มังคุด (Mangosteen) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Garcinia mangostana Linn.
มังคุด เป็นผลไม้ที่คุณค่าทางโภชนาการ และใช้เป็นยาได้
ด้วยความที่เปลือกมังคุด มีสารแทนนินอยู่สูงถึงร้อยละ 7.14 ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยฝาดสมานแผล อีกทั้งยังมีสารแซนโทนมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidants) ช่วยลดการอักเสบ และมีสารแมงโกสติน (Mangostin) มีฤทธิ์เป็น Anti-septic หรือช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียนที่ทำให้เกิดหนอง ช่วยลดการอักเสบ จึงมักใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง ผื่นตุ่มคัน แม้แต่สิว ฝ้า ก็ใช้ได้ดี
และมีรายงานวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของเปลือกมังคุดไว้ว่า ...
เมื่อวิจัยเปรียบเทียบน้ำคั้นจากเปลือกมังคุดกับน้ำผลไม้อื่น ๆ พบว่า มังคุดมีฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระมากกว่า แครอท ราสเบอรรี่ บลูเบอรรี่ และทับทิม
ซึ่งสารอนุมูลอิสระ (free radicals) เป็นโมเลกุลที่เกิดขึ้นจากกระบวนการลูกโซ่ (chain reaction) ของปฎิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ดังนั้นร่างกายจึงต้องหาทางป้องกันการโดนทำลายจากอนุมูลอิสระ โดยสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตนเอง คือระบบแอนติออกซิแดนท์ (antioxidants) อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายมีภาวะที่ปริมาณสารอนุมูลอิสระมีมากเกินกว่า ระบบแอนติออกซิแดนท์ของร่างกายจะจัดการได้ จะเกิดภาวะเครียดขึ้น (oxidative stress) ก่อให้เกิดผลเสียต่อเซลล์ และการทำลายเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุ ของการแก่ (aging) และรุนแรงไปถึงการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น การ กระตุ้นให้เกิดไขมันสะสมในหลอดเลือดนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดตีบ โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน(autoimmune disease) รวมไปถึงโรคมะเร็ง (cancer) เป็นต้น
สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) จะไปทำลายฤทธิ์ของสารอนุมูลอิสระโดยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากร่างกายสามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้เองตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว จากวิตามิน แร่ธาตุ และออกซิเจนในร่างกาย
ซึ่งปกติเราจะได้รับ สารต้านอนุมูลอิสระจากผักและผลไม้ที่เรารับประทานเข้าไป สำหรับใน มังคุด ซึ่งมีสารแซนโทนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรง (potent antioxidants) และพบได้มากในเปลือกมังคุด
ในปัจจุบันจึงมีการศึกษาวิจัยถึงประโยชน์ของสารแซนโทนจากเปลือกมังคุดในเรื่อง ผลของฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารแซนโทน ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชันของLDL ซึ่งเป็นคลอเลสเตอรอลตัวร้าย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (cardiovascular disease) เป็นต้น
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า
สำหรับน้ำหมักเอนไซม์จากมังคุด ทาง บ้านรักษ์สุขภาพ จะแยกหมัก เป็น 2 ถังคือ
1. ส่วนของเนื้อมังคุด สีขาว รสหวาน ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดย เนื้อมังคุด 100 กรัม ให้พลังงาน 76 แคลลอรี่ มีโปรตีน 0.5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 18.4 กรัม ใยอาหาร 1.7 กรัม และยังมีแร่ธาตุสูง เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบีหนึ่ง บีสอง และไนอาซิน ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และในเนื้อมังคุด เราก็พบสารแซนโทนอยู่บ้าง แต่ไม่มากเท่าในเปลือกมังคุด ซึ่งน้ำเอนไซม์จากเนื้อมังคุดที่ได้ มีประโยชน์ ดังนี้
- ลดอาการอ่อนเพลีย ต้านอาการเมื่อยล้า (ให้พลังงาน)
- ป้องกันอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ (ให้พลังงาน)
- ป้องกันโรคอ้วน (ช่วยลดน้ำหนัก)
- ป้องกันโรคข้อเสื่อม (มีแคลเซียมสูง)
- ป้องกันโรคกระดูกผุ (มีแคลเซียมสูง)
- ป้องกันโรคอ้วน (ช่วยลดน้ำหนัก)
- ป้องกันโรคข้อเสื่อม (มีแคลเซียมสูง)
- ป้องกันโรคกระดูกผุ (มีแคลเซียมสูง)
- ระงับอาการกดประสาท (ลดความเครียด)
- เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค- ชะลอความชรา
- ต้านอนุมูลอิสระ
- ต้านเชื้อไวรัส
- ต้านเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น
วิธีการทำน้ำหมักเอนไซม์มังคุด
1. เนื้อมังคุดแกะเปลือกออก 3 กิโลกรัม
2. น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ 1 กิโลกรัม
3. น้ำดื่มสะอาด 10 กิโลกรัม
นำทั้ง 3 ส่วน ผสมใส่ลงในภาชนะปิดสนิท เช่น แก้ว หรือถังพลาสติกชนิดทนกรด (ถังน้ำดื่มอย่างดี พลาสติกมีคำว่า PET เกรดทนกรดได้) ปิดฝาให้สนิท แล้วตั้งทิ้งไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก แต่ไม่โดนแดด ในช่วงแรก อาจต้องคอยมาเปิดฝาคลายก๊าซที่เกิดขึ้นในขบวนการหมักบ้าง หมักจนอายุครบ 1 ปี สามารถดูดเอาน้ำใส หรือ เอนไซม์มังคุด ออกมาขยาย เพื่อรับประทานได้
2. ส่วนของเปลือกมังคุด รสฝาด ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ที่กล่าวมาแล้วในตอนต้นนั้น มีรายงาน ประโยชน์ของ น้ำหมักเอนไซม์จากเปลือกมังคุด ดังนี้
- ป้องกันการระคายเคือง อักเสบ
- ต้านการเกิดแผลในปาก
- ลดอาการกังวล ความเครียด
- ลดภาวะสมองเสี่อม ช่วยป้องกันความผิดปกติของสมอง
- ป้องกันการเกิดเนื้องอกและมะเร็ง
- เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค
- ชะลอความชรา
- ต้านอนุมูลอิสระ
- ต้านเชื้อแบคทีเรีย
- ต้านเชื้อรา
- ลดไขมันที่ไม่ดีในเส้นเลือด (ลด L.D.L.)
- ป้องกันเส้นเลือดแดงแข็งตัว
- ป้องกันโรคหัวใจ
- ป้องกันความดันต่ำ
- ป้องกันโรคอ้วน (ช่วยลดน้ำหนัก)
- ป้องกันโรคข้อเสื่อม
- ป้องกันโรคกระดูกผุ
- ป้องกันโรคภูมิแพ้
- ป้องกันอาการท้องร่วง
- ต้านการเกิดแผลในปาก
- ลดอาการกังวล ความเครียด
- ลดภาวะสมองเสี่อม ช่วยป้องกันความผิดปกติของสมอง
- ป้องกันการเกิดเนื้องอกและมะเร็ง
- เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค
- ชะลอความชรา
- ต้านอนุมูลอิสระ
- ต้านเชื้อแบคทีเรีย
- ต้านเชื้อรา
- ลดไขมันที่ไม่ดีในเส้นเลือด (ลด L.D.L.)
- ป้องกันเส้นเลือดแดงแข็งตัว
- ป้องกันโรคหัวใจ
- ป้องกันความดันต่ำ
- ป้องกันโรคอ้วน (ช่วยลดน้ำหนัก)
- ป้องกันโรคข้อเสื่อม
- ป้องกันโรคกระดูกผุ
- ป้องกันโรคภูมิแพ้
- ป้องกันอาการท้องร่วง
ที่มา: คณะแพทย์ศาสตร์ เชียงใหม่
น้ำหมักจากเปลือกมังคุด ที่นิยมใช้จริงในผู้บริโภคของ บ้านรักษ์สุขภาพ คือ ใช้น้ำหมักจากเปลือกมังคุดอายุ 4 ปี มาทา รักษา แผลพุพอง แผลเน่าเปื่อย เป็นหนอง โรคสะเก็ดเงิน SLE แผลกัดเท้า
และบริโภคน้ำหมักเอนไซม์จากเปลือกมังคุดอายุ 6 ปี ช่วยแก้อาการท้องเสีย ท้องร่วง บิด ลดอาการปวดจากข้อเสื่อม กระดูกผุ ป้องกันการเกิดเนื้องอก มะเร็ง เป็นต้น
ซึ่งมีวิธีการหมัก ดังนี้
วิธีการทำน้ำหมักเอนไซม์มังคุด
1. เปลือกมังคุดที่ล้างเอาฝุ่น ผง ตะกอนออก ผึ่งให้แห้ง 3 กิโลกรัม
2. น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ 1 กิโลกรัม
3. น้ำดื่มสะอาด 10 กิโลกรัม
นำทั้ง 3 ส่วน ผสมใส่ลงในภาชนะปิดสนิท เช่น แก้ว หรือถังพลาสติกชนิดทนกรด (ถังน้ำดื่มอย่างดี พลาสติกมีคำว่า PET เกรดทนกรดได้) ปิดฝาให้สนิท แล้วตั้งทิ้งไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก แต่ไม่โดนแดด ในช่วงแรก อาจต้องคอยมาเปิดฝาคลายก๊าซที่เกิดขึ้นในขบวนการหมักบ้าง หมักจนอายุครบ 4 ปี สามารถดูดเอาน้ำใส หรือ เอนไซม์มังคุด ออกมาขยาย เพื่อรับประทานได้ สำหรับถังหมักเปลือกมังคุด จะมีอัตราการเกิดวุ้นจากเปลือกมังคุดสูงมาก เพียง 1 - 3 เดือนแรก หากวุ้นมีความหนาประมาณ 1/2 - 1 นิ้ว ซึ่งสามารถนำมาแช่ในน้ำผึ้ง เพื่อรับประทานได้ มีคุณค่าทางโภชนาการ และยาสูง เหมือนกับเอนไซม์จากเปลือกมังคุด แต่วุ้นจากเปลือกมังคุด เป็นใยอาหารที่ช่นิดเดียวกับ คลอลาเจนจากพืช ช่วยปรับสมดุลการขับถ่าย ลดอาการท้องผูก ป้องกันอาการท้องร่วง ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าเนียนใส ไร้สิว ฝ้า เมื่อรับประทานเป็นประจำ
วิธีการรับประทาน วุ้นจากน้ำหมักมังคุด
เมื่อวุ้นมีขนาดหนาสัก 1/2 นิ้ว ขึ้นไป สามารถตัดแยกออกมา แช่ลงในน้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ เป็นเวลา 3 เดือน แล้วรินเอาเฉพาะ น้ำผึ้งออก ซึ่ง จากน้ำผึ้งที่เหนียว ๆ จะใสขึ้น มีรสหวานอมเปรี้ยว ให้แยกเก็บไว้ รับประทานทุกเช้า เย็น ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแช่ ทำให้ขับถ่ายดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
และเมื่อแช่วุ้นในน้ำผึ้ง ครบ 3 ครั้ง สามารถ นำวุ้นนั้น มาปั่นผสมในน้ำผลไม้รับประทานได้ หรือตัดเป็นชิ้นเล็ก ขนาดพอคำ รับประทานทุกวัน เพิ่มแคลเซียม และคลอลาเจนให้กับร่างกาย
ปล. ทางบ้านรักษ์สุขภาพ มีจำหน่าย น้ำหมักเอนไซม์จากเปลือกมังคุด และวุ้นแบ่งจำหน่ายในจำนวนจำกัดเท่านั้น สนใจติดต่อสอบถามผ่านทางไลน์ได้ ค่ะ line id:tu-bgood (มีจำนวนจำกัด เท่านั้น)
