อาหารนอกจากจะให้พลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายแล้ว รู้ไหมว่า...มนุษย์เรายังต้องการอาหารเพื่อเป็นแหล่งให้ "เอนไซม์" เข้าสู่ร่างกายอีกด้วย เพื่อเสริมสร้างและแบ่งเบาภาระการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย
ความสำคัญของ "เอนไซม์" ในอาหาร ยังไม่เป็นที่ตระหนักหรือเข้าใจกันอย่างแพร่หลาย เพราะคำว่า "เอนไซม์" คนทั่วไปไม่ค่อยเข้าใจหรือรู้จักกันมากนัก รู้แต่น้ำย่อย หรือกรดในกระเพาะอาหารที่ช่วยในการย่อยอาหาร อีกทั้ง ภาวะการขาดเอนไซม์ของร่างกาย ยังไม่มีอาการเด่นชัด หรือชัดเจนอย่างกับการขาดสารอาหารประเภทอื่น ๆ
แต่อย่างไรก็ตาม นักวิชาการ หรือนักโภชนาการบำบัด และแพทย์จำนวนไม่น้อยที่เห็นถึงความสำคัญของเอนไซม์ต่อสุขภาพร่างกาย การใช้เอนไซม์ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาอย่างสิ้นเปลือง โดยไม่มีการรับเอาเอนไซม์จากอาหารเข้าสู่ร่างกาย จะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพมากมาย โดยเป็นสาเหตุที่แอบแฝงอยู่ของการเกิดโรคที่ร้ายแรงนานานัปการ อาทิเช่น โรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ โรคไขมันในเส้นเลือด โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคตับ เป็นต้น
เราจะสามารถได้รับ "เอนไซม์" จากการกินอาหารดิบ หรืออาหารที่สดใหม่ ไม่ผ่านการปรุงหรือผ่านความร้อนจึงจะได้รับเอนไซม์เท่านั้น
ดังนั้น การบริโภคอาหารสดอาหารดิบ ไม่ว่าจะเป็น พืช ผัก และผลไม้ หรือแม้แต่เนื้อสัตว์ ปลาดิบ ก็ตาม จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นการเพิ่ม "เอนไซม์" ให้กับร่างกายดีที่สุด จะต้องบริโภคอาหารดิบ โดยปริมาณของอาหารดิบในแต่ละวันคือ 50% ของอาหารทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม การบริโภคอาหารสดอาหารดิบต้องสะอาดปลอดภัยไร้สารเคมี และเชื้อโรคด้วย จึงจะดีต่อสุขภาพ
ในศาสตร์การแพทย์ทางเลือก พบว่าโรคเรื้อรัง หรือโรคที่รักษาให้หายได้ยาก ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุ 2 ประการ คือ
1. เนื่องจากร่างกายขาดเอนไซม์ หรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่เรามักมองข้ามไป การขาดเอนไซม์หรือการขาดสารอาหารจะส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงได้เร็วขึ้น
2. เนื่องจากสารหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดโรค เช่น สารพิษ สารเคมี และเชื้อโรค สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะก่อให้เกิดโรคได้เมื่อเข้าสู่ร่างกายเราในสภาวะที่ร่างกายอ่อนแอ ร่างกายขาดเอนไซม์หรือสารอาหารไม่เพียงพอต่อการป้องกันกำจัดของเสีย และเชื้อโรค
นักโภชนาการบำบัดของกลุ่มแพทย์ทางเลือก ได้มีการทดสอบให้ผู้ป่วยกว่า 200 คน ให้รับประทานอาหารสด อาหารดิบ ต่อเนื่องกันนาน 6 เดือน เพื่อประโยชน์ในการบำบัดรักษาโรคบางชนิด พบว่า การกินอาหารดิบ สดใหม่ จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น เพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ ช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานเป็นปกติ ช่วยลดและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม การฟื้นฟูอาการของโรค การรักษาอาการโรคเรื้อรังต่าง ๆ ให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีอาการของโรคลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน
"เอนไซม์" ในอาหารดิบ (พืช ผัก และผลไม้) ที่ไม่ถูกทำลาย เมื่อเรารับประทานเข้าไป เอนไซม์เหล่านั้นจะช่วยในการย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร และเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องอาศัยเอนไซม์ที่ร่างกายผลิตขึ้น จึงไปลดการทำงานของร่างกาย เช่น ตับอ่อน ที่ทำหน้าที่ในการผลิตเอนไซม์ ลดความเหนื่อยล้าของเซลล และประหยัดเอนไซม์สำรองในร่างกาย จึงทำให้เอนไซม์ที่มีเพียงพอต่อการขจัดของเสียออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรงขึ้น
ดังนั้น คำกล่าวที่ว่า You are What you eat กินอะไรได้อย่างนั้น จึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพ อาหารจึงเป็นสิ่งที่คุณจะต้องเลือกรับประทาน เพื่อดูแลสุขภาพของคุณ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคุณ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ในการฟื้นฟู ดูแล รักษา บำบัดร่างกาย รู้แบบนี้แล้วจะหันมาบริโภคอาหารดิบ สดใส พืช ผัก ผลไม้ กันได้หรือยังค่ะ สำหรับ การดูแลแนวธรรมชาติบำบัด แนะนำให้คุณดื่ม น้ำผักผลไม้ปั่น เป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ลิตร เพื่อเสริมเอนไซม์ และสารอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน หรือเลือกที่จะเสริมเอนไซม์ด้วย น้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้นานาชนิด ที่อุดมไปด้วยเอนไซม์ และสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ที่จำเป็นต่อร่างกาย
เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูและสุขภาพของคุณ...
ดูสูตรน้ำผักผลไม้ปั่น เสริมเอนไซม์และสารอาหารได้ที่.....http://friutenzyme.blogspot.com/2009/08/blog-post_21.html
ดูรายละเอียดของ น้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้ หรือน้ำพลังเอนไซม์บำบัด ได้ที่....https://www.facebook.com/media/set/?set=a.291448154321937.1073741828.289410941192325&type=3

