ผู้ป่วยโรคเบาหวาน คือ ผู้ที่ตับอ่อนสร้างอินซูลินไม่ได้ หรือได้น้อยไม่เพียงพอในการนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ ทำให้มีปริมาณกลูโคสในกระแสเลือดมากกว่าปกติ โดยปกติคนที่เป็นโรคเบาหวานยังคงต้งอาการพลังงาน ซึ่งน้ำตาลฟรุคโตส ในน้ำผึ้งทดแทนน้ำตาลกลูโคสได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องอาศัยอินซูลินและนอกจากนั้น ยังมีกรดกลูโคโลนิค ซึ่งช่วยให้ตับสามารถทำลายสารพิษตกค้างในตับ สำหรับผูป่วยเบาหวาน ควรรับประทานน้ำผึ้งในปริมาณที่พอเหมาะ คือวันละ 1 –3 ช้อนโตีะ (180 แคลอรี่) พร้อมกับลดการรับประทานอาหารประเภทแป้ง หรือ น้ำตาลประมาณ 10% จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวาน มีพลังงานพอเพียงในการดำรงชีวิต และจะฟื้นตัวได้เร็ว และพึ่งพายาควบคุมเบาหวานลดลง
น้ำผึ้งช่วยย่อยอาหารได้อย่างไร?
เมื่อมีอาการท้องอืด เฟ้อ เรอเปรี้ยว เนื่องจากอาหารไม่ย่อยเพราะตับและน้ำดีทำงานผิดปกติ ในน้ำผึ้งมีเอนไซม์หลายชนิดจากกระเพาะของฝึ้งที่สำคัญ คือ อินเวอร์เทส ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนซูโครสให้เป็นกลูโคส และฟรุคโตส (เปลี่ยนไดแซกคาไรด์ให้เป็นโมโนแซกคาไรด์) ซึ่งมีโมเลกุลเล็กลง และเอนไซม์อีกชนิดที่สำคัญ คือ ไดแอสเทส หรือ อะไมเลส ที่ทำหน้าที่ เปลี่ยนโมเลกุลสายยาวของแป้งให้มีโมเลกุลสั้นลง ซึ่งส่งผลให้เปลี่ยนโมเลกุลสายยาวของแป้งให้มีโมเลกุลสั้นลง ซึ่งส่งผลให้ระบบดูดซึมของร่างกายสามารถทำงานได้ดีขึ้น มีน้ำย่อยไขมันและโปรตีน อีกทั้งน้ำที่เป็นส่วนประกอบในน้ำผึ้ง ยังช่วยระบบหมุนเวียนต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งวิตามินบี 2 มีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบน้ำย่อยในร่างกาย ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ
น้ำผึ้งกับระบบขับถ่าย
ในน้ำผึ้งมีสารหล่อลื่นตามธรรมชาติ คือ มิวซิน จากกระเพาะผึ้ง เด็กทรินและมอลโตส จากดอกไม้ ช่วยหล่อลื่นผิวกระเพาะและลำไส้ได้เป็นอย่างดี ไม่มีสารใดเสมอเหมือน ถ้ารับประทานก่อนนอน จะต้องถ่ายท้องได้ดีในตอนเช้า จำเป็นมากสำหรับผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้อีกด้วยน้ำผึ้งกับแผลเน่าเปื่อยพุพอง
น้ำผึ้งมีสารอินฮิบิน จึงมีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ สามารถลดอาการอักเสบของแผลได้ เนื่องจากทำลายแบคทีเรียที่เป็นตัวต้นเหตุทำให้แผลอักเสบ มีการใช้น้ำผึ้งตกแต่งบาดแผลตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เช่น ไฟไหม้โดนระเบิดและอาวุธสงคราม เป็นต้น
น้ำผึ้งกับโรคตับ
ในน้ำผึ้งมีวิตามินบีคอมเพล็กซ์และแร่ธาตุ ซึ่งจำเป็นสำหรับตับ และช่วยให้ตับสร้างเอนไซม์ได้ถึง 200 ชนิด และที่สำคัญในน้ำผึ้งยังมีกรดกลูโคนิคที่มีประโยชน์ต่อการ ทำลายพิษในตับ ซึ่งกรดกลูโคนิคจะมีในน้ำผึ้งเท่านั้น ดังนั้น น้ำผึ้งจึงมีประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นโรคตับอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโรคตับแข็งหรือตับอักเสบทุกชนิด
น้ำผึ้งกับการนอนหลับ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ หรือผสมน้ำเอนไซม์ 1 ช้อนโต๊ะ ในน้ำอ่น 1 แก้ว ก่อนนอนช่วยคลายเคียด ทำให้หลับสบาย และช่วยให้ถ่ายท้องดีในตอนเช้า