หลังจากจบปริญญาตรี ก็ไปเป็นอาสาสมัครขึ้นไปทำงานบนเขาค้อ ซึ่งขณะนั้น ยังมีปัญหาการสู้รบระหว่าง ทหาร กับ คอมมิวนิสต์ ตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็กของกองทัพภาคที่ 3 ช้าวบ้านบนเขาค้อ มีสภาพที่ไม่มีกิน เสื้อผ้าไม่ค่อยมีใส่ เป็นอาสาช่วยเด็ก ๆ ชาวเขา ทำงานโดยไม่มีเงินเดือน พี่ ๆ ทหารแชร์ให้กัน ทีแรกคุณหมอจะอยู่แค่ปีเดียว เพื่อเก็บข้อมูล แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ทำอยู่นานถึง 4 ปี และได้ทุนไปเรียนต่อประเทศอิสราเอล
ใน พ.ศ.2526 นานหนึ่งปี กลับมาก็มาร่วมงานกับกองทัพภาคที่ 3 ตอนนั้นคุณหมอทำวิจัยเรื่องการศึกษา ให้กับเด็ก ชนบท เป็นงานวิจัยระหว่างที่เรียนปริญญาโท หลังจากนั้น ก็ได้ทุนไปเรียนต่อที่สวิสเซอร์แลนด์ เป็นทุนขององค์กรชื่อ Moral RE-Armanent (MRA) เป็นองค์กรที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดสันติภาพขึ้นในโลก และก็เป็นสมาชิก พูลไทม์ ทำงานให้องค์กรนี้ด้วย หลังจากเรียนจบ ก็กลับเมืองไทยทันที เพื่อประชุมสันติภาพในเมืองไทย แล้วก็บินไปสวิส แล้วก็กลับมาเมืองไทยอีก ก็เริ่มช่วยคนเป็นอัมพาตแถวสำโรง จ.สมุทรปราการ โดยวิธีฟังเข็มและคุมอาหาร ก็หาย ก็มีคนไข้มาให้รักษาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ต้องเปิดเป้นบ้านสุขภาพ รักษากันเป็นเรื่องเป็นราว
วิธีการรักษาของคุณหมอ มีด้วยกัน 2 แบบ คือ ผังเข็มเพื่อปรับความสมดุลของร่างกาย และบำบัดด้วยอาหาร อากาศ และอารมณ์ ซึ่งผู้มารับการบำบัด ต้องเปลี่ยนมา รับประทานอาหารตา
ข้อคิดจาก ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์
เมื่อตนเอง พึ่งตนเองได้ ฉันใด
ตนย่อมเป็น ที่พึ่งใคร ๆ ได้ ฉันนั้น
ตนผ่องใส ได้ระเบียบมาก ฉันใด
ตนย่อมให้ ความสว่างได้ ฉันนั้น
ตนไร้ระเบียบมาก ฉันใด
ตนจะไร้ที่พึ่งพามาก ฉันนั้น
จงจัดระเบียบตนให้ได้มาก เข้าไว้
ตนจะได้ระเบียบมาก ขึ้นไป
เมื่อระเบียบมีปัญญามาหา ทรัพย์ได้
ไม่หวั่นไหว ต่อเภทภัย นานาประการ
ความจน คือ สภาวะที่ร่ำรวยที่สุดของปัญญา
ความลำบาก คือ สภาวะที่ดีที่สุด ของความเพียร
ความไม่ขัดใจ คือ สภาวะที่ดีที่สุด ของความอดทน
การให้ คือ สภาวะที่ดีที่สุด ของอิสรภาพ
การให้อภัย คือ สภาวะที่ดีที่สุด ของความมั่นคง
การเมตตา คือ สภาวะที่ดีที่สุด ของความงาม
ความอ่อนโยน คือ สภาวะที่ดีที่สุด ของความร่ำรวย....



