google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

14 ธันวาคม 2563

PM 2.5 ภัยร้ายทำลายดวงตา

PM 2.5 ฝุ่นพิษหรือฝุ่นละอองที่สูงเกินมาตรฐานทำลายดวงตา

โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงวัยเด็กเล็ก ผู้สูงวัย หรือผู้มีโรคประจำตัว  เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ ฯลฯ อย่างช่วงเวลายามเช้าหรือช่วงเย็นจะรู้สึกหายใจลำบาก แสบคันจมูก คันคอ เมื่อสูดฝุ่นเข้าไปสะสมในหลอดลมหรือปอดนานๆ จะส่งผลต่อสุขภาพและเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดได้ ที่สำคัญบริเวณรอบดวงตาอาจเกิดอาการระคายเคืองตา แสบคันตาได้ 

นพ.นพวุฒิ กล่าวว่า...ฝุ่นละอองเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นผลเสียต่อดวงตา ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา คันตา เท่านั้น ยังสามารถก่อให้เกิดอาการตาขาวอักเสบแดง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ตา หรือผู้ใช้คอนแทกเลนส์ประจำ รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะตาแห้ง ฝุ่นประเภทนี้มีเชื้อโรคปนเปื้อนเป็นสาเหตุการติดเชื้อที่ดวงตาและเปลือกตาจนเกิดเป็นตากุ้งยิงได้ โดยหากเกิดอาการดังกล่าวขึ้นให้หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ให้ใช้วิธีการหยอดน้ำตาเทียมหรือน้ำยาล้างตาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและชำระล้างฝุ่น หากเกิดอาการคันตามากจากการแพ้ฝุ่นหรือตาแดงอักเสบมากควรรีบมาพบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุและรักษาได้ทันท่วงที 



กลุ่มเสี่ยง เช่น

  • ผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ตา

  • ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์

  • ผู้ที่มีภาวะตาแห้ง

  • ผู้ที่เป็นต้อลม ต้อเนื้อ

  • ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์

  • ผู้ที่ทำงาน หรือมีอาชีพที่มีความเสี่ยงกับฝุ่นละออง

วิธีดูแลดวงตาให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5

1. หยอดล้างตาบ่อย ๆ เพื่อให้ดวงตาชุ่มชื้น ไม่ระคายเคืองตา 
2. ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับร่างกายและเยื่อบุดวงตา
3. หลีกเลี่ยงแสงแดดและฝุ่นควัน ด้วยการสวมแว่นตาลดแสง และปกป้องดวงตา
4. ล้างตาทุกครั้งที่มีโอกาส หรือหลังกลับบ้าน ก่อนเข้านอนทุกวันในช่วงนี้

สอบถามรายละเอียด Eye drop ที่ไลน์ @QWD5997Q  

16 ตุลาคม 2563

ธรรมชาติบำบัดเริ่มต้นที่ตัวคุณ

ธรรมชาติบำบัด คือศาสตร์การดูแลสุขภาพที่เชื่อมั่นในความมหัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์ว่า สามารถเยียวยาปรับสมดุลรักษาตนเองให้กลับคืนสู่สภาวะที่ปกติสุขได้ ด้วยการเน้นการรักษาแบบธรรมชาติ ไม่พึ่งยาแผนปัจจุบัน โดยใช้หลักพื้นฐานง่าย ๆ 5 พื้นฐาน ดังนี้

1. อาหาร การเลือกรับประทานอาหาร ที่ย่อยง่าย ไม่เป็นภาระต่อระบบการย่อย ไม่ตกค้างในร่างกาย โดยเน้นทานผัก ผลไม้สดใหม่ ต้ม ลวก ทำซุป หรือทานเนื้อปลาที่ย่อยง่าย เสริมกับธัญพืช เพื่อให้ได้รับโปรตีนให้เพียงพอ และมีการปรุงรสชาติน้อยที่สุด เพื่อให้ระบบย่อยทำงานน้อย การสูญเสียเอนไซม์ไปในระบบการย่อยน้อย ทำให้เอนไซม์สามารถไปใช้ในระบบขจัดของเสียออกจากร่างกายได้สมบูรณ์ขึ้น

2. การขับถ่าย ควรขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน เวลาที่เหมาะสมในการขับถ่ายคือ 05:00-07:00 น. เนื่องจากเป็นเวลาทำงานของลำไส้ใหญ่ ทำให้ไม่มีอุจจาระหรือของเสียตกค้างในลำไส้ใหญ่ไม่ก่อให้เกิดการดูดกลับของของเสียกลับไปในกระแสเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง และโรคเสื่อม ทำให้ร่างกายแข็งแรงสดชื่น

3. การนอนหลับให้มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดี ควรเข้านอนก่อน 22.00 น. และนอนในที่มืด ไม่ควรเปิดไฟขณะนอน เพราะในภาวะที่ร่างกายหลับสนิทไม่มีแสงไฟมากระตุ้น ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมน และสารในการซ่อมแซมร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์

4. การไม่พึงยารักษาอาการ แต่ใช้สมุนไพรหรือน้ำเกลือในการดูแลตนเองเบื้องต้น เช่น เมื่อรู้สึกเจ็บคอ ให้กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ เมื่อรู้สึกเป็นหวัดคัดจมูก ใช้น้ำเกลือล้างจมูก  มีอาการอักเสบผิวหนังเป็นตุ่มล้างด้วยน้ำเกลือ โดยควรเลือกใช้น้ำเกลือที่มีมาตรฐานไม่ใช่น้ำเกลือที่ผสมเอง เพราะอาจเข้มข้นเกินไปจนเป็นอันตรายต่อเยื่อบุต่าง ๆ ได้

5. การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และดื่มให้ถูกวิธี โดยการจิบบ่อย ๆ ดื่มครั้งละน้อย ๆ และควรเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องจึงจะดีต่อสุขภาพ 

การจะเข้ามาดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดนั้น เราต้องทำความเข้าใจ และเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลาย ๆ อย่าง ซึ่งอาจทำให้เห็นผลช้า ไม่ทันใจ และชีวิตลำบากเล็กน้อย แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ ฝึกจนเป็นนิสัยก็จะเคยชิน และจะเห็นว่า ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ ลดการเจ็บป่วย และร่างกายจะปรับสมดุลแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้

น้ำพลังเอนไซม์บำบัด เป็นน้ำหมักจากผลไม้ 20 ชนิด ด้วยน้ำผึ้งดอกไม้ป่า ตามธรรมชาติ เป็นเวลานานกว่า 6 ปีขึ้นไป จนได้สารน้ำที่อุดมไปด้วยสารอาหาร และเอนไซม์ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ในทันที 

สูตร premier หัวเชื้อเข้มข้น ขวดละ 500 บาท สนใจสั่งซื้อที่ไลน์ @qwd5997q


น้ำพลังเอนไซม์บำบัดนี้ เป็นศาสตร์แห่งการใช้อาหารเป็นยา หรือ ศาสตร์เอนไซม์บำบัด นั้นเอง ช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลความเป็นกรดด่าง ช่วยให้ร่างกายมีเอนไซม์ในการย่อย เร่งการย่อยแซมเซลล์ การฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย มีสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้เซลล์ฟื้นฟูแข็งแรงอย่างเห็นผล ส่งผลให้ร่างกายได้ฟื้นฟูปรับสู่สมดุลด้วยตนเอง 

การดื่มน้ำพลังเอนไซม์บำบัด จึงเป็นเสมือนการเสริมสารอาหารจากธรรมชาติ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด 



สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ @qwd5997q

21 สิงหาคม 2563

การแกว่งแขน และว่ายน้ำสำคัญมาก

ทำไมการเเกว่งเเขน และ การว่ายน้ำจึงสำคัญนัก


ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมารณรงค์
ให้ออกกำลังกายด้วยการเเกว่งเเขนโดยอ้างว่าลด
พุงได้อีกด้วย หลายคนเเปลกใจว่าเกี่ยวกันตรงไหน ?

เเกว่งเเขน (เเบบตำราเเพทย์ เเผนจีนที่ใช้กันมานับพันปี)
บางคนถึงกับหัวเราะเยาะว่า เว่อร์เกิ้นนนนน

ใต้หัวไหล่ที่เรียกว่ารักเเร้นั้น คือชุมทางของต่อม
น้ำเหลือง เบ้อเริ่มบริเวณขาหนีบ นั่นก็ชุมทางของต่อม
น้ำเหลืองขนาดใหญ่

การขยับหัวไหล่เเละรักเเร้
การเเกว่งเเขนก็ดี
การว่ายน้ำที่ขยับทั้งหัวไหล่เเละขาหนีบก็ดี
ล้วนเเล้วเเต่เป็นการออกกำลังให้ต่อมน้ำเหลืองขยับ
เพิ่มการไหลเวียนน้ำเหลือ จึงไม่ใช่ของเล่นธรรมดาๆ

คำว่าระบบน้ำเหลือง นั้นหมายรวมถึง ม้าม ต่อมทอนซิล
ต่อมไธมัส ต่อมน้ำเหลืองต่างๆ น้ำเหลือง ท่อน้ำเหลือง
นับเป็นระบบที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อทำความสะอาด
ชำระล้างของร่างกาย อันจำเป็นต่อ การรักษาสุขภาพ
ให้เเข็งเเรง เยียวยาความเจ็บป่วย

เพราะระบบน้ำเหลือง มีหน้าที่ขนถ่ายของเสีย
พิษที่สะสมในร่างกาย เศษของเซลล์ที่ตายเเล้ว
ออกไปกำจัดยังอวัยวะที่รับผิดชอบเเละขับออก
ไปจากร่างกาย

นอกจากนี้ยังมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดขาว เเอนตี้บอดี้
ของระบบภูมิคุ้มกัน ตลอดระยะทางของท่อน้ำเหลือง
จะมีต่อมน้ำเหลือง อยู่เป็นระยะๆ เพื่อช่วย กรองสาร
เเปลกปลอม เชื้อโรค ที่มีอันตราย

ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานควบคู่ไปกับระบบน้ำเหลือง
โดยตับมีหน้าที่สร้างน้ำเหลืองเป็นส่วนมาก เเละตับก็
อาศัยน้ำเหลืองนี่เองขนส่งสารอาหารที่ย่อยเเล้วจาก
ตับเเละลำไส้เล็กไปส่งต่อให้กับเซลล์เเละอวัยวะต่างๆ

ม้ามเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ ที่สุดของระบบน้ำเหลือง
มีหน้าที่กรอง เเละกำจัดเซลล์เม็ดเลือดเเดงที่หมดอายุ
เเละเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน
ของร่างกาย

ใครก็ตามที่ผ่าตัดเอาม้าม ต่อมทอนซิล
ต่อมไธมัสออกไป จะติดเชื้อได้ง่ายขาดภูมิต้านทาน

หากการไหลเวียน ของน้ำเหลืองติดขัด
จะทำให้ ต่อมน้ำเหลืองบวม อักเสบ

บริเวณที่น้ำเหลืองไหลเวียน เเละสังเกตได้ชัดเจนได้เเก่
ลำคอ
หลังใบหู
ท้ายทอย
หน้าอก
รักเเร้ใต้หัวไหล่
ท้องเเขน
หน้าท้องกึ่งกลางระหว่างหน้าอกกับสะดือ
บริเวณขาหนีบ

เนื่องจากน้ำเหลืองไม่มีปั้ม เหมือนระบบเลือด
ที่มีหัวใจเป็นปั้ม ดังนั้นการกระตุ้นให้น้ำเหลืองไหล
เวียนดีขึ้นจึงต้องพึ่งพิงการออกกำลังกาย

เเละการหายใจให้ลึกๆเป็นหลัก เพื่อเขย่ากระตุ้นการ
ไหลเวียนน้ำเหลืองด้วยการขยับกล้ามเนื้อ เเละกระบังลม

การเต้นกระโดดบน trampoline ดูจะเป็นวิธีการ
ที่กระตุ้นน้ำเหลืองได้ทั่วร่างกาย หากเต้นไม่ได้ก็
อาจใช้วิธี กัวช่า (Gua Sha) การนวดด้วยน้ำมัน
การ นวดเเผนไทย

ใครก็ตามที่มักมีอาการ ผิวซีด ซูบซีด หลงๆลืมๆ
ติดเชื้อบ่อยๆ เป็นหวัดเจ็บคอเสมอๆ เริ่มมีเซลลูไลท์เพิ่ม
มากขึ้น ให้สงสัยระบบน้ำเหลืองติดขัด ไหลเวียนไม่ดี

ทั้งนี้ก็เข้าใจได้ไม่ยากนักเพราะของเสีย ขยะมีพิษ
ตกค้างสะสมนั่นเอง

อย่าละเลยอาการน้ำเหลืองติดขัด โดยไม่ได้รักษา
เพราะ นานวันเข้าพิษร้ายอาจทำให้ล้มหมอนนอนเสื่อ
ด้วยมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง
by Dr. Kimberly

12 สิงหาคม 2563

เอนไซม์จากน้ำหมักผลไม้รวม น้ำพลังเอนไซม์บำบัด

เอนไซม์ Enzyme เป็นตัวกลางที่ทำหน้าที่ในการกระตุ้นปฏิกิริยาชีวเคมีในร่างกายเราให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น 
ร่างกายมนุษย์ต้องการเอนไซม์หลากหลายชนิดที่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น เอนไซม์ในการย่อยโปรตีน เอนไซม์ในการย่อยไขมัน แต่ทั้งนี้ เอนไซม์มีหน้าที่ที่สำคัญสองประกอบหลัก ๆ  คือ การย่อยสลายอาหารให้เปลี่ยนเป็นพลังงาน และการฟื้นฟูซ่อมแซมบำรุงให้เซลล์และระบบต่าง ๆของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
เอนไซม์โดยปกติร่างกายเราสามารถผลิตขึ้นได้เอง และเอนไซม์หลายชนิดเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และปัญหาการขาดเอนไซม์ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากการไม่ดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง และบางครั้งก็เกิดจากกรรมพันธุ์ และอายุที่มากขึ้น เมื่อเอนไซม์มีระดับต่ำในร่างกาย จะทำให้เกิดโรคเสื่อมต่าง ๆ ตามมา อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ 

ดังนั้น เอนไซม์จึงมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เพราะถ้าเอนไซม์ต่ำหรือไม่มีเอนไซม์จะทำให้ปฏิกิริยาต่างๆ เกิดได้ช้ามาก หรืออาจทำให้การทำงานของเซลล์ผิดปกติจนเกิดปัญหาสุขภาพได้

การเลือกเสริมเอนไซม์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการดูแลสุขภาพ ทำให้อายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง ลดภาวะความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง โรคเสื่อมต่าง ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ


ประโยชน์ของน้ำพลังเอนไซม์บำบัด
1. เอนไซม์ช่วยในการย่อย เร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนแป้งคาร์โบไฮเดรต น้ำตาลเป็นกรดอะมิโน ซึ่งเป็นกรดอ่อน ๆ ทำให้เอนไซม์มีรสเปรี้ยว ช่วยในการกระตุ้นการขับถ่าย เสริมสร้างการสร้างดีเอ็นเอ และเพิ่มจำนวนเซลล์บุผิวในลำไส้ใหญ่ให้มีมากแข็งแรงมีอายุยืนกว่าเดิม ทำหน้าที่ต้านเชื้อโรคได้ดี ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ดี
2. ในน้ำหมักผลไม้มีเอนไซม์ช่วยในการสร้างวิตามิน บี12 วิตามินเค และวิตามินบีรวมหลายชนิด ช่วยบำรุงเม็ดเลือด เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาทและเซลล์ทั่วไป
3. เอนไซม์ในน้ำหมักผลไม้รวมมีสารต่อต้านเชื้อโรค Bactiriocins ซึ่งช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรค เช่น เชื้อที่ทำให้เจ็บคอ เชื้อที่ทำให้กระเพาะอาหารอักเบ เชื้อที่ทำให้ท้องร่วง เป็นต้น
4. ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเอสโตนเจน ยืดระยะการหมดประจำเดือน และบรรเทาอาการเกิดโรคกระดูดพรุน
5. ช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการฉายรังสี และเคมีบำบัดหลังการผ่าตัดมะเร็ง ลดอาการแพ้ คลื่นไส้ ผมร่วง ทำให้รับประทานอาหารได้ดีขึ้น และพบว่าทำให้ปริมาณฮีโมโกบินสูงขึ้นด้วย
6. ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในสัตว์ทดลอง ทั้งในระยะเริ่มต้น และระยะส่งเสริมของโรคมะเร็ง และในทางระบาดวิทยา พบว่าในคนมีความสัมพันธ์กับการลดอัตราการเสี่ยงของมะเร็งลำไส้

สรุปประโยชน์ของเอนไซม์ได้ ดังนี้

1. ช่วยปรับความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกาย
2. ทำใหระบบการย่อยและขับถ่ายดีขึ้น
3. ทำให้เซลล์ในร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุล
4. สลายสารพิษและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย (ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ)

จากหนังสือเอนไซม์ โดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ มูลนิธิภูมิปัญญาสากล
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ @qwd5997q