google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

12 เมษายน 2560

รู้ไว้ใช่ว่า...กับการทานน้ำแครอทสดเป็นประจำทุกวัน

แครอท เป็นผักที่ไม่ใช่ผักที่มีต้นกำเนิดในประเทศไทย หรือผักพื้นบ้าน ดังนั้น สำหรับน้ำแครอท คนไทยนั้นไม่ขอแนะนำ ถึงแม้ว่า น้ำแครอทจะอุดมไปด้วยปริมาณของ เบต้าแคโรทีน ต่อหน่วนน้ำหนักสูงจริงเมื่อเทียนกับพืชนชนิดอื่น แต่เบต้าแคโรทีนในแครอทนั้น เป็นชนิดที่เอนไซม์หรือน้ำย่อยของคนไทยย่อยได้ยาก เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่แตกต่างจากแหล่งปลูกของแครอท ทำให้ร่างกายของคนไทยย่อยแครอทได้ยาก คุณอาจพบเห็นได้ว่า คนไทยที่บริโภคแครอทอย่างต่อเนื่องจากมีผิวเหลือง เนื่องจากการตกค้างของเบต้าแคโรทีนในกระแสเลือดในร่างกาย ส่งผลให้ตับต้องทำงานหนัก ซึ่งตับมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกายทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ การผลิตน้ำย่อยมาย่อยไขมัน และย่อยโปรตีนลดลงอีกด้วย

เราสามารถทดสอบได้แบบง่าย ๆ โดยการนำแครอทใส่ลงในถังที่หมักน้ำเอนไซม์พร้อมกับผักผลไม้ชนิดอื่น เมื่อทิ้งไว้อย่างน้อย 3 เดือน เราจะเห็นได้ว่า ผัก ผลไม้ชนิดอื่น เริ่มมีการถูกย่อยสลายไปแล้ว แต่แครอทยังคงมีสภาพเหมือนเดิมอยู่อย่างไร ก็คงรูปร่างอยู่อย่างนั้น แม้ทิ้งผ่านไป 6 เดือน แครอทก็ยังมีสีและสภาพขนาดเท่าเดิม 

ดังนั้น สำหรับคนไทย หากเราต้องการสารเบต้าแคโรทีน สามารถดูคุณค่าสารอาหารของผักต่าง ๆ ได้จะเห็นได้ว่า ผักไทยที่มีเบต้าแคโรทีนสูง อาทิเช่น กะเพราะ โหระพา ตำลึง ซึ่งเราสามารถหารับประทานได้ง่ายในแต่ละวันอยู่แล้ว 

บ้านรักษ์สุขภาพแนะนำว่า ลองเปลี่ยนจากการทานน้ำแครอทสด มาทานน้ำโหระพาแทนกันดีกว่าไม่ค่ะ ได้สารอาหาร เบต้าแคโรทีน ดีเช่นกัน





วิธีการทำน้ำโหระพา
1. ใบโหระพา 1 กิ่งใหญ่ เฉพาะใบประมาณ 10 - 15 ใบ
2. น้ำต้ม 1 ลิตร
วิธีทำ ต้มน้ำให้เดือด พอเดือด ปิดไฟ ใส่ใบโหระพาลงไป แล้วปิดฝาทิ้งไว้ 10-15 นาที รินเฉพาะนำเก็บไว้รับประทานดื่มแทนน้ำเปล่า น้ำชา ช่วยในการปรับสมดุลกรดด่างของร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น ขับเหงื่อ ทำให้นอนหลับสบาย ลดอาการปวดเมื่อยร่างกายได้ดี

มาคุยกันได้ที่ inbox ของบ้านรักษ์สุขภาพ บีกู๊ดนะค่ะ