google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

16 พฤษภาคม 2556

การใช้เอนไซม์บำบัดโรค

เอนไซม์บำบัด หรือ Enzyme Therapy เป็นศาสตร์การใช้ เอนไซม์ในการบำบัดโรค ของแพทย์ทางเลือก เป็นการให้ผู้ป่วยรับประทานเอนไซม์เสริมอาหาร เพื่อช่วยฟื้นฟูรักษาร่างกายในการเจ็บป่วย ร่วมกับการรักษาตามอาการของแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งมีหลายโรค ที่พบว่า การใช้เอนไซม์บำบัด ช่วยให้การรักษาผู้ป่วยเห็นผลเร็วขึ้นอย่างได้ผล


อาธิเช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคภูมิแพ้ โรคอ้วน โรคกล้ามเนื้อ ไขข้อ อักเสบ โรคแผลเรื้อรัง โรคลำไส้แปรปรวน โรคมะเร็ง แผลหลังการผ่าตัด เป็นต้น

สำหรับการรับประทาน เอนไซม์เสริมอาหารนั้น ต้องเข้าใจว่า ไม่ใช้ยาตัวหลักในการรักษาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น แต่เป็นการเสริมเอนไซม์เข้าสู่ร่างกาย ให้เซลล์หรืออวัยวะในร่างกายนั้นทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่างกายฟื้นฟูตัว และปรับสมดุลของร่างกายได้เร็วขึ้น เป็นการทำให้ร่างกายมีสภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ และเอื้อต่อการรักษาทำให้การรักษาเป็นไปได้ดี และเห็นผลรวดเร็วขึ้น...

ซึ่งตามหลักมาตรฐานสากลของ การใช้เอนไซม์บำบัด เพื่อเสริมอาหาร จะแนะนำปริมาณมาตรฐานที่ควรรับประทาน คือ

1. การอักเสบทั่วไป: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 3​​ ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

2. บาดเจ็บปานกลาง และมีอาการบวม: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 3​​ ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

3. บาดเจ็บอย่างรุนแรงหรือ ก่อน หรือ หลังการผ่าตัด : ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 4 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

4. โรคลำไส้หรือการย่อยอาหารไม่ดี: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 4 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

5. มีอาการปวดข้อเรื้อรัง: ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 5 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

6. โรคภูมิแพ้ต่าง ๆ : ให้รับประทานน้ำพลังเอนไซม์ 3 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ (กินข้าว)

ซึ่งปริมาณมาตรฐานนี้ สามารถปรับลดเพิ่มส่วนได้ ตามขนาดตัวหรือน้ำหนักของผู้ป่วย หรือสภาพร่างกายความแข็งแรง ของเสียในร่างกายผู้ป่วย...

และสำหรับบุคคลธรรมดา ที่ต้องการทาน เอนไซม์เสริมอาหาร เพื่อดูแลสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกันปกป้องร่างกายก่อนป่วย แนะนำให้รับประทาน น้ำพลังเอนไซม์บำบัด 2 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ (กินข้าว) ก่อนอาหารเช้า และก่อนนอน ค่ะ

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ tusora@gmail.com หรือ www.facebook.com/friutenzyme