google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

1 ตุลาคม 2556

น้ำผักปั่น พลังเอนไซม์

น้ำผักปั่น พลังเอนไซม์
โดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ (แพทย์ทางเลือก และนักธรรมชาติบำบัดแบบองค์รวม)

เคล็ดไม่ลับในการดูแลสุขภาพ

น้ำผักปั่นช่วยฟื้นฟู การทำงานของร่างกาย 5 ระบบ
1. ระบบดูดซึม
2. ระบบทางเดินหายใจ
3. ระบบหมุนเวียนโลหิต
4. ระบบภูมิคุ้มกัน
5. ระบบต่อมไร้ท่อ

ดื่มสด ๆ เป็นประจำทุกวัน ต้านโรค เพิ่มพลัง เพื่มสมรรถภาพทางเพศ ลดไขมันส่วนเกิน ผิวสวย หน้าใส ดูอ่อนวัย ดีกับผู้ป่วยทุกโรค

คุณสมบัติเด่น
  • ในน้ำผักมีสภาพเป็นกรดอ่อน ๆ ที่มีคลอโรฟิลด์สารสีเขียวในพืชมีวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุเหล็ก โปรแตสเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส จะเกิดการแลกเปลี่ยนการใช้สารอาหารได้สูงสุด ณ. จุดที่ร่างกายสามารถนำของเสียทิ้งได้หมด และทำให้ร่างกายสร้างพลังงานในแต่ละเซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ซึ่งส่งผลให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าที่ตายในแต่ละวันได้เต็มที่ลักษณะนี้คือ ปัจจัยสูงสุดที่ร่างกายจะไม่เกิดความอ่อนแอทุกอวัยวะเมื่อไปอยู่ในประเทศไหนก็ตาม ถ้าได้สัดส่วนของสารอาหารออกมาเป็นกรดอ่อน มีคลอโรฟิลล์ มีวิตามินเอ วิตามินซี  นี่คือที่มาของการทำให้ร่างกายสามารถมีอาหารได้เต็มที่ในแต่ละเซลล์ 
  • ถ้าทุกเซลล์แข็งแรงไม่มีเซลล์ตายก็จะไม่เก่ ถ้า pH เป็นกรดเกินไปการใช้แคลเซียมก็จะยาก กรดอ่อนทำให้เกิดการใช้ไขมัน ไขมันถูกย่อยสลายได้เร็ว ถ้าเป็นด่างเกินไปการย่อยสลายไขมันก็ทำได้น้อย 
  • ไขมันคือของแข็งที่มีปริมาณถึง 60% ของของแข็งทั้งหมดในร่างกายเป็นตัวที่จะไปเปลี่ยนเป็นน้ำหล่อเลี้ยงเป็นน้ำเมือกที่ไปหล่อเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายน้ำไขข้อเป็นไขกระดูกเป็นกล้ามเนื้อ เป็นกระดูกเส้นเอ็นไขมันหล่อเลี้ยงน้ำเมือกที่ไปหล่อเลี้ยงเส้นผมเป็นลำดับ pH ของน้ำผักที่เหมาะสมกับคนไทยอยู่ที่ pH 4 - 6 
  • คนอ้วนมากให้น้ำผักที่ pH 4 เลยเนื่องจากคนอ้วนมีไขมันค้างอยู่ในลำไส้มาก น้ำผักจะไปเปลี่ยนไขมันเป็นโคเลสเตอรอล ไปเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ และเป็นกลีเซอร์ไรด์ในที่สุด ซึ่งร่างกายนำไปใช้ได้การดื่มน้ำผัก คือการเติมสารอาหารประเภทวิตามิน เกลือแร่จำเป็น และที่สำคัญที่สุด คือ คลอโรฟิลล์ เมื่อดื่มแล้วถูกดูดซึมไปฟื้นฟูตับทำให้น้ำตับและน้ำตับอ่อนหลั่งการย่อยคาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามินมีมากขึ้น 
  • ขณะที่น้ำผักไปย่อยไขมันส่วนที่เก่าส่วนหนึ่งแล้ว เปลี่ยนรูปเป็นพลังงานดังนั้น ร่างกายก็ได้พลังงานมาสนับสนุนให้อวัยวะทำงานได้มากกว่าเดิม น้ำผัก จึงช่วยล้างสิ่งปฏิกูลในร่างกายตลอดจนสารพิษต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว 
  • ซึ่งปรากฏการที่สังเกตุได้คือ ลดอาการปวดต่าง ๆ จากอาการท้องเสียหรือมีของเสียค้างอยู่ในระบบเลือดมาก จนปวดตามกล้ามเนื้อ อาการปวดหลัง ดังกล่าวจะลดลง ลดอาการปวดศรีษะ ลดไข้ ลดความอ่อนเพลีย ลดอาการนอนหลับยาก ลดอาการนอนกรน 
  • ซึ่งอาหารที่ดีขึ้นคือ ขบวนการที่ร่างกายชะล้างของเสียออกได้ดีขึ้น ซึ่งอาการดังกล่าวไม่ควรเก็บกด ด้วยการใช้ยาระงับปวด ซึ่งเป็นการไปหยุดความสามารถในการชะล้างของร่างกายทำให้เกิดสารพิษมากขึ้นในทุกระบบของร่างกายและแพร่กระจายสะสมจนก่อเกิดเซลล์มะเร็ง
  •  การกินน้ำผักก่อนอาหารเป็นการเตรียมร่างกาย ในการย่อยสารอาหารที่เรากินลงไปได้ดีกว่าเดิมนั่นคือ เกิดสภาวะดีกับร่างกายทั้งระบบ
สรุปน้ำผักปั่นทำหน้าที่ 2 อย่างในเวลาเดียวกัน

1. ให้สารอาหารที่ร่างกายนำไปฟื้นฟูตับกับตับอ่อน

2. กระตุ้นให้ร่างกายพร้อมในการย่อยไขมันที่เหลือค้างอยู่เปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานทำให้ร่างกายเตรียมพร้อมที่จะย่อยสารอาหารที่รับประทานเข้าไปในมื้อต่อไป

ส่วนประกอบสำคัญ
  1.  ผักกาดหอม 6-8 ใบ ช่วยฟื้นฟูเซลล์โดยเฉพาะระบบประสาทและเซลล์ในปอด ช่วยชะล้างของเสียในระบบเลือดทำให้ร่างกายมีความสามารถใช้แคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดอาการเจ็บปวดของระบบข้อเสื่อมต่าง ๆ 
  2. มะเขือเทศ (ท้อหรือสีดา)1-2 ลูก ช่วยทำให้เม็ดเลือดแดง แข็งแรงช่วยทำให้ผิวพรรณดี เพิ่มภูมิต้านทานมีสารช่วยย่อยอาหารทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานเป็นปกติ
  3. หอมใหญ่ 1/4 ลูก  ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง
  4. เนื้อเสาวรสสดหรือน้ำมะนาว 1 - 2 ลูก ช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน
  5. คื่นฉ่าย 2 ก้าน ลดความดันโลหิต
  6. แอปเปิ้ล หรือกล้วยน้ำว้าสุกงอม 1 ลูก (หรือผลไม้ อื่น ๆ ให้เลือกใส่เพิ่มได้ เช่น ชมพู่ องุ่น สาลี่ ส้ม ส้มโอ ลองกอง สับปะรด เชอร์รี่ อื่น ๆ) ช่วยเสริมระบบขับถ่ายของเสีย
  7. น้ำผึ้ง ความชื้นต่ำ 2 - 4 ช้อนโต๊ะ (ห้ามใช้น้ำผึ้งค้ัางหลายปีหรือน้ำเชื่อม) ช่วยบำรุงผิวพรรณฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพเป็นเบาหวานก็สามารถทานได้)
  8. เอนไซม์ (Multi fruit Enzyme)  1 - 2 ช้อนโต๊ะ ช่วยปรับสมดุล ช่วยย่อย ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ให้เปลี่ยนรูปเป็นพลังงาน ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ช่วยเปลี่ยนสารพิษให้เป็นสารอาหาร
  9. น้ำสะอาด (น้ำดื่ม ไม่แช่เย็น 2 - 4 แก้ว ทยอยใส่โถเวลาปั่น (ขนาด 1.5 ลิตร)

ปั่นรวมกันให้ละเอียดไม่แยกกากเม็ดเสาวรสมีสารอาหารบำรุงสมองกินได้

การดื่มเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • ทยอยดื่มทันทีที่ปั่นเสร็จ ครั้งละ 1 ลิตร 3 ครั้งต่อวัน
  • ควรดื่มทุกคน ทุกวัน ทุกวัย เวลาที่ดีที่สุดคือก่อนอาหารเช้า 
  • หญิงตั้งครรภ์ควรดื่มเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันคลอดง่าย  ทารกในครรภ์ได้รับสารอาหารในการเจริญเติบโตจากเลือดแม่ ทำให้แข็งแรงทั้งแม่และทารก
ขอแนะนำให้ใช้เอนไซม์แช่ผัก

ก่อนล้างควรเด็ดผักออกเป็นใบ ๆ ล้างน้ำให้สะอาดทั้งผลไม้ด้วย สำหรับผักนำไปแช่เอนไซม์ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 2ลิตร แช่นาน 15 -30 นาที
***สำหรับผลไม้แช่ทั้งลูกนาน 1 ชั่วโมงขึ้นไป หรือแช่ข้ามคืนได้ยิ่งดี แอปเปิ้ล หอมใหญ่ มะเขือเทศ ก่อนนำไปบริโภคทยอยนำมาผ่าซีก แล้วแช่ในน้ำเอนไซม์ซ้ำอีกครั้งนาน 15 นาที ถ้าทำได้จะดีต่อสุขภาพ (แอปเปิ้ล ควรรับประทานทั้งเปลือก)

การทดลอง

เพื่อการฟื้นฟูควรดื่มต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 7 - 15 วัน จะเริ่มเห็นผล มื้อเย็นควรงดอาหารประเภท แป้ง ข้าว เพราะเป็นตัวลดเกร็ดเลือด ควรดื่มน้ำเอนไซม์ด้วยจะช่วยคุ้มครองเกร็ดเลือดให้แข็งแรง และเปลี่ยนพฤติกรรมให้ได้ตามบทปฏิบัติ 10 ประการ

**** จะพบความมหัศจรรย์ของร่างกายด้วยตัวท่านเอง***
ควบคุมอาหารให้ได้ตามคำแนะนำของชมรมบ้านสุขภาพ

หมายเหตุ
ผัก ผลไม้ พวกมียางห้ามนำไปปั่นเด็ดขาด เพราะยางจะเปลี่ยนรูปเป็นยางมะตอย เช่น ผักบุ้ง ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ แก้วมังกร อโวคาโด เนื้อฝรั่ง ไม่ดีต่อไต และแครอทไม่เหมาะกับคนไทยเพราะมีแคลเซียมไบคาบอเนทที่ย่อยยาก

28 สิงหาคม 2556

ครีมเครื่องสำอางจากธรรมชาติใช้แล้วไม่แพ้จริงหรือ.....

ครีมหรือเครื่องสำอางจากธรรมชาติแท้จริงแล้ว "ใช่แล้วไม่แพ้ จริงหรือ...?????????????


รู้ไหมค่ะว่า... ข้อสงสัย.....ที่พบบ่อยที่สุด ในการเลือกใช้เครื่องสำอาง หรือครีมทาหน้า คือ .....
"ใช้แล้วจะแพ้ไหม?"
ผลิตภัณฑ์ชุดเวชสำอางสำหรับผิวแพ้ง่าย หรือผิวหน้าที่ถูกทำลายจากสารเคมี Coming Soon เร็ว ๆ นี้

ซึ่งหลังจากได้เข้าร่วมสัมมนาเรื่อง "เวชสำอาง จากสมุนไพร และสารสกัดจากธรรมชาติ" แล้วนั้น พบว่า....  เครื่องสำอางที่ผลิตจากสมุนไพร และสารสกัดจากธรรมชาติ หากผู้ผลิตคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างแท้จริง จะไม่ใส่สารปนเปื้อนที่ อย. ห้ามใช้...เช่น สารปรอด สารไฮโดรควินิน สารสเตอรอยด์ ทั้งสิ้น  และจะไม่ใช้สารเคมีแก้แพ้ลงไปในครีมที่ผลิตอย่างแน่นอน...

จึงทำให้ เครื่องสำอาง หรือ เวชสำอาง ที่ผลิตจากสมุนไพร หรือสารสกัดจากธรรมชาติ อาจมีความเสี่ยงต่อการแพ้ได้ ตัวอย่างเช่น ในเครื่องสำอาง มีสารสกัดจากว่านหางจระเข้ ซึ่ง 1 ใน 100 คน อาจแพ้ว่านหางจระเข้ เมื่อมาใช้ ก็มีโอกาสที่จะแพ้ครีมนั้นได้ ... แต่มิได้หมายความว่า... ครีมนั้นไม่ปลอดภัย หรือเป็นอันตราย....

ดังนั้น ทางเภสัชกรทางเวชสำอาง จึงแนะนำว่า....การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง หรือครีมแต่ละยี่ห้อ ที่ผลิตจากสมุนไพรหรือสารสกัดจากธรรมชาติ และไม่มีการใส่สารแก้แพ้ลงไป ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ครั้งแรกทุกครั้ง โดยการทาทิ้งไว้ที่บริเวณ ท้องแขน สัก 10-20 นาที ถ้าไม่เกิดอาการแพ้ ก็โอเคค่ะ

ซึ่ง ในงานสัมมนา เภสัชกรทางพิษวิทยา ได้กล่าวไว้ว่า... คนไทยเรามีความเข้าใจในเรื่อง แพ้ ไม่แพ้ ของเครื่องสำอางอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่เข้าใจเอาเสียเลย  พอไปใช้ครีมที่ไม่แพ้และผลลัพธ์มหัศจรรย์สุดยอดเลยเข้าใจว่าเป็นครีมที่ดี  ทั้งๆที่ครีมนั้นใส่สเตียรอยด์ซึ่งเป็นสารแก้แพ้ลงไปในครีม  (หน้าใสเร็วสุดขีด  ไม่แพ้  แต่ระยะยาวพัง! เพราะสารเหล่านั้นจะสะสมในร่างกาย ส่งผลต่อสุขภาพแน่นอนค่ะ)"

ดังนั้น ครีมที่มาจากธรรมชาติ และไม่มีสารปลอมปน จริงๆแล้วนั้น ก็ควรจะมีความเสี่ยงที่จะแพ้ในระดับหนึ่ง  (เหมือนผักที่ปลอดภัยก็ควรจะมีรอยแผลถูกกัด  ไม่ใช้สวยงดงามจนผิดธรรมชาติ)

ครีมไหนกล้ารับประกันว่าไม่แพ้แน่นอน  มีความเสี่ยงสูงที่จะเจอสเตียรอยด์เป็นส่วนผสมแน่นอนค่ะ

ดังนั้น ครีมที่ปลอดภัย และมาจากธรรมชาติ ก็ยอมมีความเสี่ยงในการแพ้ได้ เพราะฉะนั้น ควรทดสอบการแพ้ของแต่ละคนก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ๆ นะค่ะ

ผลิตภัณฑฺ์เครื่องสำอางจากสมุนไพร และสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ไม่มีสารแก้แพ้ และสารปนเปื้อนค่ะ....

UV White Day Cream ครีมบำรุงผิวพลังเอนไซม์สำหรับกลางวัน

Herbal Night Cream ครีมเอนไซม์ปรับสภาพผิวสำหรับกลางคืน

ครีมกันแดด Anti-Spot Sun Protection Oil-Free SPF 30 PA+++ (No Chemical Suncreeen) สูตรป้องกันฝ้า


สนใจติดต่อสั่งซื้อ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ tusora@gmail.com ค่ะ


26 สิงหาคม 2556

Honey Nzyme Soap สบู่เอนไซม์น้ำผึ้ง

สบู่เอนไซม์น้ำผึ้ง (Honey Nzyme Soap)


เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว เป็นสบู่เอนไซม์น้ำผึ้งที่มีค่าความเป็นกรดด่างบาลานซ์ พีเอชเท่ากับ 7 อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ช่วยปรับสมดุลของผิวพรรณ ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน ลดสิวเสี้ยน สิวอักเสบ ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ปกป้องผิว คืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และลดริ้วรอยด่างดำ

เป็นสบู่เอนไซม์น้ำผึ้ง ที่ผลิตจากกลีเซอรีนเกรดเอ ผสานกับคุณค่าของน้ำผึ้งดอกไม้ป่าความชื้นต่ำ และเอนไซม์จากมะเฟือง ช่วยทำความสะอาดผิว ลดการอักเสบ ขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ ที่เนียนนุ่ม อ่อนเยาว์ และปกป้องผิว คืนความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวแข็งแรง และเนียนนุ่ม กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำผึ้งช่วยปรับสมดุลย์ของอารมณ์ คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ทำให้ผ่อนคลาย

"ใช้ได้ทั้งผิวกายและผิวหน้า ไม่แต่งสี ไม่ใส่วัตถุกันเสีย จึงไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง"


สบู่เอนไซม์น้ำผึ้ง (Honey Nzyme Soap)
honeysoappp copy ส่วนประกอบ น้ำผึ้งดอกไม้ป่า, เอนไซม์มะเฟือง, ขมิ้นชัน และวิตามินอี

ขนาด 45 กรัม

ราคาขายปลีก 60 บาท

สนใจ ติดต่อสั่งซื้อได้ที่ คุณตู๋ tusora@hotmail.com หรือโทร 085-7100612

*สบู่ก้อนชนิดนี้ ทำด้วยมือหรือคืองาน Hand Make ดังนั้น ลวดลาย สีสรร และน้ำหนัก จึงขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและการทำในแต่ละครั้ง*


เกร็ดความรู้
น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ 18% มีคุณสมบัติเป็น
1. Humectant (สารให้ความชุ่มชื้น) ทำให้ผิวเนียนนุ่ม และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
2. Anti-microbial (สารต้านจุลินทรีย์) ลดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บนผิว จึงลดการอักเสบและการเกิดสิวเสี้ยน และสิวอักเสบ
3. Anti-oxidant (สารต้านอนุมูลอิสระ) ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายของมลภาวะ แสง UV และเสริมสร้างการสร้างเซลล์ผิวใหม่
4. Acid agent (มีความเป็นกรดสูง) จึงช่วยในการทำความสะอาดผิว ขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ และปรับค่าความเป็นกรดด่างของสบู่
เอนไซม์มะเฟือง ผลิตจากการหมักมะเฟืองกับน้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ เป็นเวลานานกว่า 2 ปี จึงนำสารละลายที่ได้มากรองเอาเฉพาะส่วนใส มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่ ซึ่งเอนไซม์มะเฟือง จะอุดมไปด้วย กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุ ช่วยในการขจัดเซลล์ผิว ส่งมอบอาหารผิว ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง ปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่น ใสขึ้นอย่างอ่อนโยน


ความรู้สึกของผู้ใช้
ผู้ทดลองคนที่ 1 “กลิ่นหอมน้ำผึ้งติดผิว ครึ่งวัน หอมอ่อนๆ รู้สึกดีมาก ๆ ค่ะ”
ผู้ทดลองคนที่ 2 “ครีมฟองละเอียด นุ่มผิว ผิวไม่แห้งค่ะ และรู้สึกผ่อนคลายจากกลิ่นหอมของน้ำผึ้ง”
ผู้ทดลองคนที่ 3 “รู้สึกไปใช้จนหมดก้อน แล้วทำให้ผิวเนียนนุ่มขึ้น และมีกลิ่นหอมติดกาย สิวที่หลังก็หายไปค่ะ”
ผู้ทดลองคนที่ 4 “ผมใช้กับหน้า รู้สึกหน้านุ่ม ลดความมัน แฟนผมชอบครับ เวลามาหอมแก้ม…..”

16 สิงหาคม 2556

สรรพคุณของเอนไซม์แบ่งตามรสของผลไม้ที่หมัก

น้ำหมักพลังเอนไซม์บำบัด หรือน้ำหมักเอนไซม์ชีวภาพ เพื่อการบริโภค ผลิตจากผลไม้หมักกับน้ำผึ้งดอกไม้ป่าความชื้นต่ำ และน้ำ ในอัตราส่วนการหมักด้วยกรรมวิธีตามธรรมชาติของ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงค์ โดยจะเน้นในการหมักผลไม้แต่ละชนิดแยกกัน แล้วจึงค่อยนำน้ำหมักเอนไซม์ที่ได้มาผสมรวมกันเป็นสูตรน้ำหมักผลไม้รวม แล้วนำไปหมักขยายเพื่อการบริโภคต่อไป

น้ำหมักพลังเอนไซม์บำบัด หรือ น้ำหมักเอนไซม์ชีวภาพเพื่อการบริโภค ตามหลักจะมีอายุการหมักตามมาตรฐานของ บ้านรักษ์สุขภาพ คือ 6 ปีขึ้นไป และมีการผสมสูตรของน้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้นานาชนิดกว่า 20 ชนิด เพื่อให้น้ำหมักพลังเอนไซม์บำบัดที่ มีคุณค่าทางวิตามิน แร่ธาตุ และเอนไซม์จากผลไม้นานาชนิดที่ครบถ้วน เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดย น้ำหมักพลังเอนไซม์บำบัด สูตร Multi Fruit Enzyme จะมีการผสมผสานน้ำเอนไซม์หมักจากผลไม้กว่า 20 ชนิด ที่มีรสชาดต่างๆ กัน ทำให้ได้สรรพคุณของน้ำหมักพลังเอนไซม์บำบัด ที่ครบถ้วน

ในวันนี้ บ้านรักษ์สุขภาพ จึงจะมาขอให้ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง รสชาด และสรรพคุณของผลไม้ตามหลักแพทย์แผนไทย เพื่อให้ท่านได้เข้าใจว่าทำไหมจึงจำเป็นต้องเลือกใช้ผลไม้นานาชนิด และที่มีรสชาดต่าง ๆ กัน เพราะรสที่ต่างกันมีสรรพคุณไม่เหมือนกัน ดังนี้

รสฝาด มีสรรพคุณ ช่วยสมาน ช่วยรักษาแผลในลำไส้ แก้ท้องร่วง พบในผลไม้เช่น เปลือกผลทับทิม เปลือกมังคุด ผลฝรั่ง ใบชา เป็นต้น

รสหวาน มีสรรพคุณ ซึมซาบไปตามเนื้อ ช่วยให้สดชื่น ชุ่มชื้น บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย เช่น น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ดอกคำฝอย เป็นต้น

รสเปรี้ยว มีสรรพคุณ กัดเสมหะ แก้ไข้ ฟอกเลือด แก้กระหาย ทำให้ผิวพรรณสดชื่น เช่น ส้ม มะนาว มะกรูด เป็นต้น

รสขม มีสรรพคุณ ช่วยกระตุ้นความยากอาหาร แก้ร้อนใน บำรุงน้ำดีและโลหิต เช่น เถาบอระเพ็ด ดอกขี้เหล็ก เป็นต้น

รสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณ แก้ลม จุกเสียด แน่นท้อง ช้ำบวม บำรุงธาตุ ช่วยย่อย เช่น ขิง ข่า กระชาย เป็นต้น

รสจืด มีสรรพคุณ แก้ทางปัสสาวะ แก้ไข้ ลดความร้อน ถอนพิษ เช่น รางจืด ใบตำลึง เป็นต้น

รสมัน มีสรรพคุณ แก้เส้นเอ็น บำรุงกำลัง ช่วยเพิ่มพลัง บำรุงไขข้อ เส้นเอ็น เช่น เมล็ดถั่ว งา ธัญพืช เมล็ดบัวหลวง เป็นต้น

รสหอมเย็น มีสรรพคุณ ทำให้ชื่นใจ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ บำรุงธาตุ เช่น ดอกมะลิ จำปี จำปา บัวบก กระดังงา เป็นต้น
-->
เมื่อเราเรียนรู้เรื่องของรสชาด สำหรับใช้ในการผสมน้ำเอนไซม์ให้ได้เอนไซม์ที่มีรสชาด และสรรพคุณตามต้องการได้ แต่อย่างลืมว่า ผลไม้แต่ละชนิด อาจมีรสชาดหลายรสชาดใน 1 ส่วนของผลไม้ เช่น ผลฝรั่ง มีทั้งรสฝาด รสหวาน เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น  เราต้องการน้ำเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อย ขับลม แก้ท้องอืด เป็นต้น เราก็ควร เลือก น้ำเอนไซม์ที่มาจากผลไม้ ที่มีรสชาดเผ็ดร้อน เช่น น้ำเอนไซม์ขิง ผสมกับน้ำเอนไซม์กระชาย ดำ แต่รสชาดที่ได้อาจไม่อร่อย ทานไม่ได้ เราก็สามารถแต่งรสชาด โดยผสม น้ำเอนไซม์จากใบตำลึงลงไปเพื่อให้ลดเผ็ดน้อยลง และแต่งกลิ่นกับรสด้วยรสหวาน โดยเติมน้ำผึ้งก่อนรับประทาน หรือแต่งกลิ่นโดยเติม เอนไซม์ที่หมักดอกไม้เช่นดอกมะลิลงไปด้วยก็ได้

ทำให้เราได้สูตรน้ำหมักพลังเอนไซม์บำบัด เพื่อการย่อย ของตนเอง ค่ะ