จากบทความของ ดร. วนิดา ธนประโยชน์ศักดิ์ แห่ง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเรื่อง "ความมหัศจรรย์ของเอนไซม์ช่วยบำบัดโรคในร่างกาย"
กล่าวไว้ว่า เอนไซม์ เปรียบเสมือนกับสิ่งที่เป็นตัวจุดประกายของชีวิตที่อยู่ในร่างกาย ถ้าหากในร่างกายของท่านไม่มีเอนไซม์ ท่านก็ไม่สามารถย่อยอาหาร และดูดซึมอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้และในที่สุดท่านก็จะอ่อนแอ เกิดภาวะโรคภัยต่าง ๆ ตลอดจนตายได้
ดังนั้น เอนไซม์ จึงเป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมี ซึ่งจะทำงานร่วมกับ โคเอนไซม์ โคเอนไซม์ในที่นี้ก็คือ พวกวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย นั่นเอง หลายท่านอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่า วิตามินนั้นไม่สามารถกระตุ้นให้ทำงานได้ถ้าหากว่าไม่ได้ ทำงานร่วมกับเอนไซม์
ดร.เอ็ดเวิร์ด เฮาเวลล์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการ ซึ่งเป็นบุคคลแรกที่ได้มีการ ศึกษาเกี่ยวกับเอนไซม์ในช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 2476 - 2486 กล่าวว่า "เรามีแหล่งพลังงานจากเอนไซม์ มาตั้งแต่แรกเกิด เปรียบเสมือนกับแบตเตอรี่อันใหม่ เมื่อใช้ไประยะหนึ่ง แบตเตอรี่ดังกล่าวก็จะหมดอายุ การใช้งานไป ร่างกายเราก็เช่นกัน ถ้าหากมีการใช้แหล่งพลังงานจากเอนไซม์ไปมากเท่าไหร่ ชีวิตเราก็จะ สั้นมากขึ้นเท่านั้น"
เนื่องจากเรามีแหล่งพลังงานจากเอนไซม์ที่จำกัด แหล่งพลังงานนี้ก็จะสูญหาย ไปได้ เรื่อย ๆ จากนิสัยการบริโภคอาหารของเรา เช่น การรับประทานอาหารที่ปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่าง ๆ มาก มาย การดิ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานยา หรือแม้แต่การรับประทานอาหารขยะ หรือพวกฟาสต์ฟูด ก็มีส่วนในการทำลายเอนไซม์ในร่างกายของเราทั้งสิ้น
ท่านอาจจะได้ยินประโยคนี้กันอยู่บ่อย ๆ ว่า "You are what you eat" แต่แท้ที่จริงแล้ว มีส่วนที่ถูกต้องเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งความจริงก็คือว่า "Your eat what you are" ต่างหากนั่นเอง
รู้ไหมค่ะว่า หน้าที่ที่แท้จริงของเอนไซม์ คือ การย่อยอาหาร สลายสารพิษ ทำให้เลือดสะอาด ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง กระตุ้นสร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัว กำจัดคาร์บอนไดออกไซด์จากปอด และลดความเครียดของตับอ่อนและอวัยวะอื่นๆ
เอนไซม์ที่ได้จากอาหาร แบ่งเป็น 7 ประเภท คือ
- ไลเพส (Lipase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกไขมัน
- โพรทีเอส(Protease) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกโปรตีน
- เซลลูเลส(Cellulase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารพวกเส้นใยพืชต่าง ๆ
- อะไมเลส(Amylase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกแป้ง
- แลกเทส(Lactase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกนม
- ซูเครส(Sucrase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกน้ำตาล
- มอลเทส (Maltase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกเมล็ดข้าว เป็นต้น
ดังนั้น การรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้สด จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการที่ร่างกายจะได้รับ เอนไซม์ เข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้เอนไซม์ที่เรารับประทานเข้าไปนั้น ไปเสริมการทำงานของเอนไซม์ที่มีอยู่แล้วในร่างกายให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยใน การรักษา ฟื้นฟู ป้องกันสุขภาพได้อีกด้วย
ดร.เอ็ดเวิร์ด เฮาเวลล์ ยังได้ค้นพบว่าคุณภาพชีวิตและระดับพลังงานในร่างกายของเรานั้นขึ้นอยู่กับ ปริมาณเอนไซม์ อีกด้วย
ถ้าหากร่างกายของเรามีเอนไซม์อยู่น้อยก็จะทำให้เรามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพด้วย ซึ่งมีผู้ประมาณการเอาไว้อีกว่าประมาณร้อยละ 80 ของโรคในร่างกายมีสาเหตุมาจาก ร่างกายไม่สามารถย่อย อาหารได้ และนอกจากนี้สารบางอย่างซึ่งเป็นพวกสารปนเปื้อนในอาหารก็จะถูกร่างกายดูดซึมเข้าไปด้วย
เรามีแหล่งเอนไซม์ที่สะสมมาตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งตับ และตับอ่อนก็สามารถผลิตได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของเอนไซม์ที่สะสมจะลดลงเรื่อยๆ และร่างกายก็จะมีการเสื่อมตามวัย ส่งผลให้การผลิตเอนไซม์ลดลง ตามช่วงของอายุ ดังนั้นจึงมักพบว่าในผู้ใหญ่ ประสิทธิภาพในการผลิตเอนไซม์ของร่างกายจะลดลงทำให้เกิดปัญหาของการ พร่องเอนไซม์ในร่างกาย และนอกจากนี้สาเหตุของการขาดเอนไซม์ยังเกิดจากการที่เอนไซม์สูญเสียสภาพ ไป อันเนื่องมาจากการผ่านขั้นตอนต่างๆ ในกระบวนการปรุงอาหาร โดยเฉพาะความร้อน เป็นต้น
เราจึงต้อง มีการเพิ่มปริมาณเอนไซม์ให้กับร่างกายของเรา ซึ่งพบว่ามีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน ดังนี้
1. ในวันหนึ่งๆ เราควร รับประทานอาหารจำพวกผักสดและผลไม้สดให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอาหารทั้งหมดที่เรารับประทาน เข้าไป เพื่อร่างกายของเราจะได้ไม่ขาดเอนไซม์และสุขภาพร่างกายของเราก็จะดีด้วย ซึ่ง น้ำผักผลไม้ปั่นพลังเอนไซม์ สูตรบ้านรักษ์สุขภาพ ของดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงค์ เป็นการเติม เอนไซม์จากผัก ผลไม้สด และโคเอนไซม์ จำพวกวิตามินต่าง ๆ ให้กับร่างกายดีที่สุด สามารถอ่านสูตรการทำได้ดังนี้..... น้ำผักผลไม้ปั่นพลังเอนไซม์
2. หาผลิตภัณฑ์เอนไซม์มาเสริมอาหาร เช่น น้ำหมักเอนไซม์บำบัด เอนไซม์ผง เป็นต้น มารับประทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อเสริมเอนไซม์ที่สูญเสียไป เพื่อให้ร่างกายเราไม่ขาดเอนไซม์และสุขภาพร่างกายเราแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย


