google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

9 เมษายน 2555

นาฬิกาชีวิต

การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ การมีช่วงเวลาของการทำงานเช่นเดียวกัน มีเวลาที่ต้องตอกบัตรเข้าทำงาน เวลาเริ่มงาน เวลาเลิกงาน โดยถูกควบคุมด้วยกลไกทางธรรมชาติ แสงแดด ฮอร์โมน และกลไกในร่างกาย

การดูแลถนอมร่างกาย และอวัยวะให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงไม่ใช่เรื่องยาก หากเราจะเรียนรู้ กลไก หรือเวลาการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ที่เราเรียกว่า “นาฬิกาชีวิต

palms-clock

ในแต่ละช่วงเวลา เราควรปฏิบัติอย่างไร เพื่อดูแลและถนอมอวัยวะนั้น ๆ และให้อวัยวะนั้นทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เรามาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันนะค่ะ


20081001064417_115


ช่วงเวลา  01.00 น. – 03.00 น. เป็นเวลาของตับ
         ขอบอกเลยว่า . . .ทุกคนควรนอนหลับพักผ่อนให้เป็นประจำในช่วงเวลานี้ให้ได้ เพราะตับจะหลั่งสารมีลาโทนิน ที่จะทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย เห็นมั้ยละว่าสำคัญแค่ไหน ที่สำคัญห้ามกินเด็ดขาดในเวลานี้เพราะจะทำให้ตับต้องทำงานหนักและเสื่อมเร็ว จะสังเกตุได้อีกอย่าง คนที่เป็นโรคตับ มักจะตื่นช่วงเวลานี้ หรือมีนอนไม่หลับบ่อย ๆ

ช่วงเวลา 03.00 น. – 05.00 น. เป็นเวลาของปอด
         สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำคือ ตื่นนอน ลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะหน่อย เขาบอกว่าถ้าตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณดี ปอดแข็งแรง ตื่นแล้วควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อช่วยล้างปอดด้วยนะจ้า 
แนะนำให้ฝึกหายใจ หรือออกกำลังกายแบบชี่กง ก็ดีนะค่ะ

ช่วงเวลา 05.00 น. – 7 .00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่
         เพราะฉะนั้น ควรขับถ่ายให้เป็นนิสัยทุกเช้า ถ้าคนไหนมีโรคประจำตัวคือ ท้องผูกกว่าจะถ่ายแต่ละทียากเย็นเหลือเกิน แนะนำว่าให้ลองดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำเอนไซม์บำบัด (น้ำ 1 แก้ว + น้ำผึ้ง 1 ช้อน + น้ำเอนไซม์บำบัด 2 ช้อนโต๊ะ)

ช่วงเวลา 07.00 น. – 09.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะอาหาร
         จึงควรกินอาหารเช้าในช่วงเวลานี้ทุกวัน เพราะถ้าปล่อยให้ท้องว่าง กระเพาะอาหารจะอ่อนแอกลายเป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล สมองเสื่อม ที่สำคัญจะหน้าแก่เร็วกว่าไว น่ากลัวมากๆๆ (อาหารในมื้อเช้า เป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ดังนั้น งดมื้ออื่นได้ แต่มื้อนี้ยังไงต้องกินไว้ก่อนนะค่ะ) ทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในมื้อเช้า ทำให้อ่อนวัย ไม่แก่ง่าย ความจำไม่เสื่อมด้วยนะค่ะ



ช่วงเวลา 09.00 น. – 11.00 น. เป็นเวลาของม้าม
         ไม่ควรบ่น กังวน เครียด หรือพูดมาก ให้พูดน้อย กินน้อย และไม่แอบนอนหลับ เพราะม้ามจะได้ทำงานสร้างเม็ดเลือดแดงได้อย่างเต็มที ผู้ที่มีภาวะเลือดน้อย การทานวิตามินโฟลิกและธาตุเหล็กเสริมหลังมื้อเช้าก่อน 9 โมงเช้าก็จะช่วยกระตุ้นให้ม้ามสร้างเม็ดเลือดแดงได้อีกทางนะค่ะ

ช่วงเวลา 11.00 น. – 13.00 น. เป็นช่วงเวลาที่หัวใจทำงานหนักที่สุด
         ควรทำใจให้สบาย หลีกเลี่ยงสิ่งทึ่จะทำให้เครียด พยายามไม่ใช้ความคิดหนัก ถ้าต้องเครียดกับงานตรงหน้ามากนักก็ผ่อนคลายซะบ้าง และอย่าทานของเผ็ดร้อน เพราะจะเป็นการทำร้ายหัวใจยิ่งขึ้น

ช่วงเวลา 13.00 น. – 15.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก
         งดกินอาหารทุกประเภทให้ลำไส้เล็กได้พักผ่อน เลิกกินจุบกินจิบ พักผ่อน ไม่ออกกำลังกายในช่วงนี้

ช่วงเวลา 15.00 น. – 17.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะปัสสาวะ
         ออกกำลังกายหรืออบตัวให้เหงื่อออก อย่ากลั้นปัสสาวะ ดื่มน้ำให้มาก ๆ โดยเน้นทานทุก ๆ ชั่วโมงจะช่วยในการขับล้างสารพิษได้ด้วย

ช่วงเวลา 17.00 น. – 19..00 น. เป็นเวลาของไต
         อาบน้ำทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่ควรออกกำลังกายหนัก เพราะจะทำให้ไตทำงานหนัก เกิดภาวะไตวายได้ง่าย ผู้ป่วยโรคไต ต้องพึ่งระวังไม่ออกกำลังกายช่วงนี้เด็ดขาด แนะนำให้เป็นช่วงที่ควรพักผ่อนสบาย ๆ ไม่เครียด ไม่กังวน นะค่ะ

ช่วงเวลา 19.00 น. – 21.00 น. เป็นเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ             
         ควรหยุดทำงาน พักผ่อนทำสมาธิและสวดมนต์ อ่านหนังสือ ผ่อนคลาย จะลดภาวะเสี่ยงต่ออาการหัวใจวายได้อย่างดี

ช่วงเวลา 21.00 น. –  23.00 น. เป็นเวลาของพลังงานรวม
         ทำให้ร่างกายอบอุ่นนอนหลับให้ร่างกายพักผ่อนเต็มที่ งดอาบน้ำเย็น งดดื่มน้ำเย็น ๆ และไม่ควรให้ปลายมือ ปลายเท้าเย็นจัด เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และเกิดโรคได้ง่าย

ช่วงเวลา 23.00 น. – 01.00 น. เป็นเวลาของถุงน้ำดี
         ควรเข้านอน นอนหลับให้สนิท (ถ้าไม่หลับช่วงนี้มีโอกาสเกิดโรคมากมายและร่างกายจะทรุดโทรมไว)

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ รู้ตารางการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเราแล้ว ก็รู้แล้วว่าเราควรดูแลตนเองอย่างไร เพื่อมีร่างกายที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ มาเรียนรู้ และทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันกันเถอะค่ะ
-->