โคโรนารี เป็นเส้นเลือดแดงที่อยู่ติดกับหัวใจ เป็นเส้นเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงหัวใจ หากท่อลำเลียงเลือดท่อนี้อุดตัน หรือตีบตัน จะทำให้หัวใจขาดเลือด และเกิดภาวะหัวใจวายและอาจถึงตายได้ในที่สุด ดังนั้น รายงานทางการแพทย์จึงพบว่า ผู้ป่วยตายจากโรคหัวใจโคโรนารี หรือ โรคหลอดเลือดแดงแข็งนั้นมีโอกาสเสียชีวิตมากที่สุดในกลุ่มของผู้ป่วยโรคหัวใจ
แล้วทำไมล่ะ ทำไมเส้นเลือดแดงจึงแข็ง แล้วเกิดเป็นโรคหัวใจโคโรนารีได้?
การที่เส้นเลือดแดงแข็ง เกิดจากการเกาะตัวของก้อนไขมัน และเกล็ดเลือดที่แข็งตัวเกาะอยู่ด้านในของผนังเส้นเลือด ทางการแพทย์เรียกเจ้าก้อนนี้ว่า พลาสก์ (plaque) หรือที่โฆษณายาสีฟัน เรียก พลาสก์ เจ้าก้อนพลาสก์นี้ค่อยๆ สะสมอย่างช้าๆ จนหนาตัวขึ้นๆ เหมือนคราบตะไคร้เกาะในสายท่อน้ำ และอาจใช้เวลาหลายสิบปี จนหลอดเลือดของคุณตีบตันหมดสมรรถภาพในการลำเลียงเลือด ไปเลี้ยงอวัยวะที่จุดนั้นๆ จนก่อโรคมากมาย ทางการแพทย์ เรียกกลุ่มโรคพวกนี้ว่า ASCVD (Atherosclerotic Cardio Vascular Disease)
อาการของโรคหัวใจโคโรนารี มีอาการตั้งแต่ ปวดหน้าอก แน่นหน้าอก หายใจไม่อก จุกจนต้องเอามือกุมหัวใจ บางครั้งหัวใจถึงกับหยุดทำงาน อาการปวดจะเริ่มจากกลางอกลามไปยังต้นคอ ไหล่ ต้นแขน กราม ทำให้ผู้ป่วยเกร็งจนพูดไม่ได้
หากคุณเป็นบุคคลหนึ่งที่มีอาการเช่นนี้ หรือไม่อยากเป็นแบบนี้ คุณลองหันมาดูแลสุขภาพของคุณเองด้วยการใช้ธรรมชาติบำบัดกันดีไหมค่ะ เริ่มง่าย ๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของคุณเอง แบบง่าย ๆ แต่จงหัดให้เป็นนิสัย ดังนี้
ธรรมชาติบำบัดป้องกันโรคหัวใจโคโรนารี
1. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทานผักใบเขียว ข้าวไม่ขัดสี ถั่วสีต่าง ๆ และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ๆ ซึ่ง ดร.Linus Pauling ซึ่งป็นนักเคมีและผู้ชนะรางวัลโนเบลหลายรางวัล ศึกษาวิจัยว่า " วิตามินซี และกรดอะมิโนจำพวก ไลซีน และโพรลีน มีผลช่วยในการป้องกัน และรักษาโรคหลอดเลือดตีบ โดยกลไกการทำงานของทั้งสามจะร่วมกันสร้างสารป้องกันการเกิดคราบไขมัน หรือคราบเหนียวในหลอดเลือดได้”
ดังนั้น การดื่มน้ำผักปั่นสูตรบ้านรักษ์สุขภาพ ทุกวัน เช้า (6.00 น.) และเย็น (15.00 น.) จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในวิธีธรรมชาติบำบัดป้องกันโรคหัวใจโคโรนารี
2. การออกกำลังกายทุกวัน วันละ 30 นาที ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการสะสมของไขมัน และคอเลสเตอรอลในเลือด หรือทุกครั้งก่อนออกกำลังกายให้ดื่มน้ำเอนไซม์บำบัดผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 แก้ว ก่อนออกกำลังกาย 30 นาที เพื่อช่วยในการย่อยสลายไขมันในเลือด และดื่มหลังออกกำลังกายหลังจากนั่งพัก 30 นาที อีก 1 แล้ว
3. การฝึกสมาธิ เพื่อลดความเครียด ทุกวันในเวลา 19.00 น. ควรสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิอย่างน้อย 45 นาที ทุกวัน เพื่อสลายความเครียด และปรับสมดุลของร่างกาย
สำหรับคนที่เป็นโรคความดันสูง หรือโรคไขมันในเลือดสูง งดอาหารมัน ของทอด ของเค็ม ของหวาน หรือระวังอาหารที่แฝงความเค็มไว้นะค่ะ เช่น อาหารแห้ง กุนเชียง มาม่า ของกินเล่นต่าง ๆ เป็นต้น