google.com, pub-8763358055991640, DIRECT, f08c47fec0942fa0

10 กรกฎาคม 2558

7 วิธีง่าย ๆ ล้างพิษลดอาการปวด (7 Detoxification of reduces pain)


อาการปวด เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือของร่างกายผ่านการทำงานของระบบประสาท บ่งบอกให้เรารู้ว่า ร่างกายมีการสะสมคั่งค้างของของเสียจำนวนมากอยู่ตามเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย และเซลล์มีภาวะอ่อนแอ จนไม่สามารถขับเอาของเสียเหล่านั้นออกจากร่างกายได้หมด ส่งผลให้ระบบการทำงานของเซลล์ อวัยวะต่าง ๆ และร่างกายเสียสมดุล ซึ่งเป็นที่มาของการเกิดอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

นอกจากนี้ หากเราปล่อยให้ร่างกายยังคงคั่งค้างของเสียต่อไป เซลล์และอวัยวะต่าง ๆ จะเกิดการอักเสบอ่อนแอลง และเกิดโรคภัยต่าง ๆ ตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคปวดเมื่อยเรื้อรัง โรคความดันสูง โรคมะเร็ง....

ของเสียที่คั่งค้างในเซลล์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ตามปกติแล้ว ส่วนใหญ่ที่รู้ ๆ กัน ก็คือ อาหารที่เรารับประทานเข้าไป อีกทั้งความเครียด และการติดเชื้อ ซึ่งการรักษาอาการปวดนั้น ส่วนมากเมื่อเกิดอาการปวดเมื่อใด

ส่วนใหญ่มักจะรับประทานยาแก้ปวด ซึ่ง ยาแก้ปวด จะได้ผลเสียบรรเทาอาการปวดในระยะสั้น ๆ เท่านั้น โดยยาแก้ปวดจะไปกดการทำงานของระบบประสาทส่วนที่ส่งสัญญาณการปวดให้ปวดน้อยลง เมื่อหมดฤทธิ์ยา อาการปวดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

ดังนั้น การรับประทานยาแก้ปวด มิได้รักษาอาการปวดอย่างแท้จริง สาเหตุ และปัญหาของอาการปวดก็ยังคงค้างอยู่ในร่างกายของเรา และการที่เราใช้ยาแก้ปวดบ่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ยังส่งผลให้อวัยวะ ตับ และไต ทำงานหนักอีกด้วย เพราะนอกจากต้องขับเอาของเสียจากเซลล์ของร่างกายออกแล้ว ยังต้องมาขับเอายาที่ตกค้างออกจากร่างกายอีกด้วย ส่งผลให้เซลล์ และอวัยวะยิ่งทำงานหนักยิ่งขึ้น  ดังนั้น วิธีการรักษาอาการปวดที่ดีที่สุดคืออะไร.....

7 วิธีง่าย ๆ ล้างพิษลดอาการปวด

1. การดื่มน้ำสะอาดในอุณหภูมิห้องบ่อย ๆ ให้ได้วันละ 2-3 ลิตร น้ำจะช่วยชะล้างของเสียออกจากเลือดและเซลล์ได้

2. การดื่มน้ำผลไม้สดเพื่อล้างพิษขับของเสียออกจากร่างกาย เนื่องจากผลไม้อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนท์ซ ซึ่งช่วยในการขจัดของเสียออกจากร่างกายและลดอาการอักเสบในร่างกายได้

3. การออกกำลังกายแบบยึดเส้น คลายกล้ามเนื้อ วันละ 20-60 นาที เช่น โยคะ กายภาพ เป็นการกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิต และกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดได้คลาย ทำให้บริเวณที่ปวดเลือดไหลเวียนดีขึ้น เซลล์ได้รับออกซิเจนเพียงพอ และขับของเสียออกจากเซลล์ ลดอาการอักเสบ แต่ไม่ควรออกกำลังกายแบบหักโหมจนเกิดกล้ามเนื้อบาดเจ็บ

4. การรับประทานผักผลไม้ที่มีกากใยให้เพียงพอ เพราะกากใยในผักผลไม้ จะช่วยในการทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ช่วยลดการเกิดของเสียเพิ่มในกระแสเลือดได้

5. การคิดในเชิงบวก พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นการลดความเครียด ลดการเสียของเสียในเลือด เพราะเมื่ออารมณ์ดี ต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมน เอนโดฟิน ออกมา มีฤทธิ์ในการบรรเทาปวดได้ดี

6. การนั่งสมาธิ พบว่าทำให้จิตสงบนิ่ง ร่างกายกล้ามเนื้อผ่อนคลาย อวัยวะต่าง ๆ ได้พักผ่อน และเกิดภาวะหลั่งฮอร์โมนเอนโดฟิน ซึ่งเป็นวิธีการระงับปวดที่มีประสทิธิภาพที่ดีที่สุด

7. การทำดีท๊อกซ์สวนลำไส้ เพื่อทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ลดการสะสมของของเสียในร่างกาย และช่วยให้ของเสียถูกขับออกมาจากร่างกายอีกทางหนึ่ง

เพียง 7 วิธีง่าย ๆ ในการลดอการปวด ที่คุณทำได้เองทุกที่ทุกวัน...


หากคุณเป็นหนึ่งที่พบกับปัญหาปวดเมื่อยเรื้อรังเป็นประจำ และต้องการดูแลสุขภาพ ลดความเสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ ด้วยหลักการแพทย์แผนไทยแบบธรรมชาติบำบัด

ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงค์ ได้มีการหมักน้ำพลังเอนไซม์บำบัดจากผลไม้นานาชนิด กับน้ำผึ้งดอกไม้ป่า ความชื้นต่ำ ที่อุดไมไปด้วย วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ และเอนไซม์ ที่ช่วยปรับสมดุลย์ของร่างกาย ขจัดของเสียออกจากในเลือด ลำไส้ใหญ่และ ตับ ซึ่งเป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดเมื่อย และโรคร้ายเรื้อรังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง ความดัน หัวใจ เบาหวาน เป็นต้น

น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้นสำหรับดีท๊อกซ์ หรือน้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้มากกว่า 20 ชนิด อาทิเช่น แอปเปิ้ล สับปะรด องุ่น สตอเบอร์รี่ กล้วย เป็นต้น ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีคุณสมบัติ ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง ผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติอย่างพิถีพิถันนานนับ 10 ปี นำมาบรรจุในขวดแก้วกรองแสง อย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อคงคุณค่าไว้อย่างเต็มเปี่ยม จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ “น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น (Premier Fruit Enzyme)” ที่ให้คุณค่าการต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยในการขจัดของเสียในร่างกาย และช่วยส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมได้ในระยะยาว

การดูแลสุขภาพให้เตรียมพร้อมรับความท้าทายในชีวิต เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ “สุขภาพดี ชีวิตดียิ่งกว่า”

น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรเข้มข้น Premier Fruit Enzyme
ขนาด 178 ml
ราคา 500 บาท
โปรโมชั่นพิเศษวันนี้ ซื้อ 6 แถม 1 เพียง 3000 บาทถ้วน (ไม่รวมค่าจัดส่ง)

 สนใจสั่งซื้อสินค้าได้ที่ ไลน์ tu-bgood หรือ อีเมล์ tusora@gmail.com

7 กรกฎาคม 2558

11 วิธีใช้น้ำผึ้งดอกไม้ป่าเพื่อความงามอย่างคุ้มค่าที่สุด!!!! (11 Method Use Polyflora Honey for best beauty,)


รู้ไหมค่ะว่า "น้ำผึ้งดอกไม้ป่า" เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในวงการเครื่องสำอาง และสมุนไพร โดยเฉพาะในวงการแพทย์แผนจีน ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรบำรุงร่างกายมากมายที่ใช้ "น้ำผึ้งดอกไม้ป่า" เป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ในวงการแพทย์แผนไทย แพทย์แผนโบราณ หรือเวชสำอาง สกินแคร์ แพทย์ผิวหนัง ต่างก็ใช้ "น้ำผึ้งดอกไม้ป่า" เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากมายเลยที่สุด
เพราะน้ำผึ้งดอกไม้ป่า อุดมไปสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามิน ฮอร์โมน เอนไซม์ มากมาย ที่มีประโยชน์ต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวกาย ผิวหน้า ผม หนังศีรษะ เล็บ มือ และเท้า นับว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายทุกส่วนจริง ๆ ค่ะ

และรู้ไหมค่ะว่า "น้ำผึ้งดอกไม้ป่า" สามารถนำมาใช้บำรุงเพื่อความงามได้ทันที โดยไม่ต้องนำไปผสมในเครื่องสำอางก็ได้ เพราะ "น้ำผึ้งดอกไม้ป่าแท้" จะมีไขมันชนิดที่สามารถซึมเข้าสู่เส้นผม ผิวหนัง เล็บ ได้ด้วยตัวมันเอง โดยไม่ต้องใช้สารตัวพาใด ๆ มาผสม มาลองดูกันนะค่ะว่า... "น้ำผึ้งดอกไม้ป่า" จะสามารถนำมาใช้บำรุงความงามได้ด้วยวิธีใดบ้างให้ได้ประโยชน์สูงสุด!!!

วิธีที่ 1. นำมาทาพอกหน้าไว้ เป็นมาสก์น้ำผึ้งเพื่อความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า โดยใช้ "น้ำผึ้งดอกไม้ป่าแท้" เพียง 1 ช้อนโต๊ะ ทานวดเบา ๆ ไปบนผิวหน้าที่ล้างให้สะอาด และซับน้ำให้แห้ง ทานวดไปเบา ๆ ทั่วทั้งใบหน้า ทิ้งไว้เพียง 10-15 นาที แล้วล้างออก ในน้ำผึ้งจะมีเอนไซม์และฮอร์โมน ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวให้อ่อนนุ่ม และช่วยคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นขึ้นค่ะ
แนะนำให้ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งค่ะ คุณจะได้น่าเนียนใส อ่อนกว่าวัยค่ะ

วิธีที่ 2. นำ "น้ำผึ้งดอกไม้ป่ามาผสมกับ น้ำมันอัลมอนด์บริสุทธิ์" โดยใช้อัตราส่วน น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมันอัลมอลด์บริสุทธิ์ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนวดหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ สัก 5-10 นาที เอนไซม์ในน้ำผึ้งจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า และน้ำมันอัลมอนด์ที่อุดมไปด้วยวิตามินอีซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์จะไปช่วยขจัดสารก่อตัวของแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวได้อีกด้วยค่ะ

วิธีที่ 3 นำ "น้ำผึ้งดอกไม้ป่ามาผสมกับเกลือป่นละเอียด โดยใช้ น้ำผึ้งดอกไม้ป่า 2 ช้อนโต๊ะ กับเกลือเล็กน้อย นำมาขัดเบา ๆ เป็นวงกลมที่ใบหน้าและลำตัว จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวหนังเก่าออกไป พร้อมบำรุงด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ วิตามิน แร่ธาตุ ทำให้ผิวนุ่มเนียนใสเลยที่เดียว

วิธีที่ 4 นำ "น้ำผึ้งดอกไม้ป่ามาผสมกับน้ำมันมะพร้าว" โดยใช้อัตราส่วนน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ นำมานวดหน้า หรือทานวดเบา ๆ บริเวณรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว จะช่วยลดการอักเสบของผิว และลดเม็ดสีในแผลเป็น ช่วยปรับผิวให้ขาวใสขึ้น

วิธีที่ 5 ลดการเกิดสิว ด้วยการทา "น้ำผึ้งดอกไม้ป่า" ที่หน้าทิ้งไว้ 10-15 นาทีทุกวัน เนื่องจากน้ำผึ้งจะลดอาการอักเสบของสิวแล้วยังลดแบคทีเรีย และเชื้อราให้กับผิวอีกด้วย 

วิธีที่ 6 นำ "น้ำผึ้งดอกไม้ป่ามาผสมกับน้ำอุ่นใช้แช่อาบ" โดยใช้อัตราส่วน น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน จากนั้นเทลงในอ่างอาบน้ำ ลงไปแช่ตัวนาน 15 -20 นาที ช่วยให้ผิวพรรณอ่อนนุ่ม เนียนใส กระจ่างขึ้น แถมผ่อนคลายอีกด้วย

วิธีที่ 7 ลดปัญหาจมูกเล็บแข็ง ทำให้จมูกเล็บอ่อนนุ่มขึ้น โดยผสม น้ำผึ้งดอกไม้ป่า 1 ช้อนชา น้ำมันอัลมอนด์ 1 ช้อนชา และน้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้ 1 ช้อนชา นำมาถูบริเวณหนังเล็บ จะช่วยปรับสมดุลของกรดด่างให้กับผิวบริเวณนั้นลดการแข็งของจมูกเล็บ ลดการอักเสบ และทำให้หนังเล็บอ่อนนุ่ม

น้ำมันอัลมอนด์พลัส
ส่วนประกอบ น้ำมันสกัดเมล็ดสวีทอัลมอนด์ Prunus Amygdalus, Vitamin E Acetate จากเมล็ดถั่ว
ขนาดบรรจุ 60 มล.   ราคา 120 บาท
โปรโมชั่นพิเศษวันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2558 เท่านั้น
ซื้อ น้ำมันอัลมอนด์พลัส 6 ขวด แถมฟรี 1 ขวด 
(ราคา 720 บาท ไม่รวมค่าจัดส่ง)
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.293546160778803.1073741832.289410941192325&type=3

วิธีที่ 8 ใช้เป็นครีมนวดผม โดยผสม "น้ำผึ้งดอกไม้ป่ากับน้ำมันอัลมอนด์" ในอัตราส่วนน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับ น้ำมันอัลมอนด์ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นก็ใช้นวดบริวเณปลายผมทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก เอนไซม์ในน้ำผึ้ง และวิตามิน แร่ธาตุจากน้ำผึ้ง และน้ำมันอัลมอนด์จะเข้าไปบำรุงให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผมและหนังศีรษะ

วิธีที่ 9 ใช้ผสมกับแชมพูสระผมที่ใช้อยู่ น้ำผึ้งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้เส้นผมแข็งแรงอีกด้วย

วิธีที่ 10 ใช้ทำไฮไลท์ผม โดยผสม "น้ำผึ้งดอกไม้ป่ากับน้ำอุ่น" โดยใช้อัตราส่วน น้ำผึ้งดอกไม้ป่า 3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ ทาลงบนผมที่เปียกหมาด ๆ ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออก เอนไซม์ในน้ำผึ้งเมื่อเจอะออกซิเจนจะปล่อยสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ออกมาจนทำให้สีผมค่อย ๆ อ่อนลงตามธรรมชาติค่ะ

วิธีที่ 11 ใช้ "น้ำผึ้งดอกไม้ป่าผสมกับเจลว่านหางจระเข้" ทาที่ผิวที่เกิดอาการพุพอง น้ำร้อนลวก ผิวไหม้จากแสงแดด ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อน อาการอักเสบ ฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังทำให้หายไวยิ่งขึ้นค่ะ

จะเห็นได้ว่า "น้ำผึ้งดอกไม้ป่า" มีประโยชน์มากมายสำหรับความสวยความงาม แบบนี้ควรมีน้ำผึ้งติดบ้านไว้บ้างนะค่ะ ราคาประหยัด ปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง แบบนี้ สาว ๆ ที่รักสุขภาพ ทั้งภายในและภายนอก ต้องพกน้ำผึ้งติดบ้านไว้แล้วค่ะ...

เรียบเรียงดัดแปลงโดย บ้านรักษ์สุขภาพ
ที่มา นิตยสารสุขภาพผู้หญิง
ภาพประกอบจาก กูเกิ้ล

Natural Polyflora Honey 
น้ำผึ้งดอกไม้ป่า หอมกลิ่นดอกไม้นานาพันธุ์ รสหวาน หอม สดชื่น ช่วยชะลอวัย ฟื้นฟูสุขภาพ
ความชื้นหรือน้ำ 18.20%
ลีวูโลส (ฟรุกโตส) 38.19%
เดกซ์โตส (กลูโคส) 37.28%
ซูโครส 1.31%
มอสโตส 7.31%
เด็กซ์ตริน 1.50%
โปรตีนในน้ำผึ้ง 0.26%
แร่ธาตุในน้ำผึ้ง 0.26%

วิตามินและแร่ธาตุที่พบใน น้ำผึ้งดอกไม้ป่า
โปแตสเซียม, โซเดียม,แคลเซียม, เหล็ก,ทองแดง,แมงกานีส,แมกนีเซียม,สังกะสี, วิตามินบี 1, วิตามิน บี 3, วิตามินบี 6, วิตามินบี 9

เอนไซม์ที่พบใน น้ำผึ้งดอกไม้ป่า
อินเวอร์เตส,ไดแอสเตส,กลูโคออกซิเดส,คาตาเลส,โปรตีเนส ฟอสฟาเตส

จำหน่าย น้ำผึ้งดอกไม้ป่า แท้ ความชื้นต่ำ 18% ขนาดบรรจุ 2 ขนาด คือ

1. ขนาด 1.2 kg บรรจุเป็นขวดแกลลอนพลาสติก ราคา 300 บาท
2. ขนาด 7.0 kg บรรจุเป็นแกลลอนพลาสติก ราคา 1600 บาท

สนใจสอบถามหรือสั่งซื้อได้ที่ไลน์ tu-bgood หรืออีเมล์ tusora@gmail.com
หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.293846130748806.1073741833.289410941192325&type=3

5 กรกฎาคม 2558

7 เทคนิคกำจัดกลิ่นปากด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ


กลิ่นปาก ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะตัวของคุณเองอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาใหญ่ทั้งของตัวคุณเอง และบุคคลรอบข้างคุณ เมื่อคุณมีกลิ่นปาก เวลาที่พูดหรือสนทนากับบุคคลอื่น กลิ่นปากก็ส่งผลต่อความสัมพันธ์ บุคคลิกภาพและความน่าเชื่อถือของคุณ

สาเหตุของกลิ่นปากมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารบ้างชนิด เช่น หัวหอม กระเทียม ทุเรียน หรือการดื่มสุรา สูบบุหรี่ เป็นประจำ หรือท้องผูกหลาย ๆ วัน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งขอการเกิดกลิ่นปากได้ หรือกระทั่งอาการของโรคบางอย่าง ก็ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพปาก หรือกลิ่นปากได้ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไต เป็นต้น

7 เทคนิคง่าย ๆ ในการกำจัดกลิ่นปากด้วยตัวคุณเอง

1. ดื่มน้ำบ่อย ๆ จะช่วยลดการสะสมของเมือก และน้ำลายในปาก ลดกลิ่นปากได้ดี
2. เวลาแปรงฟัน ให้แปรงเหงือก กระพุงแก้ม แปรงลิ้น และโคนลิ้นด้วย เพื่อกำจัดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก
3. รับประทานอาหารที่มีใยอาหารให้เพียงพอในแต่ละวัน และอาหารที่มีกากใยจะช่วยขัดฟันให้ขาวสะอาดอีกด้วย เช่น แอปเปิ้ล
4. แปรงฟันทุกครั้งหลังมืออาหาร 30 นาที ช่วยลดปัญหาการเกิดกรดในช่องปาก และลดการสะสมของแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก
5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม พริกไทย ชา กาแฟ
6. ใช้น้ำยาป้วนปาก เพื่อเสริมการแปรงฟัน ลดแบคทีเรียในบริเวณที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึง
7. ไปพบหมอฟันเป็นประจำ ทุก 6 เดือน เพื่อสุขภาพในช่องปากของคุณ

เพียงวิธีง่าย ๆ แบบนี้ จะทำให้สุขภาพเหงือก และฟันของคุณดี โดยไม่มีกลิ่นปากมากวนใจอีกเลยค่ะ

ข้อมูลดี ๆ จาก บ้านรักษ์สุขภาพ ลาดปลาเค้า 76 
ภาพประกอบจากกูเกิ้ลดอดคอม

จากหนึ่งทางเลือกของการแก้ปัญหาสุขภาพกลิ่นปากด้วยตัวคุณเอง การใช้น้ำยาป้วนปากที่ดีมีประสิทธิภาพช่วยกำจัดปัญหากลิ่นปากและไม่เป็นอันตรายต่อช่องปากและสุขภาพของคุณ ก็นับเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น การเลือกใช้น้ำยาป้วนปากจากสมุนไพร เพื่อช่วยแก้ปัญหาสุขภาพในช่องปาก การลดปัญหากลิ่นปาก และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่เป็นอีกช่องทางที่เพิ่มสารเคมีสะสมเข้าสู่ร่างกาย

ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เอนไซม์ป้วนปากสูตรสมุนไพร จากกรรมวิธีการผลิตจากธรรมชาติของ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงค์ ที่ผลิตและจำหน่ายโดย บ้านรักษ์สุขภาพ เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 100%  มีส่วนประกอบจาก น้ำหมักเอนไซม์จากสมุนไพรนานาชนิด สารสกัดจากกานพลู สารสกัดจากใบฝรั่ง และสาระแหน่ ล้วนเป็นกรรมวิธีจากธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดปัญหากลิ่นปาก ปรับสมดุลของแบคทีเรียในช่องปาก และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเมื่อกลืนกินเข้าไปอีกด้วย

จึงเป็นการตอบโจทย์ของการดูแลปัญหาในช่องปากได้เป็นอย่างดี สนใจอ่านรายละเอียดต่อได้ที่ http://friutenzyme.blogspot.com/2015/07/blog-post.html

หรือดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้จาก https://www.facebook.com/media/set/?set=a.677045142428901.1073741845.289410941192325&type=3

ผลิตภัณฑ์เอนไซม์ป้วนปากสูตรสมุนไพร
ขนาดบรรจุ 500 มิลลิลิตร
ราคา 200 บาท
โปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 6 ขวด แถมฟรี 1 ขวด ทันทีค่ะ

หรือติดต่อพูดคุย สั่งซื้อได้ที่ Line: tu-bgood

1 กรกฎาคม 2558

ลดปัญหาสุขภาพปากด้วยน้ำเอนไซม์ป้วนปากบ้านรักษ์สุขภาพ

ปัญหาสุขภาพในช่องปาก นับว่าเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ก่อให้เกิดการขาดความมั่นใจ บั่นทอนสุขภาพจิต และปัญหาสุขภาพกาย โดยเฉพาะผู้มีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก แผลเป็นในปาก โรคเหงือก เจ็บคอ คออักเสบเป็นประจำ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปได้ หากเราหัดมาดูแลสุขภาพด้วยการปรับสมดุลในช่องปากได้แบบง่าย ๆ ด้วยเอนไซม์ป้วนปากเป็นประจำทุกวัน

เอนไซม์ป้วนปาก (Herbal Enzyme Mouth Wash) เป็นอีกทางเหลือหนึ่งของผู้มีปัญหาทางช่องปาก ระงับกลิ่นปาก ป้องกันฟันผุ ลดการเกิดการอักเสบต่าง ๆ ในช่องปากได้ดี

เอนไซม์ป้วนปาก ผลิตจากน้ำหมักเอนไซม์ผลไม้ และสมุนไพร นานาชนิด ด้วยกรรมวิธีการหมักแบบ IONIC CHARCH มีคุณสมบัติในการปรับสมดุลภายในช่องปาก ช่วยขจัดคราบหินปูน ลดการอักเสบ ดับกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น ลดการอักเสบของเหงือก และการฟันผุ ผลิตจากธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

ลองใช้แล้วจะติดใจ... เอนไซม์ป้วนปาก ของบ้านรักษ์สุขภาพ ใช้อมป้วนปาก และกลั้วคอนาน 30 - 60 วินาที ก่อนแปรงฟัน ย้ำว่า ก่อนแปรงฟัน ซึ่งพิเศษกว่า ยาป้วนปากจากสมุนไพรอื่น ๆ เพราะต้องการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ และความเป็นกรดด่างในช่องปาก จึงต้องอมไว้ในปากก่อนการแปรงฟัน เช้า และเย็น 


ผู้มีปัญหาสุขภาพช่องปากที่ควรใช้
1. มีกลิ่นปาก
2. เหงือกบวม อักเสบ เป็นประจำ
3. มีแผลในช่องปาก
4. คอเจ็บ คออักเสบบ่อย
5. มีหินปูนเยอะ
6. ผู้ป่วยกลุ่ม โรคเบาหวาน โรคไต โรคมะเร็ง โรคคอพอก โรคต่อมทอมซินอักเสบ เป็นต้น

เอนไซม์ป้วนปาก (Herbal Enzyme Mouth Wash) ของบ้านรักษ์สุขภาพ ผลิตมาจากเอนไซม์จากผลไม้เมืองร้อน และสมุนไพร เช่น ส้ม มะเฟือง ขมิ้น ใบฝรั่ง อบเชย กานพลู การบูร มินต์ ที่ผ่านกระบวนการหมักแบบ IONIC CHARCH เพื่อให้ได้เอนไซม์และสารอาหารที่มีขนาดเล็กเพื่อช่วยในการปรับสมดุลในช่องปาก

ขนาดบรรจุ 500 มิลลิลิตร ใช้ได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ หากรู้สึกว่าเข้มข้นไป สามารถเจือจางด้วยน้ำได้ก่อนอมกลั้วคอ... ราคาเพียง 200 บาท (ซื้อ 6 แถม 1 ขวด) สนใจติดต่อสั่งซื้อได้ที่ คุณตู๋ 085-7100612  ไลน์ไอดี @qwd5997q


จากการศึกษาได้ทดสอบกับผู้ใช้จริง 30 ราย โดยอมป้วนปาก ก่อนแปรงฟัน เช้าเย็น พบว่า กลิ่นปากลดลง เหงือกบวมลดลง แผลในช่องปากดีขึ้น อาการเจ็บคอดีขึ้น และเมื่อใช้เป็นประจำนาน 1 เดือน
เมื่อไปพบทันตแพทย์ พบว่า สุขภาพเหงือก และฟัน ดีขึ้น ไม่มีหินปูนสะสม และสอบถามความพึงพอใจ ร้อยละ 90 ชื่นชอบ และแนะนำเพื่อนให้ใช้ต่อ
ทดสอบในผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ 50 - 70 ปี และกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน พบว่า ลดการอักเสบของเหงือก และกลิ่นปากได้ดี ผู้ทดสอบมีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ และมีการใช้อย่างต่อเนื่อง และบอกต่อ

ข้อเท็จจริงในการใช้สารฟลูออไรด์ในน้ำยาป้วนปาก
เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า สารฟลูออไรด์ในน้ำยาป้วนปากช่วยทำให้ฟันแข็งแรง แต่สารฟลูออไรด์ตัวนี้ก็เป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง ซึ่งอันตรายหากมีการสะสมในร่างกายผู้เชียวชาญด้านสุขภาพส่วนมากแนะนำให้ใช้การอมน้ำยาฟลูออไรด์แบบเดือนละครั้งดีกว่า ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์เป็นประจำทุกวัน เพราะสารฟลูออไรด์สามารถสะสมในร่างกายได้ ซึ่งจะไปเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในช่องปาก ลำคอ และส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย

ดังนั้น การเลือกใช้ เอนไซม์ป้วนปากจากสมุนไพร จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดการใช้สารเคมี และป้องกันสุขภาพ ลดการเกิดการสะสมสารเคมีในร่างกาย และยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระบุในกลุ่มวัยรุ่น หรือวัยทำงาน พบว่า 1 ใน 10 คน จะมีผิวที่แพ้หรือระคายเคืองต่อสารฟลูออไรด์ในยาสีฟัน หรือน้ำยาป้วนปาก ก่อให้เกิดอาการอักเสบ เกิดสิวอักเสบ บริเวณมุมปาก คาง ได้เมื่อได้รับสารฟลูออไรด์เป็นประจำทุกวัน