1. น้ำแครอต ใช้ขับล้างไขมันในเลือด และช่วยรักษาตับให้แข็งแรง รักษามะเร็งในเม็เลือดขาว (แต่มีน้ำตาลเยอะ ไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน)
2. น้ำมะระ ใช้ฟอกโลหิตแดงให้สะอาด
3. น้ำมะเขือเทศ ใช้ป้องกันเส้นเลือดแข็งตัวและอุดตันง่าย กำจัดไขมันในเลือดให้หมดไป ป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต
4. น้ำฝรั่ง ใช้ขับล้างสารพิษในตับและในไต (ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเก๊าต์)
5. น้ำขึ้นฉ่าย ใช้เผาผลาญคอเลสเตอรอลในเลือดลดความดันโลหิตสูง ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส
6. น้ำมะละกอดิบ ใช้ขับสารพิษในเลือดและน้ำเหลือง
7. น้ำลูกใต้ใบ ใช้ขับล้างพิษออกจากไต และต่อมน้ำเหลือง
8. น้ำกระเทียม ใช้ขับล้างไขมันและคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ติดมากับอาหาร
9. น้ำเซเลอรี ใช้ฟอกเลือดให้สะอาด ขับล้างสารพิษให้หมดไปจากหลอดเลือด
10. น้ำรากบัว ช่วยระบบการหายใจให้ดีขึ้น และฟอกปอดให้สะอาดร่วมกับออกซิเจนที่บริสุทธิ์
11. น้ำใบบัวบก ใช้ดับความร้อนภายในร่างกาย ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
12. น้ำส้มมะขาม ใช้ระบายของเสียและดูดซับไขมันออกจากร่างกาย
13. น้ำแคนตาลูป ใช้ระบายของเสียและดูดซับไขมันในลำไส้
14. น้ำแตงโม ใช้ขับล้างของเสียออกจากไต และตับ
15. น้ำมะนาว ใช้ขับล้างสารพิษออกจากลำไส้
16. น้ำมะยม ใช้บำรุงกระดูกและฟัน รักษาผิวพรรณให้ผ่องใส สดชื่น เปล่งปลั่ง
17. น้ำแอปเปิ้ล ต่อต้านมะเร็งทรวงอก มะเร็งเต้านม บำรุงเหงือก และฟันให้แข็งแรง
18. น้ำส้มเช้ง รักษากระดูกและฟันให้แข็งแรงไม่หัก และเปราะง่าย ทำให้ผิวพรรณสวยเปล่งปลั่ง แก้อาการกระหายน้ำได้ด้วย
19. น้ำสับปะรด ทำให้เลือดฝาดดี ช่วยย่อยอาหาร ช่วยล้างไขมันในลำไส้
20. น้ำมะม่วงสุก รักษาริดสีดวง ป้องกันมะเร็งลำไส้ กำจัดอนุมูลอิสระที่เข้าสู่ร่างกาย
น้ำเอนไซม์จากผลไม้แต่ละชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นยาบำบัดฟื้นฟูสุขภาพต่างกัน
สำหรับคำถามที่ว่า จะหมักผลไม้อย่างไรในการบำบัดโรค
คำตอบคือ เราเลือกผลไม้ที่มีสรรพคุณในการฟื้นฟูสุขภาพที่ต้องการเป็นหลักในการหมักเพื่อนำเอนไซม์นั้นมาใช้บริโภค
แต่ถ้ามีหลายโรค วิธีรับประทาน หรือทำสูตรเอนไซม์เราเอง ก็เลือกเอนไซม์จากผลไม้ที่เราต้องการมาเป็นหลัก และผสมกับเอนไซม์ผลไม้อื่น ๆ ที่ต้องการบำบัดโรคอื่น ส่วนอัตราส่วนที่แน่นอน ก็ขึ้นกับประสพการณ์ และรสชาติที่ต้องการ