หลักการ
โภชนาการบำบัดด้วย
น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัดสไตส์
ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธู์วงศ์
(
แพทย์ทางเลือกและนักธรรมชาติบำบัดแบบองค์รวม)
โภชนาการบำบัด คือ การดูแลฟื้นฟู ป้องกันสุขภาพด้วยการทานอาหารเป็นยา หรือการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ให้ใช้สารอาหารในการฟื้นฟู ป้องกัน และรักษาสุขภาพนั้นเอง
การดูแลสุขภาพตามหลักโภชนาการบำบัด หากกล่าวง่าย ๆ ก็คือ การเลือกรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วนต่อร่างกาย ได้ตามความต้องการของร่างกาย เพื่อใช้ป้องกัน หรือฟื้นฟู หรือบำบัดร่างกายนั้นเอง
จากงานวิจัย โดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ แห่งชมรมบ้านสุขภาพ ประธานมูลนิธิภูมิปัญญาสากล ได้ทำการตรวจสอบคุณค่าของ
น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด มานานกว่า 20 ปี พบว่า โดยรวมแล้ว
น้ำผักปั่น ช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกายถึง 5 ระบบ คือ
- ระบบดูดซึม (ลำไส้เล็ก)
- ระบบทางเดินหายใจ (ปอด)
- ระบบหมุนเวียนโลหิต (เลือด)
- ระบบภูมิคุ้มกัน (น้ำเหลือง, เม็ดเลือดขาว)
- ระบบต่อมไร้ท่อ (ฮอร์โมน)
ซึ่งหากทำดื่มสด ๆ เป็นประจำทุกวัน ช่วยต้านโรค เพิ่มพลังกาย ลดไขมันส่วนเกิน ผิวพรรณผ่องใส หน้าอ่อนวัย ดีกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกท่าน
จากผลการวิจัย พบว่าใน
น้ำผักมีสภาพเป็น
กรดอ่อน ๆ ที่มีคลอโรฟิลล์หรือสารสีเขียวในปริมาณสูตร และมีวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุเหล็ก โปแทสเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายมาก ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนการใช้สารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดการนำของเสียออกจากร่างกายได้อย่างดี ส่งผลให้ร่างกายและเซลล์ได้รับพลังงานอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เกิดการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ให้แข็งแรงขึ้นอย่างเห็นผล
นอกจากนั้นสัดส่วนของสารอาหารในน้ำผักปั่นเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ที่ใช้ในการฟื้นฟูเซลล์ ซึ่งประกอบด้วยสารอาหารจำพวก โปแตสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก ที่อยู่ในค่า pH 4 และมีคลอโรฟิลล์ วิตามินเอ วิตามินซี ช่วยส่งเสริมกลไกการทำงานของการฟื้นฟูเซลล์ จึงทำให้น้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัดช่วยให้ร่างกายได้นำสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที ส่งผลให้เซลล์แข็งแรง และเร่งการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาฟื้นฟูร่างกาย และอวัยวะที่อ่อนแอ อีกทั้งในน้ำผักปั่นมีภาวะความเป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการใช้ไขมันเร่งปฏิกิริยาการย่อยสลายไขมันได้ดีขึ้นด้วย
โดยเราสามารถเติมน้ำ
พลังเอนไซม์บำบัดเข้าไปเพื่อปรับค่า pH ของน้ำผักปั่น และเป็นตัวช่วยให้ร่างกายได้นำสารอาหารต่าง ๆ ในน้ำผักปั่นเข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับบุคคลทั่วไปแนะนำให้ดื่มน้ำผักปั่นที่มีค่าความเป็นกรดด่าง pH 4- 6 ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมในการปรับสมดุลของร่างกาย และเอนไซม์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการส่งสารอาหารเข้าสู่เซลล์
แต่ถ้าจะเน้นลดความอ้วนหรือไขมันให้ปรับค่าความเป็นกรดด่างของน้ำผักปั่นให้ได้ pH เท่ากับ 4 หรือต่ำกว่าเล็กน้อย ซึ่งเป็นสภาวะที่เอนไซม์จะถูกกระตุ้นให้ย่อยสลายไขมันได้ดีจึงช่วยในการชำระล้างไขมันที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ และเร่งการเปลี่ยนไขมันเป็นโคเลสเตอรรอลไปเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ และเป็นกลีเซอร์ไรด์ในที่สุด ทำไมควรต้องดื่มน้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัดเพื่อดูแลสุขภาพ
การดื่ม
น้ำผักปั่น ถือว่าเป็นการดูแลสุขภาพในแนวของโภชนาการบำบัด เป็นการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์ประเภทวิตามิน เกลือแร่ ที่จำเป็นและสำคัญให้กับร่างกาย อีกทั้งอุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ที่ช่วยในการฟื้นฟูตับ ทำให้ตับ และตับอ่อนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยในการย่อยคาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามินได้มากขึ้น อีกทั้งเอนไซม์ในน้ำผักจะไปย่อยไขมันส่วนที่ตกค้างในร่างกายออกไปเปลี่ยนรูปเป็นพลังงาน มาทำให้เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนั้น
น้ำผักปั่นยังช่วยล้างสิ่งปฏิกูลในร่างกายตลอดจนสารพิษหรือของเสียต่าง ๆ ที่ตกค้างในร่างกายอย่างรวดเร็ว สังเกตุได้คือ ลดอาการปวดต่าง ๆ ลดอาการท้องเสีย ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดหลัง ลดอาการปวดศีรษะ ลดไข้ ลดความอ่อนเพลีย ลดอาการนอนหลับยาก เป็นต้น
ซึ่งอาการดังกล่าวข้างต้นจะพบว่ามีอาการลดลงเมื่อดื่มน้ำผักปั่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากร่างกายได้ชะล้างของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น จึงทำให้อาการดังกล่าวลดลง และหายไป ซึ่งหากเราไม่เข้าใจในเรื่องของธรรมชาติร่างกาย เมื่อมีอาการปวดต่าง ๆ เราทานแต่ยาไประงับปวด ทำให้ร่างกายเกิดการเก็บกดและสะสมของเสียในร่างกายมากขึ้น มากขึ้นจนเกิดเป็นมะเร็งในที่สุด
ดังนั้น การกิน
น้ำผักปั่นก่อนอาหารจึงเป็นการเตรียมร่างกาย ในการย่อยสลายอาหารที่เรากินเข้าไปให้ดีกว่าเดิมนั่นเอง ทำให้ไม่เหลือของเสียตกค้างในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย จึงเป็นการดูแลและฟื้นฟูร่างกายที่ดีเยี่ยมอีกทางหนึ่ง ซึ่งเราเอง และคุณเองก็ทำได้
สรุปน้ำผักปั่นทำหน้าที่ 2 อย่างในเวลาเดียวกัน
- ให้สารอาหารที่จำเป็นกับเซลล์และร่างกาย เพื่อนำไปฟื้นฟูเซลล์ อวัยวะ เช่น ตับ และตับอ่อน
- กระตุ้นให้ร่างกายให้พร้อมในการย่อยไขมันที่ตกค้างเหลืออยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ให้เปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงาน ทำให้ร่างกายพร้อมที่จะย่อยสลายอาหารที่จะรับประทานในครั้งต่อไป
สูตรน้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด
| ผักกาดหอม | 6 – 8 ใบ | ช่วยฟื้นฟูเซลล์ประสาท และเซลล์ปอด |
| มะเขือเทศ (ท้อ/สีดา) | 1 –2 ลูก | ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน บำรุงเม็ดเลือด |
| หอมใหญ่ | 1/4 หัว | ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง ลดน้ำตาลในเลือด |
| เนื้อเสาวรส/น้ำมะนาว | 1 – 2 ลูก | ช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน |
| คืนฉ่าย | 2 ก้าน | ช่วบลดความดันโลหิต ฟอกเลือด |
| แอปเปิ้ลเขียว | 1 ลูก | เสริมระบบการขับถ่าย ทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ |
| น้ำผึ้งป่า (ความชื้นต่ำ 18 %) | 2 –4 ช้อนโต๊ะ | ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุลฮอร์โมน |
| น้ำพลังเอนไซม์บำบัด | Multi Fruit Enzyme 1-2 ช้อนโต๊ะ/ Premier Fruit Enzyme 1 ช้อนชา | ช่วยปรับสมดุล ความเป็นกรดด่าง และช่วยย่อย |
| น้ำดื่ม (ไม่แช่เย็น) | 2 – 4 แก้ว | นำสารอาหารเข้าเซลล์ |
ผัก ผลไม้ พวกมียางห้ามนำไปปั่นเด็ดขาด
เพราะยางจะเปลี่ยนรูปเป็นยางมะตอย เช่น ผักบุ้ง ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ แก้วมังกร อโวคาโด เนื้อฝรั่ง ซึ่งไม่ดีต่อไต มีแคลเซียมไบคาบอเนท แครอทย่อยยากไม่เหมาะกับคนไทย
วิธีทำ
- นำผัก และผลไม้ที่เตรียมไว้ ล้างน้ำให้สะอาด แช่ในน้ำผสมเอนไซม์แช่ผัก
- หั่นผัก และผลไม้ที่เตรียมไว้ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ
- ใส่น้ำสะอาด 1 แก้ว ลงไปในโถปั่น เติมผักกาดหอม คืนฉ่าย ลงไปปั่นสักครู่
- แล้วตามด้วยหอมใหญ่ แอปเปิ้ล เสาวรส ปั่นให้ละเอียด
- เติมน้ำผึ้ง น้ำเอนไซม์และน้ำสะอาดอีก 1 แก้ว ปั่นให้ละเอียดให้เข้ากัน
- ชิมรส และเติมน้ำที่เหลือเข้าให้คนให้เข้ากัน พร้อมเสริฟ
การดื่มน้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
1. ทยอยดื่มทันทีที่ปั่นเสร็จ ครั้งละ 1 ลิตร ภายใน 1 ชั่วโมง โดยดื่มวันละ 3 ครั้ง
2. ควรดื่มทุกคน ทุกวัน ทุกวัย ทุกเวลา เวลาที่ดีที่สุด คือ ก่อนอาหารเช้า
โดยหญิงตั้งครรภ์ควรดื่มเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้คลอดง่าย และทารกในครรภ์เจริญเติบโตได้ดี แข็งแรง
เคล็ดลับในการหัดดื่มน้ำผักปั่นพลังเอนไซม์บำบัด
สำหรับคนหัดดื่มแรก ๆ น้ำผักปั่นปริมาณ 1 ลิตร ตลอดด้วยความข้นของน้ำผักปั่น คงทำให้ทำใจดื่มให้หมดคงยากน่าดู แนะนำให้เริ่มต้นดังนี้
1.
ก่อนดื่มให้ทำการฝึกหายใจ ขับของเสียในช่องท้องและปอดออกก่อน โดยการหายใจเข้าทางจมูกลึก ๆ แล้วหายใจออกทางปากยาว ๆ จนท้องแพบมากที่สุด ทำประมาณ 15 ครั้ง ก่อนเริ่มดื่มน้ำผักปั่น จะช่วยลดอาการแน่น อืด ท้อง เมื่อดื่มน้ำผักปั่น
2. ให้ทำ
น้ำผักปั่นตามสูตร ถ้าดื่มข้นได้ ให้เติมน้ำแค่ 3 แก้ว แล้วดื่มให้หมด ก็จะได้ปริมาณไม่มากนัก และไม่อืดหรือแน่นเกินไป แต่ถ้าดื่มข้นไม่ได้ให้เติมน้ำ 4-5 แก้ว ให้แบบเจือจาง แล้วค่อย ๆ ดื่มไปเรือย ๆ ไม่ต้องรีบร้อน ภายใน 1 ชั่วโมง หรือแช่เย็นแบ่งไว้ดื่มก่อนอาหารทุกมื้อให้หมดภายใน 1 วัน
ปล. สำหรับคนที่ต้องการดื่มน้ำผักปั่นหลังจากผ่านการผ่าตัดมา ให้ใช้วิธีปั่นแล้วนำมากรองกาก ดื่มเฉพาะน้ำ เพื่อให้ระบบการย่อยทำงานลดลง ทำให้ร่างกายได้ฟื่นเร็วขึ้น เมื่อร่างกายสามารถย่อยอาหารแข็งได้แล้ว ค่อยดื่มแบบมีกากต่อไป เพื่อปรับปรุงระบบการขับถ่ายและทำความสะอาดลำไส้
อ่านเพิ่มเติม ใน
หนังสือน้ำผักปั่น หรือ ดาวน์โหลด
สูตรน้ำผักปั่น
บทความที่เกี่ยวข้อง