อค แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ  


  • ระยะแรก มีอาการปวดเป็นอาการหลัก โดยจะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ และจะมีอาการปวดมากขึ้น ถ้าเอานิ้วกดบริเวณฐานนิ้วมือด้านหน้า แต่ยังไม่มีอาการติดสะดุด 
  • ระยะที่สอง มีอาการสะดุด (triggering) เป็นอาการหลัก และอาการปวดก็มักจะเพิ่มมากขึ้นด้วย เวลาขยับนิ้ว งอ และเหยียดนิ้ว จะมีการสะดุดจนรู้สึกได้ 
  • ระยะที่สาม มีอาการติดล็อคเป็นอาการหลัก โดยเมื่องอนิ้วลงไปแล้ว จะติดล็อคจนไม่สามารถเหยียดนิ้วออกเองได้ ต้องเอามืออีกข้างมาช่วยแกะ หรืออาจมีอาการมากขึ้นจนไม่สามารถงอนิ้วลงได้เอง 
  • ระยะที่สี่ มีการอักเสบบวมมาก จนนิ้วบวมติดอยู่ในท่างอเล็กน้อย ไม่สามารถเหยียดให้ตรงได้ ถ้าใช้มือมาช่วยเหยียดจะปวดมาก  

  • การรักษาโรคนิ้วล็อคในแบบธรรมชาติบำบัด หรือแพทย์ทางเลือก ที่ทางบ้านรักษ์สุขภาพ รวบรวมมามีวิธีต่าง ๆ ดังนี้

    1. การทำกายภาพบำบัด หรือการออกกำลังกายนิ้วมื้อ และนิ้วข้อมือ เป็นประจำ โดยวิธีดังนี้

    1.1. ยืดกล้ามเนื้อแขน มือ นิ้วมือ โดยยกแขนระดับไหล่ ใช้มือข้างหนึ่งดันให้ข้อมือกระดกขึ้น-ลง ปลายนิ้วเหยียดตรงค้างไว้ นับ 1-10 แล้วปล่อยทำ 6-10 ครั้ง/เซต
    -->
    1.2. บริหารการกำ-แบมือ โดยฝึกกำ-แบ เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อนิ้วมือ และกำลังกล้ามเนื้อภายในมือ หรืออาจถือลูกบอลในฝ่ามือก็ได้ โดยทำ 6-10 ครั้ง/เซต

    1.3. ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อที่ใช้งอ-เหยียดนิ้วมือ โดยใช้ยางยืดช่วยต้าน แล้วใช้นิ้วมือเหยียดอ้านิ้วออก ค้างไว้ นับ 1-10 แล้วค่อยๆ ปล่อย ทำ 6-10 ครั้ง/เซต

    2. การแช่ในน้ำอุ่น ผสมสมุนไพร หรือน้ำหมักเอนไซม์ชีวภาพ ดังนี้

    2.1 ผสมน้ำอุ่นกับสมุนไพรที่ช่วยลดอาการอักเสบ เช่น หัวไพลสด ขมิ้นสด ขิงสด เป็นต้น โดยทำการแช่มือลงไปในน้ำอุ่นที่ผสมสมุนไพรสดเหล่านั้น วันละ 15 นาที เช้า เย็น สมุนไพรจะช่วยลดอาการอักเสบ และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และยืดคลายเส้นเอ็นที่นิ้ว

    2.2 ผสมน้ำอุ่นกับเอนไซม์แช่ล้างผัก หรือน้ำหมักเอนไซม์ชีวภาพ ในอัตราส่วน น้ำอุ่น 1 ลิตร กับน้ำเอนไซม์ 10-15 มิลลิลิตร ประมาณ 1 ฝา แช่มือลงในอ่างที่ผสมน้ำอุ่นกับน้ำเอนไซม์ ทุกวัน วันละ 15 - 20 นาที หรือจนกว่าน้ำจะเย็น เอนไซม์จะช่วยในการลดการอักเสบ และลดการเกาะของหินปูนที่เส้นเอ็น ความร้อนของน้ำอุ่นจะกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และคลายเส้นเอ็น

    3. ทางเลือกใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น  

    3.1 การใช้น้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันไพล ในการถู นวด บริเวณมือ ข้อมือ ข้อนิ้ว ที่เป็นประจำทุกวัน ช่วยลดอกการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และทำให้เส้นเอ็นอ่อนตัว

    3.2 การใช้วุ้นจากน้ำหมักจากผลไม้ ที่อายุ 1 ปี นำมาตัดเป็นแผ่นขนาดพอดีกับนิ้วที่เป็น นำมาวางลงในผ้าก๊อซ และสำลี แล้วมาแปะลงบนข้อนิ้วที่อักเสบ พันทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง หรือจนกว่าวุ้นจะแห้ง จะช่วยลดการอักเสบ สลายการเกิดการสะสมของหิวปูนที่ข้อ ทำให้เส้นเอ็นคลายตัว ทำเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 7 - 10 วัน จะเห็นผล ควรทำรวมด้วยกับการทำกายภาพ

    รวบรวมข้อมูลโดย บ้านรักษ์สุขภาพ

    9 พฤษภาคม 2556

    เอนไซม์บำบัดสำหรับฟื้นฟูโรคข้ออักเสบ

    เอนไซม์บำบัดสำหรับฟื้นฟูโรคข้ออักเสบ

    การฟื้นฟูโรคข้ออักเสบอีกทางเลือกหนึ่งคือ การใช้ "เอนไซม์เสริมอาหาร" การใช้เอนไซม์ในการบำบัด หรือศาสตร์ของเอนไซม์บำบัด ทางแพทย์องค์รวมมีการนำมาใช้กันอย่างกว้างขว้าง และเป็นที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการบำบัดฟื้นฟูโรคข้ออักเสบโดยการรับประทานเอนไซม์ ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน
    โดยแนวทางของ การใช้เอนไซม์บำบัดสำหรับฟื้นฟูโรคข้ออักเสบ คือ การลดการอักเสบที่เป็นสาเหตุของอาการ ปวดข้อ อาการผื่นภูมิแพ้ต่าง ๆ ซึ่งการอักเสบจะเกิดจากการที่ร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ยีสต์ ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบ ดังนั้น การเสริมเอนไซม์เข้าไปเพื่อลดการอักเสบ โดยการให้เอนไซม์เข้าไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยในการขจัดเอาสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นออกจากร่างกาย จึงเป็นแนวทางรักษาอีกทางเลือกหนึ่งที่เห็นผลชัดเจนแล้ว ทางคลินิกวิทยา

    โดยเอนไซม์ที่รับประทานเสริมเข้าไปนั้น จะทำหน้าที่ในการเข้าไปช่วยกำจัดของเสียหรือสิ่งแปลกปลอมที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันทำให้ เกิดความสมดุลของร่างกาย และเอนไซม์ยังเข้าไปช่วยฟื้นฟูเซลล์ ทำให้เซลล์ได้รับสารอาหารเต็มที่ ลดอาการปวด บวม อักเสบ การคั่งของน้ำเหลือง น้ำเลือด ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ซึ่งในงานวิจัยก็พบอีกว่า เอนไซม์ยังสามารถลดระยะเวลาในการบาดเจ็บ และเร่งการรักษาบาดแผล ทำให้แผลแห้งเร็ว สมานตัวดี อีกทั้งลดอาการเคล็ดขัดยอกได้อย่างดีอีกด้วย ...

    --> ถามตอบ ในการใช้เอนไซม์บำบัดสำหรับฟื้นฟูโรคข้ออักเสบ

    1. การรับประทานเอนไซม์เสริมอาหารเพื่อฟื้นฟู ควรรับประทานอย่างไร
    ตอบ รับประทานโดยการผสมในน้ำดื่มอุ่น ๆ ก่อนอาหารประมาณ 20 - 30 นาที ทุกมื้ออาหาร ปริมาณเอนไซม์สามารถปรับเพิ่มลดได้ตามอาการ แต่แนะนำสำหรับ เอนไซม์ Multi Fruit Enzyme หรือ N2000 ให้ทานเพียง 1 - 2 ช้อนโต๊ะ(กินข้าว) กับน้ำ 1 แล้ว และควรจิบน้ำอุ่น ๆ ตามบ่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายขับสารอักเสบออกมาให้เร็วที่สุด

    หรือ จะใช้ หลักมาตรฐานสากล ของ การใช้เอนไซม์บำบัด คือ


    1. การอักเสบทั่วไป: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 3​​ ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

    2. บาดเจ็บปานกลาง และมีอาการบวม: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 3​​ ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

    3. บาดเจ็บอย่างรุนแรงหรือ ก่อน หรือ หลังการผ่าตัด : ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 4 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

    4. โรคลำไส้หรือการย่อยอาหารไม่ดี: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 4 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

    5. มีอาการปวดข้อเรื้อรัง: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 5 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

    6. โรคภูมิแพ้ต่าง ๆ : ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 3 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

    2. ควรรับประทานเอนไซม์บำบัดเสริมอาหารนานแค่ไหน
    ตอบ อย่างน้อย 14 - 30 วัน หรือขึ้นอยู่กับร่างกายของคุณว่ามีของเสีย และระบบการขจัดของเสียออกจากร่างกายเป็นอย่างไร ถ้าจะให้ดีควรรับประทานติดต่อกันไม่ต่ำว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน เท่ากับอายุของเม็ดเลือดแดง เพื่อเป็นการทำความสะอาดระบบเลือด

    --> ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ tusora@gmail.com หรือ www.facebook.com/friutenzyme ค่ะ