คำถามที่มักได้ยินคือ ฉันสุขภาพดี ไม่ป่วยเป็นอะไร ทานเอนไซม์ได้ไหม ?????
หรือ .... ฉันป่วยเป็นโรค... เอนไซม์ช่วยได้ไหม?????
ก่อนจะตอบคำถามเหล่านี้ ขออธิบายให้ทุกคนเข้าใจกันก่อนดีไหมว่า เอ็นไซม์... คืออะไร และชีวิตมนุษย์เราขาดเอ็นไซม์ได้ไหม ขาดแล้วจะเป็นอะไร
เอนไซม์ เป็นกลุ่มของโปรตีน ที่ทำหน้าที่ในการช่วยย่อยอาหาร ให้เป็นสารอาหารขนาดเล็ก และช่วยในการดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อไปสร้างกล้ามเนื้อ ผลิตฮอร์โมน สร้างระบบภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ซึ่งในกลไกต่าง ๆ นั้น ต้องใช้ เอนไซม์ และโคเอนไซม์ (วิตามิน และแร่ธาตุ) ในกระบวนการทั้งสิ้น
ถ้าหากเอนไซม์ในร่างกายมีไม่เพียงพอ จะก่อให้เกิดภาวะความเสื่อม เซลล์ทำหน้าที่ได้ไหม่สมบูรณ์ มีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคเรื้อตังต่าง ๆ ได้ง่ายมาก ภาวะการขาดเอนไซม์ มีได้หลายสาเหตุ โดยเฉพาะ สาเหตุของอายุที่มากขึ้น จะส่งผลให้ร่างกายผลิตเอ็นไซม์ได้น้อยลง การขาดแคลนเอนไซม์เมื่ออายุมากขึ้นจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
สรุปคือ เอ็นไซม์สำคัญกว่า ออกซิเจน เสียอีก หากไม่มีเอนไซม์ เซลล์ก็จะไม่สามารถสร้างได้ ไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ความต้านทานโรคก็จะลดลง ความเสื่อมโทรมก็จะเข้ามา ทำให้เกิดภาวะโรคเรื้อรัง โรคแห่งความเสื่อมก็เข้ามาเยือน
เมื่อเข้าใจความสำคัญของเอ็นไซม์แล้ว เรามาดูกันว่า แพทย์ทางเลือกได้แนะนำไว้ว่าผู้ที่ควรใช้เอ็นไซม์ในการเสริมสุขภาพ คือ กลุ่มคนแบบใดบ้าง
1. ผู้ที่ต้องการให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ
2. ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ติดเชื้อง่าย เจ็บไข้ได้ป่วยบ่อย ๆ
3. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหาร ท้องอืด ท้องผูก อาหารไม่ย่อย
4. ผู้ป่วยก่อน และหลังการผ่าตัด ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และทำให้แผลหายเร็ว ลดอาการติดเชื้อ หรือการอักเสบ
5. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เอนไซม์ช่วยลดการทำงานของตับ
6. ผู้ที่มีอาการเบื่ออาหาร เอนไซม์ช่วยกระตุ้นความยากอาหาร
7. ผู้มีอาการติดเชื้้อ ทำให้ร่างกายเจ็บ ๆ ออด ๆ แอด ๆ
8. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น ตกใจง่าย กระปรกกระเปรี้ย ไม่มีแรง
9. ผู้ที่เป็นโรคความเสื่อม เช่น โรคเบาหวาน ความดันสูง โรคไต เป็นต้น
การแพทย์องค์รวมทางตะวันตก ได้มีการนำ เอนไซม์บำบัด ไปใช้ในการฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยเกี่ยวกับระบบต่าง ๆ ร่วมกับการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันอย่างได้ผล
1. ระบบเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ เช่น ไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจ โดยไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดการทำงานของระบบหัวใจ ลดความเหนียวข้นของเลือด
2. ระบบทางเดินอาหาร ช่วยในการย่อยและการขับถ่าย เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้อักเสบ โรคริดสีดวงทวาร อาการท้องผูก อาหารไม่ย่อย โรคนิ่ว โรคถุงน้ำดีอักเสบ โรคไตอักเสบ โรคไตวายเรื้อรัง โรคตับ โรคต่อมลูกหมากโต
3. ระบบทางเดินหายใจ ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคไซนัสอักเสบ โรคหลอดลมอักเสบ โรคปอด โรคหอบ หืด โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคหัด
4. ระบบผิวหนัง เช่น โรคกลาก เกลื้อน โรคผิวหนังอักเสบ เป็นสิว ฝ้า จุดด่างดำ แผลสด ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลในปาก สะเก็ดเงิน
5. ระบบกล้ามเนื้อ และกระดูก เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ อาการปวดเมื่อย โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเก็าต์ โรคกระดูกอักเสบ โรคไขข้ออักเสบ รูมาติซึม
6. ระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคเบาหวาน โรคต่อมไร้ท่ออักเสบ
7. ระบบสืบพันธุ์ เช่น อาการประจำเดือนผิดปกติ รังไข่ หรือมดลูกอักเสบ
8. ระบบเม็ดเลือดแดง เช่น โรคโลหิตจาง โรคลูคิเมีย เป็นต้น
จากบทความข้างต้น คงพอตอบคำถาม หรือข้อสงสัยได้เบื้องต้นแล้ว ก่อนที่คุณจะตัดสินใจหันมาดูแลสุขภาพของคุณด้วยการเลือก ทานเอนไซม์เพื่อเสริมสุขภาพ นะค่ะ
สงสัยหรือมีคำถาม สามารถถามมาได้ที่ คุณตู๋ tusora@hotmail.com