อาการปวด เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือของร่างกายผ่านการทำงานของระบบประสาท บ่งบอกให้เรารู้ว่า ร่างกายมีการสะสมคั่งค้างของของเสียจำนวนมากอยู่ตามเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย และเซลล์มีภาวะอ่อนแอ จนไม่สามารถขับเอาของเสียเหล่านั้นออกจากร่างกายได้หมด ส่งผลให้ระบบการทำงานของเซลล์ อวัยวะต่าง ๆ และร่างกายเสียสมดุล ซึ่งเป็นที่มาของการเกิดอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
นอกจากนี้ หากเราปล่อยให้ร่างกายยังคงคั่งค้างของเสียต่อไป เซลล์และอวัยวะต่าง ๆ จะเกิดการอักเสบอ่อนแอลง และเกิดโรคภัยต่าง ๆ ตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคปวดเมื่อยเรื้อรัง โรคความดันสูง โรคมะเร็ง....
ของเสียที่คั่งค้างในเซลล์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ตามปกติแล้ว ส่วนใหญ่ที่รู้ ๆ กัน ก็คือ อาหารที่เรารับประทานเข้าไป อีกทั้งความเครียด และการติดเชื้อ ซึ่งการรักษาอาการปวดนั้น ส่วนมากเมื่อเกิดอาการปวดเมื่อใด
ส่วนใหญ่มักจะรับประทานยาแก้ปวด ซึ่ง ยาแก้ปวด จะได้ผลเสียบรรเทาอาการปวดในระยะสั้น ๆ เท่านั้น โดยยาแก้ปวดจะไปกดการทำงานของระบบประสาทส่วนที่ส่งสัญญาณการปวดให้ปวดน้อยลง เมื่อหมดฤทธิ์ยา อาการปวดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ดังนั้น การรับประทานยาแก้ปวด มิได้รักษาอาการปวดอย่างแท้จริง สาเหตุ และปัญหาของอาการปวดก็ยังคงค้างอยู่ในร่างกายของเรา และการที่เราใช้ยาแก้ปวดบ่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ยังส่งผลให้อวัยวะ ตับ และไต ทำงานหนักอีกด้วย เพราะนอกจากต้องขับเอาของเสียจากเซลล์ของร่างกายออกแล้ว ยังต้องมาขับเอายาที่ตกค้างออกจากร่างกายอีกด้วย ส่งผลให้เซลล์ และอวัยวะยิ่งทำงานหนักยิ่งขึ้น ดังนั้น วิธีการรักษาอาการปวดที่ดีที่สุดคืออะไร.....
7 วิธีง่าย ๆ ล้างพิษลดอาการปวด
1. การดื่มน้ำสะอาดในอุณหภูมิห้องบ่อย ๆ ให้ได้วันละ 2-3 ลิตร น้ำจะช่วยชะล้างของเสียออกจากเลือดและเซลล์ได้2. การดื่มน้ำผลไม้สดเพื่อล้างพิษขับของเสียออกจากร่างกาย เนื่องจากผลไม้อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนท์ซ ซึ่งช่วยในการขจัดของเสียออกจากร่างกายและลดอาการอักเสบในร่างกายได้
3. การออกกำลังกายแบบยึดเส้น คลายกล้ามเนื้อ วันละ 20-60 นาที เช่น โยคะ กายภาพ เป็นการกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิต และกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดได้คลาย ทำให้บริเวณที่ปวดเลือดไหลเวียนดีขึ้น เซลล์ได้รับออกซิเจนเพียงพอ และขับของเสียออกจากเซลล์ ลดอาการอักเสบ แต่ไม่ควรออกกำลังกายแบบหักโหมจนเกิดกล้ามเนื้อบาดเจ็บ
4. การรับประทานผักผลไม้ที่มีกากใยให้เพียงพอ เพราะกากใยในผักผลไม้ จะช่วยในการทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ช่วยลดการเกิดของเสียเพิ่มในกระแสเลือดได้
5. การคิดในเชิงบวก พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นการลดความเครียด ลดการเสียของเสียในเลือด เพราะเมื่ออารมณ์ดี ต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมน เอนโดฟิน ออกมา มีฤทธิ์ในการบรรเทาปวดได้ดี
6. การนั่งสมาธิ พบว่าทำให้จิตสงบนิ่ง ร่างกายกล้ามเนื้อผ่อนคลาย อวัยวะต่าง ๆ ได้พักผ่อน และเกิดภาวะหลั่งฮอร์โมนเอนโดฟิน ซึ่งเป็นวิธีการระงับปวดที่มีประสทิธิภาพที่ดีที่สุด
7. การทำดีท๊อกซ์สวนลำไส้ เพื่อทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ลดการสะสมของของเสียในร่างกาย และช่วยให้ของเสียถูกขับออกมาจากร่างกายอีกทางหนึ่ง
เพียง 7 วิธีง่าย ๆ ในการลดอการปวด ที่คุณทำได้เองทุกที่ทุกวัน...
หากคุณเป็นหนึ่งที่พบกับปัญหาปวดเมื่อยเรื้อรังเป็นประจำ และต้องการดูแลสุขภาพ ลดความเสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ ด้วยหลักการแพทย์แผนไทยแบบธรรมชาติบำบัด
ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงค์ ได้มีการหมักน้ำพลังเอนไซม์บำบัดจากผลไม้นานาชนิด กับน้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ ที่อุดไมไปด้วย วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ และเอนไซม์ ที่ช่วยปรับสมดุลย์ของร่างกาย ขจัดของเสียออกจากในเลือด ลำไส้ใหญ่และ ตับ ซึ่งเป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดเมื่อย และโรคร้ายเรื้อรังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง ความดัน หัวใจ เบาหวาน เป็นต้น
น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้นสำหรับดีท๊อกซ์ หรือน้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้มากกว่า 20 ชนิด อาทิเช่น แอปเปิ้ล สับปะรด องุ่น สตอเบอร์รี่ กล้วย เป็นต้น ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีคุณสมบัติ ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง ผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติอย่างพิถีพิถันนานนับ 10 ปี นำมาบรรจุในขวดแก้วกรองแสง อย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อคงคุณค่าไว้อย่างเต็มเปี่ยม จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ “น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น (Premier Fruit Enzyme)” ที่ให้คุณค่าการต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยในการขจัดของเสียในร่างกาย และช่วยส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมได้ในระยะยาว
การดูแลสุขภาพให้เตรียมพร้อมรับความท้าทายในชีวิต เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ “สุขภาพดี ชีวิตดียิ่งกว่า”
น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น Premier Fruit Enzyme
ขนาด 178 ml
ราคา 500 บาท
โปรโมชั่นพิเศษวันนี้ ซื้อ 6 แถม 1 เพียง 3000 บาทถ้วน (ไม่รวมค่าจัดส่ง)
สนใจสั่งซื้อสินค้าได้ที่ ไลน์ tu-bgood หรือ อีเมล์ tusora@gmail.com









