ผงวิตามินซี ล้างหน้า สารสกัดจากสตอเบอร์รี่
100% Natural DSC Strawberry Vit C Cleansing Powder
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า สูตรอ่อนโยน ปราศจากสารชำระล้าง Sodium Lauryl Sulfat (SLS) ซึ่งเป็นสารระคายเคือง ทำให้เกิดอาการแพ้ และเป็นสารก่อมะเร็ง จึงอ่อนโยน และปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และผิวพรรณ
ผงวิตามินซี ล้างหน้า สกัดจากผลสตอเบอร์รี่สุก ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยของ Lab DSC โดยงานวิจัยของดร.โสภณ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผงวิตามินซี ล้างหน้านี้ อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง เหมาะกับทุกสภาพผิว อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินซี ในรูปของ AMPs ที่สามารถซึบซาบเข้าสู้เซลล์ใต้ผิวหน้าได้อย่างรวดเร็ว และเห็นผลในการ ช่วยขจัดสารอนุมูลอิสระ อันเป็นบ่อเกิดแห่งริ้วรอย และกำจัดจุดด่างดำ ฝ้า กระ ให้ลดเลือนอย่างได้ผล
และยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับชั้นผิวหนัง ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น เผยผิวขาวใส นวลเนียน กระชับ สดใส เปล่งปลั่ง อย่างเห็นผล เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
วิธีใช้ เทผงวิตามินซีล้างหน้าลงบนฝ่ามือ หยดน้ำใส่เล็กน้อย ถูให้เกิดฟอง นวดเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
เหมาะสำหรับคนผิวหน้าธรรมดา และผิวมัน คนหน้าแห้งอาจไม่เหมาะสม
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ผลดี แนะนำให้ใช้คู่กับครีม DSC Whitening and Anti Aging
-->
23 ธันวาคม 2554
เอนไซม์บำบัด กับ โรคเสื่อม
เอนไซม์บำบัด กับโรคเสื่อม
ตามหลักของศาสตร์แพทย์องค์รวม หรือแพทย์ทางเลือก สาเหตุหนึ่งของการเจ็บป่วย เกิดจากภาวะพร่องเอนไซม์ในร่างกายของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะพร่องเอนไซม์ในตับอ่อน หรือโรคอ้วน มีสาเหตุมาจากภาวะพร่องเอนไซม์ย่อยไขมัน โรคมะเร็ง เกิดจากภาวะพร่องเอนไซม์โปรติเอส หลายชนิด เป็นต้น
อาการเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ ที่ควรใช้เอนไซม์บำบัด
ซึ่งเมื่อการดำเนินชีวิตประจำวัน จะส่งผลให้ร่างกายผลิตเอนไซม์ได้น้อยลง หรือได้ เอนไซม์ ที่มีประสิทธิภาพต่ำลง ทำให้เกิดภาวะพร่องเอนไซม์ในร่างกาย จนทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น การดำเนินชีวิตที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดภาวะพร่องเอนไซม์ เช่น
ตามหลักของศาสตร์แพทย์องค์รวม หรือแพทย์ทางเลือก สาเหตุหนึ่งของการเจ็บป่วย เกิดจากภาวะพร่องเอนไซม์ในร่างกายของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะพร่องเอนไซม์ในตับอ่อน หรือโรคอ้วน มีสาเหตุมาจากภาวะพร่องเอนไซม์ย่อยไขมัน โรคมะเร็ง เกิดจากภาวะพร่องเอนไซม์โปรติเอส หลายชนิด เป็นต้น
อาการเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ ที่ควรใช้เอนไซม์บำบัด
- ระบบไหลเวียนของโลหิต (circulation) เอนไซม์มีความสำคัญในการป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อน (Blood Clot) ลดความเหนียว (Stickiness) ของเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดแดงในหลอดโลหิต และโคเลสเตอรอลลดความเข้มข้นลง ซึ่งในด้านสุขภาพ ถ้าเลือดดี ทุกอย่างในร่างกายก็เป็นปกติ
- ลดการอักเสบ (Inflammation) เพราะเอนไซม์มีหน้าที่ซ่อมแซมและเนื้อเยื่อต่าง ๆ (Tissue Repair) เร่งสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ รวมทั้งมันสามารถทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมกำจัดสิ่งแปลกปลอมในเลือด ทั้งสารพิษ (Toxin) ที่ดูดซึมจากลำไส้ใหญ่ รวมกับสารอาหารที่ย่อยไม่สมบูรณ์ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
- โรคเอดส์ (AIDS) คือ กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อมหรือบกพร่องมิได้เป็นเองตั้งแต่เกิด แต่ติดเชื้อไวรัสที่เรียก Human Immuno-deficiency Virus หรือ HIV ติดต่อกันโดยทางเพศสัมพันธ์ หรือทางเลือด หรือ จากแม่ที่ติดเชื้อสู้ทารกในครรภ์
- ท้องขึ้นท้องเฟ้อ จากอาหารไม่ย่อย (Indigestion) ปากอาจเปื่อย ผายลมมีกลิ่นเหม็น บางครั้งจะนอนไม่หลับ ท้องร่วงสลับกับท้องผูก ในรายท้องร่วง บางครั้งอุจจาระมีไขมันปนมาก
- เอนไซม์ย่อยไขมันในเลือดทำให้โคเลสเตอรอลลดลง ซึ่งถ้าขาดเอนไซม์จะทำให้เลือดไหลผ่านหลอดโลหิตที่ตีบตันไปได้ยาก ความดันโลหิตจึงต้องเพิ่มสูงขึ้นเพื่อขับดันเลือดไหลผ่าน และหัวใจซึ่งต้องการโลหิตที่ตับตันไปได้ยาก ความดันโลหิตจึงต้องเพิ่มสูงขึ้นเพื่อขับดันเลือดไหลผ่าน และหัวใจซึ่งต้องการเลือดจำนวนมากมาหล่อเลี้ยงเพราะ ต้องทำงานหนักขึ้น ก็อาจได้รับไม่เพียงพอ ทำให้หัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart) ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจพิการได้
- โรคอ้วน คือ สภาวะร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินไป มีได้หลายสาเหตุ เช่น กินจุแต่ออกกำลังน้อย ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ศูนย์ควบคุมความอิ่มของสมองส่วนล่าง (Hypothalanus) ถูกกระทบกระเทือน กรรมพันธุ์ รวมทั้ง เกิดจากความเครียด การใช้เอนไซม์ย่อยไขมันจะช่วยได้แต่ เป็นการบำบัดตรงปลายเหตุ
- การอับเสบต่าง ๆ รวมทั้งการมีบาดแผล เอนไซม์จะย่อยหนอง (Pus) กำจัดโปรตีนที่แปลกปลอมเอนไซม์จะเข้าไปย่อยเปลือกผิวออก ทำให้ภูมิคุ้มกันสามารถเข้าถึงและทำลายเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ เอนไซม์ทำให้เลือดไหลเวียนดี ผิวหนังจึงได้รับสารอาหารและออกวิเจนสมบูรณ์ เซลล์เกิดใหม่ง่าย แผลหายเร็ว ในปี ค.ศ. 1977 มีการใช้มะละกอปิดแผลผ่าตัด เล่ากันว่า วิธีนี้ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
- อาการอ่อนเพลีย (Chronic Fatigue Syndrome) ความเครียดทำให้รู้สึกไม่มีแรง การใช้เอนไซม์เสริมก็จะทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ทำงานปกติ ของเสียจะถูกพาออกมาทิ้งนอกเซลล์ จึงสดชื่นแข็งแรง และถ้าเชื้อไวรัสเป็นต้นเหตุอ่อนเพลียเรื้อรัง เอนไซม์ร่วมกับภูมิต้านทานที่แข็งแรงขึ้นจะกำจัดไวรัสให้หมด โดยเอนไซม์จะย่อยโปรตีนหุ้ม (Protein Film) ไวรัส
- โรคภูมิแพ้ เกิดจากมีความไวค่อนข้างสูงเกินไปของปฏิกิริยาเคมีในร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอม และถ้าเป็นมากอาจหมดสติ ถึงตายได้ การแพ้ (Allergy) นี้พบได้มากกว่าร้อยละ 15 ของคนทั่วไป เอนไซม์เสริมจะช่วยย่อยอาหารให้สมบูรณ์จนไม่เกิดมีอณูใหญ่หลงเข้ามาในกระแสโลหิต และเมตาบอลิค เอนไซม์จะย่อยสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในเลือดจนหมด ทำให้อาการแพ้ต่างๆ ทุเลาลงได้ ในกรณีที่คนไข้เป็นโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง (โรคเอสแอลอี) ซึ่งเกิดจากการผิดปกติของภูมิต้านทาน (Antibody) ซึ่งจะมีผลกับข้อต่อ เยื่อเมือก ผิวหนัง และอวัยวะภายใน การใช้เอนไซม์เสริมร่วมในการรรักษาด้วยจะทำให้อาการต่าง ๆ ดีขึ้น
ซึ่งเมื่อการดำเนินชีวิตประจำวัน จะส่งผลให้ร่างกายผลิตเอนไซม์ได้น้อยลง หรือได้ เอนไซม์ ที่มีประสิทธิภาพต่ำลง ทำให้เกิดภาวะพร่องเอนไซม์ในร่างกาย จนทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น การดำเนินชีวิตที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดภาวะพร่องเอนไซม์ เช่น
- การรับประทานอาหารสุก ไม่ทานผักผลไม้สด
- การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ กาแฟ ชา
- ความเครียด วิตกกังวน นอนไม่หลับ
- การขับถ่ายไม่ทุกวัน เป็นต้น
15 ธันวาคม 2554
การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม
ทาง บ้านรักษ์สุขภาพ ก็เป็นส่วนหนึ่งของผู้ประสบภัยน้ำท่วม น้ำเข้าบ้าน เป็นเวลากว่า 1 เดือน ทางบ้านรักษ์สุขภาพ ก็ได้ใช้ น้ำหมักขยะในครัวเรือน ในการเท เพื่อป้องกันน้ำขัง เน่า ซึ่งก็ได้ผลดี ไม่มีกลิ่นเน่าของน้ำขัง และยุงในบ้านก็มีน้อยมาก
การทำน้ำหมักขยะในครัวเรือน ที่บ้านรักษ์สุขภาพ ใช้ เป็นการนำเศษผัก และผลไม้ หมักกับน้ำตาลทรายแดง โดยใช้อัตราส่วนดังนี้
1. ถังปากกว้าง มีฝาปิด ขนาด 25 ลิตร
2. เติมน้ำประปาครึ่งถึง ทิ้งไว้ 1 คืน (ให้คลอรีนสลายตัวไป)
3. เติมน้ำตาลทรายแดงลงไป 2 กิโลกรัม
4. แล้วเติมเศษผัก ผลไม้ลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั้ง เกือบเต็มถัง
5. ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้อย่างน้อย 6 เดือน จึงนำน้ำมากรองใส่ขวดพลาสติก หรือขวดน้ำดื่ม เก็บไว้ใช้
ซึ่งก็นำมาใช้เทใส่น้ำท่วมที่เข้ามาขังในบริเวณบ้าน ซึ่ง ทำให้น้ำบริเวณบ้าน และในบ้านไม่เน่า น้ำใส มีปลาเข้ามาอาศัยอยู่หลายชนิด เป็นเพลิดเพลินยามน้ำท่วม
อีกส่วนก็นำมาเทใส่ตามท่อ ในห้องน้ำชั้น 2 ให้ลงมาชั้นหนึ่ง ช่วยลดการเกิดส้วมเต็มอีกด้วย
หลังจากน้ำลด การทำความสะอาดบ้าน ของบ้านรักษ์สุขภาพ เราเลือกใช้ เอนไซม์ล้างจาน มาใช้ในการทำความสะอาด ขจัดคราบน้ำต่าง ๆ
ภาพด้านบน เป็นภาพห้องครัวหลังน้ำลด ส่วนภาพด้านล่างเป็นภาพห้องครัวหลังจากทำความสะอาด ด้วย เอนไซม์ล้างจาน และถูซ้ำอีกครั้งด้วย เอนไซม์แช่ล้างผัก เพื่อฆ่าเชื้ออีกครั้ง ส่วนที่เป็นเชื้อราที่ไม้ เราก็ใช้ เอนไซม์บำบัดสูตร Multi fruit Enzyme ผสมกับน้ำอัตราส่วน 1 ต่อ 1 มาเช็ดทำความสะอาด แล้วนำไปตากให้ไม้แห้ง และ นำเอนไซม์แช่ล้างผัก ผสมกับน้ำอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ใส่ในขวดสเปรย์ ฉีดพ่น ให้ทั่วห้อง เพื่อฆ่าเชื้อ ในอากาศ
ภาพบน ถังดำที่เห็น เป็น ถังหมักเศษขยะที่มีอายุ 1 ปี ส่วนภาพล่าง ถังเขียว เป็น ถังหมักเศษผลไม้ที่มีอายุ 2 ปี ไว้ใช้ในครัวเรือน ทำความสะอาด ล้างส้วม เทส้วม ถูพื้น
หลังจากทำความสะอาดมาได้แล้ว 7 วัน ทางบ้านรักษ์สุขภาพ จึงมาเขียนบทความนี้เพื่อเผยแพร่ต่อไปค่ะ
การทำน้ำหมักขยะในครัวเรือน ที่บ้านรักษ์สุขภาพ ใช้ เป็นการนำเศษผัก และผลไม้ หมักกับน้ำตาลทรายแดง โดยใช้อัตราส่วนดังนี้
1. ถังปากกว้าง มีฝาปิด ขนาด 25 ลิตร
2. เติมน้ำประปาครึ่งถึง ทิ้งไว้ 1 คืน (ให้คลอรีนสลายตัวไป)
3. เติมน้ำตาลทรายแดงลงไป 2 กิโลกรัม
4. แล้วเติมเศษผัก ผลไม้ลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั้ง เกือบเต็มถัง
5. ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้อย่างน้อย 6 เดือน จึงนำน้ำมากรองใส่ขวดพลาสติก หรือขวดน้ำดื่ม เก็บไว้ใช้
ซึ่งก็นำมาใช้เทใส่น้ำท่วมที่เข้ามาขังในบริเวณบ้าน ซึ่ง ทำให้น้ำบริเวณบ้าน และในบ้านไม่เน่า น้ำใส มีปลาเข้ามาอาศัยอยู่หลายชนิด เป็นเพลิดเพลินยามน้ำท่วม
อีกส่วนก็นำมาเทใส่ตามท่อ ในห้องน้ำชั้น 2 ให้ลงมาชั้นหนึ่ง ช่วยลดการเกิดส้วมเต็มอีกด้วย
หลังจากน้ำลด การทำความสะอาดบ้าน ของบ้านรักษ์สุขภาพ เราเลือกใช้ เอนไซม์ล้างจาน มาใช้ในการทำความสะอาด ขจัดคราบน้ำต่าง ๆ
ภาพด้านบน เป็นภาพห้องครัวหลังน้ำลด ส่วนภาพด้านล่างเป็นภาพห้องครัวหลังจากทำความสะอาด ด้วย เอนไซม์ล้างจาน และถูซ้ำอีกครั้งด้วย เอนไซม์แช่ล้างผัก เพื่อฆ่าเชื้ออีกครั้ง ส่วนที่เป็นเชื้อราที่ไม้ เราก็ใช้ เอนไซม์บำบัดสูตร Multi fruit Enzyme ผสมกับน้ำอัตราส่วน 1 ต่อ 1 มาเช็ดทำความสะอาด แล้วนำไปตากให้ไม้แห้ง และ นำเอนไซม์แช่ล้างผัก ผสมกับน้ำอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ใส่ในขวดสเปรย์ ฉีดพ่น ให้ทั่วห้อง เพื่อฆ่าเชื้อ ในอากาศ
ภาพบน ถังดำที่เห็น เป็น ถังหมักเศษขยะที่มีอายุ 1 ปี ส่วนภาพล่าง ถังเขียว เป็น ถังหมักเศษผลไม้ที่มีอายุ 2 ปี ไว้ใช้ในครัวเรือน ทำความสะอาด ล้างส้วม เทส้วม ถูพื้น
หลังจากทำความสะอาดมาได้แล้ว 7 วัน ทางบ้านรักษ์สุขภาพ จึงมาเขียนบทความนี้เพื่อเผยแพร่ต่อไปค่ะ
24 ตุลาคม 2554
อาหารฟื้นฟู และอาหารต้องห้ามของชมรมบ้านสุขภาพ
จากการเก็บข้อมูลของผู้เข้ารับการบำบัด ณ ชมรมบ้านสุขภาพนั้น ทำให้เราพบว่า
ทำให้มีคำถามต่าง ๆ มากมายที่มักจะถามเสมอว่า ในเมื่อขบวนการบำบัดในแนวทางธรรมชาติบำบัดนั้นงดใช้ยา และนำอาหารมาใช้ทดแทน อาหารชนิดใดที่จะทานได้ และอาหารชนิดใดที่เป็นของต้องห้าม
ดังนั้นทางชมรมบ้านสุขภาพจึงได้รวบรวมอาหารต้องห้าม และ อาหารฟื้นฟูสุขภาพสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ตับ ลำไส้ และมะเร็ง ดังนี้
อาหารต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ตับ ลำไส้ และมะเร็ง
อาหารฟื้นฟู ไต ตับ ลำไส้ มะเร็ง
โรคที่คุกคามคนไทยเป็นจำนวนมาก ก็คือ โรคที่เกี่ยวข้องกับ
" ไต ตับ ลำไส้ และมะเร็ง"
ทำให้มีคำถามต่าง ๆ มากมายที่มักจะถามเสมอว่า ในเมื่อขบวนการบำบัดในแนวทางธรรมชาติบำบัดนั้นงดใช้ยา และนำอาหารมาใช้ทดแทน อาหารชนิดใดที่จะทานได้ และอาหารชนิดใดที่เป็นของต้องห้าม
ดังนั้นทางชมรมบ้านสุขภาพจึงได้รวบรวมอาหารต้องห้าม และ อาหารฟื้นฟูสุขภาพสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ตับ ลำไส้ และมะเร็ง ดังนี้
อาหารต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ตับ ลำไส้ และมะเร็ง
- ของดอง
- ชะเอม
- ชะพลู
- ใบยอ
- ชุงฉ่าย
- ผักโขม
- สะเดา
- ไชเท้า
- ขี้เหล็ก ใบขี้เหล็ก ใบขี้เหล็กหวาน
- ใบมะม่วงหิมพานต์
- สะตอ
- ลูกเนียง
- กระถิน
- ชะอม
- หน่อไม้
- คะน้า
- แตงกวา
- กระหล่ำปลี
- กระหล่ำดอก
- หัวปลี
- ใบกุยช่าย
- บล็อคโคลี่
- มะละกอดิบ
- ฟักทอง
- งาดำ (ร้อนทำให้ท้องอืด)
- ข้าวโพด (มีไขมันมาก มีไขมันที่ย่อยไม่หมด ทำให้เลือดข้น)
- ถั่วลิสง
- เมล็ดมะม่วงหิมพานต์
- แครอท
- อัลมอนด์
- ถั่วเน่า
- เต้าเจี้ยว
- ซีอิ๊ว เกลือ กะปิ
- สาหร่ายทะเล
- กะทิ
- เผือก (มีแก๊สมาก)
- ลูกกะ
- อาหารทะเลทุกชนิด
- น้ำตาลกรวด
- มะม่วง
- ฝรั่ง (ทำให้ปวด)
- มะพร้าวอ่อน
- ทุเรียน
- ละมุด
- ลำไย
- ขนุน
- แตงโม
- นมข้น
- สัปปะรด
- คอฟฟี่เมท
- แป้งสาคู
- แป้งเปียก
- ข้าวเหนียว
- น้ำตาลทราย
- ขนมจีน
- อาหารขัดผิว
- ก๋วยเตี๋ยว
- แกงป่า แกงส้ม แกงอ่อม
- มันสำปะหลังและใบ (มีไซยานิคแอซิด)
- ผักกระโดน
- กุ้งแห้ง
- ส้มตำ
- ทอฟฟี่
- ไอศกรีม เนย ชีส
- ขนมเค็ก คุกกี้
- เนื้อหมู
- เนื้อวัว เป็ด ไก่ กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก
- เครื่องในทุกชนิด
- อาหารกระป๋อง น้ำอัดลม ชา กาแฟ
- เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ รังนก
อาหารฟื้นฟู ไต ตับ ลำไส้ มะเร็ง
- ลูกเกด (โรคมะเร็งงด)
- ขนมปังโฮลวีท (งดผงฟู)
- ผักบุ้ง มะระ (กินสดใช้น้ำส้มสายชูหรือ เอนไซม์ล้าง)
- บวบ ( สามอย่างนึ่งโรยด้วยพริกไทย)
- ลูกเดือยข้าวเจ้า (ดูดซึมเร็ว)
- ผักหวาน ผักกาดขาว ผักกาดเขียว
- ตำลึง กวางตุ้ง ฟักเขียว หน่อไม้ฝรั่ง
- ใบมะขามอ่อน ดอกมะขามอ่อน
- กระเทียม หอมใหญ่
- เต้าหู้ขาว
- ต้นกระเทียม
- ยอดฟักทอง ดอกไม้จีน
- โปรตีนเกษตร
- วุ้นเส้น ฟองเต้าหู้
- ดอกแค ยอดแค เห็ดทุกชนิด
- เห็ดหูหนูขาว-ดำ
- อ่อมแซบ
- ยอดมะยม
- ใบทองหลาง
- มะตูมสุก
- มะขวิด มันเทศ
- เก๋ากี้ เก็กฮวย
- ยอดผักบุ้ง + กระเจี๊ยบเขียว (ใช้ย่าง แก้โรคพยาธิ)
- ลูกพลับสด (ให้พลังงาน)
- พุทราจีน เม็ดบัว
- ถั่วดำ เมล็ดทานตะวัน
- ใบกระทกรก (ทำซุปผักได้ดี ดีสำหรับคนเป็นหวัด)
- ถั่วพร้า (สร้างภูมิคุ้มกัน)
- มะเขือพะวง ระกำ
- อี่หร่ำ – อีชึก (ลวก)
- ผักพาย (กินสด)
- เกาลัด ( สารดูดซึมน้ำตาลมีไขมันน้อย)
- รากบัว มันแกว กล้วยต้ม
- มังคุด
- แอปเปิ้ล ( ให้พลังงานสูงมาก)
- เม็ดฝักบัวสด ( 1 เม็ด = ข้าว 1 กำมือ)
- ผักโสม ใบหมุ่ย
- องุ่น ( ขับปัสสาวะป้องกันนิ่วในไต)
- น้ำองุ่นสดปั่น (จะทำความสะอาดตับ-ไต กินประมาณ 2 อาทิตย์)
- ใบบัวบกอินเดีย มะแว้งต้น
- ผักคาวตอง (มีแคลเซียมมาก โรคโลหิตจางควรกิน)
- ใบมันปู
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



