ด้วยความมุ่งหวังในการถ่ายทอด การทำน้ำหมักเอนไซม์ เพื่อชีวิตที่ดีของคนไทย จึงมีการถ่ายทอด การทำน้ำหมักเอนไซม์ เพื่อบริโภคให้กับผู้สนใจอย่างแพร่หลาย ด้วยสูตรง่าย ๆ ทำเองได้ที่บ้าน เพียงเน้นความสะอาด และความเข้าใจขั้นพื้นฐานเพียงเล็กน้อย...
เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์ง่าย ๆ ดังนี้
1. ถังหมัก ที่ล้างทำความสะอาดแล้ว จะเป็นแก้ว หรือพลาสติก ที่ทนกรดได้ (ใต้ขวดหรือถังพลาสติกต้องมีคำว่า PET แสดงว่าทนกรด หรือเป็นเนื้อ พอลิสไตรีน Polystyrene) และต้องมีฝาปิดสนิท
2. ตาชั่ง หรือ ถ้วยตวง เพื่อให้ได้สัดส่วนของส่วนผสมที่ได้มาตรฐานที่ถูกต้อง หากไม่มีจริง ๆ ก็จะใช้สัดส่วนของภาชนะ หรือถังหมักแทนได้
3. น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ หรือน้ำผึ้งดอกไม้อะไรก็ได้ แต่ควรมีความชื้นต่ำ และอายุเก็บไม่เกิน 2 ปี
4. ผลไม้ 1 ชนิด ล้างทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นพอเหมาะ ไม่ต้องใหญ่ หรือเล็กเกินไป
วิธีการทำน้ำหมักเอนไซม์เพื่อการบริโภค
เราจะใช้อัตราส่วนการหมักพื้นฐาน คือ
ผลไม้ 3 ส่วน น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ 1 ส่วน และ น้ำดื่มสะอาด 10 ส่วน
1. ใส่ผลไม้ที่หั่นแล้วลงในถังหมัก (จะใช้ถังขนาด 15 - 20 กิโลกรัม) โดยการชั่งหรือตวงให้ได้ 3 ส่วน หรือ 3 กิโลกรัม
2. เติมน้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำลงไป 1 ส่วน หรือ 1 กิโลกรัม
3. ใส่น้ำดื่มสะอาดลงไป 10 ส่วน หรือ 10 กิโลกรัม โดยจะเหลือพื้นที่ว่างมีอากาศอยู่ประมาณหนึ่ง
เพื่อป้องกันการเกิดแรงดัน หรือการขยายตัวของผลไม้ที่หมัก ไม่ให้ล้นออกจากถังหมักได้
จากนั้น ไม่จำเป็นต้องเขย่า หรือคนให้เข้ากัน สามารถปิดฝา แล้วตั้งทิ้งไว้ได้เลย อย่าลืม ทำป้ายติดข้างถังหมัก เขียนชื่อผลไม้ที่หมัก วันเดือนปี ที่หมัก เพื่อจะได้นับอายุการหมักได้
ทำการหมักไปเรื่อย ๆ จนครบ 3 เดือน ลองชิมน้ำหมักส่วนที่ใสดู ถ้ายังมีรสหวาน น้ำยังไม่ใส (น้ำขุ่น) ให้หมักต่อไปเรื่อย ๆ จนครบ 6 เดือน แล้วชิมอีกครั้ง หากน้ำใสแล้ว มีรสเปรี้ยว ไม่มีรสหวาน สามารถดูดส่วนน้ำใส ที่เป็น น้ำเอนไซม์ หรือเรียกว่า (Ionic Plasma) โดยการลักน้ำ หรือดูดออกด้วยสายยาง
ไม่แนะนำให้ใช้ตัก หรือเท เพราะจะทำให้น้ำเอนไซม์ที่ได้ขุ่น มีการปนเปื้อนได้ง่าย
โดยนำส่วนน้ำใส หรือน้ำเอนไซม์ที่ได้นี้ มาทำการหมักขยาย เพื่อเพิ่มปริมาณได้ ดังนี้
การหมักขยายน้ำหมักเอนไซม์เพื่อการบริโภค ใช้อัตราส่วน ดังนี้
1. ส่วนน้ำใสหรือน้ำเอนไซม์ที่ได้ 1 ส่วน น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ 1 ส่วน และ น้ำสะอาด 10 ส่วน
หรืออีกอัตราส่วนหนึ่ง คือ
2. ส่วนน้ำใส หรือน้ำเอนไซม์ 3 ส่วน น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ 1 ส่วน และน้ำสะอาด 10 ส่วน
หรือ อีกอัตราส่สวนคือ
3. ส่วนน้ำใส หรือน้ำเอนไซม์ 3 ส่วน น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ 1 ส่วน และน้ำสะอาด 5 ส่วน
แล้วแต่ความต้องการของผู้หมักว่าจะอยากได้เอนไซม์เพื่อการบริโภคในความเข้มข้นแบบไหน
เมื่อทำแล้ว หมักต่อไปจนครบ 6 เดือน หรือ 1 ปี ขยายต่อไปได้อีก 3 ครั้งค่ะ
หากไม่ต้องการหมักขยายเอนไซม์ในช่วงอายุน้อย ๆ แนะนำถังแม่ (ถังหมักที่มีผลไม้อยู่)
ให้หมักจนครบ 1 ปี แล้วเติมน้ำผึ้งลงไป ครึ่งส่วน (จากเดิม 1 ส่วน) แล้วหมักต่อไปอีก 1 ปี แล้วเติมน้ำผึ้งลงไปอีกครึ่งส่วน จนครบ 3 ปี แล้วตั้งทิ้งไว้โดยไม่ต้องเติมน้ำผึ้งอีก
จะให้เอนไซม์มีอายุเท่าไร 6 ปี 10 ปี 20 ปี ก็ขึ้นกับความต้องการของผู้หมัก
ส่วนกากของผลไม้ที่มีการเอาน้ำส่วนใสเอนไซม์ออกไปแล้ว
สามารถนำกากผลไม้ที่เหลือมาหมักต่อได้ โดยเติม น้ำผึ้งลงไป 1 กิโลกรัม และน้ำดื่มสะอาด 10 ส่วนลงไป หมักต่อไปอีก 1 ปี แล้วสามารถนำมาหมักขยายต่อได้ ดังอัตราส่วนข้างต้น
เมื่อหมักไปนาน ๆ จากกากของผลไม้ กลายเป็นผง สามารถกรองเอาผงตะกอกมาเก็บไว้เป็นหัวเชื้อแบบผงได้ ใช้ใส่ลงในถังหมักอื่น ๆ เพื่อเป็นหัวเชื้อ หรือจะนำมาหมัก ตามสูตร ดังนี้
กากผลไม้ที่เป็นผง (แบบเปียก) 1 ถ้วยตวง ผลไม้ 10 กิโลกรัม น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ 1 กิโลกรัม และน้ำดื่มสะอาด 10 กิโลกรัม หมักจนเกิดเป็นน้ำใส แล้วนำมาขยายต่อได้
เมื่อได้น้ำหมักเอนไซม์เพื่อการบริโภค ในอายุที่เราพอใจแล้ว อยากนำมารับประทาน ห้าม หรือ ไม่แนะนำให้รับประทานจากถังหมักทันที แต่ให้นำมาทำการผสมน้ำหมักเอนไซม์สำหรับดื่มก่อน ดังนี้
การผสมน้ำหมักเอนไซม์เพื่อการบริโภคสำหรับดื่ม
น้ำหมักเอนไซม์ส่วนใส อายุที่ต้องการ 1 ส่วน น้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ (ความเป็นความชื้นต่ำเท่านั้น) 1 ส่วน และ น้ำสะอาด 10 ส่วน สามารถรับประทานได้ทันที หรือ หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 เดือน (โดยเฉพาะกรณีที่ใช้น้ำผึ้งธรรมดาควรหมักทิ้งไว้ 3 -6 เดือน) แล้วนำมารับประทานเพื่อสุขภาพได้
ลองทำดูนะค่ะ หากมีข้อสงสัยต้องการสอบถาม หรือมีปัญหาในการหมัก สามารถสอบถามมาได้ที่ คุณตู๋ tusora@gmail.com หรือ www.facebook.com/friutenzyme ได้ค่ะ

